แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางที่ใช้แทนเงินสดของผู้คนมานานนับก็หลายทศวรรษ น่าจะเป็นไปได้ว่าคนที่เข้าหลักเกณฑ์สามารถสมัครบัตรเครดิตได้คงมีบัตรเครดิตกันอย่างน้อยก็ต้องคนละใบ ส่วนบางคนไม่ต้องพูดถึงมีกันหลายใบ บางคนเป็นสิบใบก็มี แต่ก็มีเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ด้วยความที่เข้าใจว่าบัตรเครดิตเป็นบัตรที่ใช้รูดเพื่อจ่ายค่าสินค้าหรือบริการแทนเงินสดเท่านั้น

ที่จริงการมีเงินสดแต่พอเพียงไว้ในกระเป๋าเพื่อเป็นการใช้จ่ายแบบเจ้าของกระทู้ และไม่ต้องเข้ามายุ่งกับบัตรเครดิตก็ถือเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าปัจจุบันคนที่ใช้บัตรเครดิตแบบไม่มีวินัยแล้วต้องตกอยู่กับวังวนปัญหาหนี้สินบัตรเครดิตจนถอนตัวไม่ขึ้นก็มีให้เห็นกันมากมาย จนบางครั้งมีคนไม่รู้เรื่องบัตรเครดิตมาถาม เราเองก็ไม่อยากจะสอนให้เลย คือ ไม่รู้นะดีแล้ว

แต่ในความเป็นจริง บัตรเครดิตมีข้อดีอยู่มากมาย หากเราใช้อย่างถูกทางก็เหมือนบัตรเครดิตสามารถอำนวยความสะดวกและให้ผลประโยชน์กับเราได้อยู่เหมือนกัน หากเราบริหารจัดการได้ดี ก็แทบไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้บัตรเครดิตเลยด้วยซ้ำไป อย่างในกระทู้ก็มีผู้มีประสบการณ์จากการใช้บัตรเครดิตเพื่อประโยชน์ที่หลากหลายต่างก็เข้ามาให้คำตอบเพื่อคลายความสงสัยกับเจ้าของกระทู้กันอย่างคึกคัก

ข้อดีอย่างแรกของบัตรเครดิตที่มีหลายท่านเข้ามาให้ความเห็นในกระทู้ ก็เป็นเรื่องของการไม่ต้องพกเงินสดในกระเป๋าเยอะ แค่บัตรเครดิตใบเดียว เงินสดก็พกแค่พอประมาณ ก็ช่วยในทั้งเรื่องความสะดวกไม่ต้องพกเงินเยอะและอันตรายจากการต้องพกเงินเยอะด้วยเช่นกัน

ข้อดีอีกเรื่องก็เป็นเรื่องของการได้เครดิตจากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของ รูดบัตรไปก่อน กว่าจะต้องนำเงินไปชำระก็ประมาณเดือนหน้า สินค้าบางอย่างที่มีราคาสูงหน่อย ก็สามารถใช้บัตรเครดิตผ่อนได้ มีโปรโมชั่นมากมายที่ออกมาเพื่อกระตุ้นให้คนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 0% 3 เดือน 6 เดือน หากเป็นสินค้าที่เราตั้งใจและจำเป็นที่จะซื้ออยู่แล้ว ก็สามารถรูดผ่านบัตรเครดิตได้

นอกจากนั้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ยังสามารถสะสมเป็นคะแนนเพื่อแลกของรางวัลต่าง ๆ ได้ตามสไตล์ที่เราชอบ อาจเป็นเครดิตเงินสดคืนเข้าบัญชี แลกของใช้เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแลกเป็นตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง voucher เงินสดของร้านค้าต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย

บัตรเครดิตทุกธนาคารในปัจจุบันก็จะมีการร่วมมือกับทางร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าปั๊มน้ำมัน เพื่อทำโปรโมชั่น ถือเป็นข้อดีของผู้ถือบัตรเครดิต อาจได้ส่วนลด มีของแถม โปรโมชั่นดีกว่าจ่ายเป็นเงินสดซะอีก โปรโมชั่นก็มีหลายรูปแบบ ลดราคาทันที เช่น ลด 10% หรือ มา 4 จ่าย 3 หรือ เป็นของแถมของรางวัล เช่น ครบ 5,000 บาท ได้กระเป๋า หรือ อาจะเป็นในรูปแบบของเงินคืน Cash back ทุกยอดการใช้จ่ายภายในวันนี้หรือซื้อสินค้ารวมของแผนกนี้จะได้คืน 1% เป็นต้น

บางคนก็เข้ามาให้ความเห็นบอกถึงประโยชน์ของบัตรเครดิตที่ใช้ในการทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่วงเงินไม่มากนัก และต้องจ่ายเงินคืนเต็มวงเงินทุกครั้งเพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย เนื่องจากบัตรเครดิตโดยมากรอบบัญชีการจ่ายเงินที่ปลอดดอกเบี้ยจะสูงถึง 55 วัน ผู้ที่ทำธุรกิจก็จะสามารถนำเวลาปลอดดอกเบี้ยช่วงนี้ไปบริหาร อาจเป็นการให้เครดิตกับลูกค้า 15-20 วัน ก็จะได้เปรียบคู่แข่งของเราที่ต้องให้ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น

สินเชื่อบัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต ข้อดีของบัตรเครดิต คลิ๊กที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=zqsRwPRUnv4

2
การที่คุณสาวๆจะมีผิวขาวใสได้นั้น ต้องอาศัยการดูแลบำรุงอย่างสม่ำเสมอ และต้องเลือกวิธีการบำรุงผิวที่ปลอดภัย ไร้เคมีทำร้ายผิว อย่างการเลือกใช้ 3 วิธีทำให้ผิวขาวจากธรรมชาติ ดังนี้..

วิธีทำให้ผิวขาวที่ 1 : ฝึกใส่ใจดูแลตนเองเพื่อผิวขาว
1.) เลิกสูบบุหรี่ – การสูบบุหรี่จะทำให้ผิวของคุณแห้งกร้าน เกิดรอยหมองคล้ำได้ง่าย ไร้สารต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย แถมยังทำให้ผิวเกิดริ้วรอยแก่ก่อนวัย

2.) ทาครีมกันแดดทุกวัน – รังสี UVA/UVB สามารถส่งผลให้ผิวคล้ำเสีย เกิดรอยฝ้า และมะเร็งผิวหนังได้ คุณจึงควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 PA+++ ทุกวันก่อนออกจากบ้าน 20 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดเป็นเวลานาน

3.) ดื่มน้ำเยอะๆ – วิธีที่จะช่วยให้ผิวไม่หมองคล้ำ ก็คือคุณต้องทำให้ผิวชุ่มชื้นตลอดเวลา อย่างการดื่มน้ำในอุณหภูมิปกติให้ได้วันละ 8-10 แก้ว ต่อวัน (1-2 ลิตร) วิธีนี้จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื้น ต่อต้านริ้วรอยได้ดี

4.) ทำความสะอาดผิว เช้า/เย็น – ควรทำความสะอาดผิวเพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว และมุ่งเน้นการทำความสะอาดในช่วงเย็นเพื่อชำระล้างเคมี สิ่งสกปรกที่เจอมาตลอดวัน

5.) ทานอาหารที่ดีต่อผิว – โดยเลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารจากผักใบเขียว, วิตามินซี อี เอ ในผักผลไม้ สาระสำคัญเหล่านี้จะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งขึ้น

วิธีทำให้ผิวขาวที่ 2 : เลือกผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวที่ปลอดภัย
1.) ใช้ Whitening ที่ปลอดภัย – โดยเลือก Whitening ที่ช่วยให้ผิวขาวอย่างปลอดภัย มี อย. กำกับ พร้อมบอกแหล่งผลิต และส่วนผสมอย่างชัดเจน

2.) ใช้ Whitening บำรุงผิวทุกวัน – เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวขาวที่มีสารสกัดจาก รากปอสา, แก่นมะหาด, มะนาว หรือเลือกบำรุงง่ายๆ ด้วยเซรั่มมะหาด 3 ทรีพลัส บำรุงผิวหน้า ที่จะช่วยบำรุงผิวของคุณให้ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อผิวหน้า

3.) ใช้ Whitening ที่ไม่มีเคมีอันตราย – พยายามอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินเหตุ เช่น “ขาวไวใน 3 วัน” เพราะครีมเหล่านี้มีสารอันตรายอย่าง ไฮโดรควิโนน, ปรอท, ตะกั่ว หรือบางชนิดแอบผสมสารตัวเดียวกับน้ำยาล้างห้องน้ำ อันตรายต่อผิวหน้าอย่างมาก

3 สิ่งที่ควรทำ เพื่อผิวขาวใสอย่างปลอดภัย คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

3
ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ควรจะทำความรู้จักเครื่องคอมพิวตอร์ Notebook ให้มากที่สุดด้วยการอ่านคู่มือ อย่าคิดว่า เครื่องคอมฯ Notebook ไหนๆ ก็เหมือนกันไม่ต้องอ่านคู่มือก็ได้ ซึ่งโดยปกติแล้วคู่มือจะบอกรายละเอียดของอุปกรณ์ทุกชิ้น คำแนะนำและคำเตือนต่างๆ เพื่อให้การใช้งานได้อย่างถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาว

1. จอภาพ เป็นส่วนสำคัญในการแสดงผล ห้ามใช้มือสัมผัสกันหน้าจอโดยตรง ระวังอย่าให้อะไรมากระแทกหน้าจอได้ การดูแลรักษาไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาเคมีอะไรหรอกครับ ตัวที่สำคัญที่สุดคือ ผ้าไมโครไฟเบอร์ของ 3M แพงมาก ผืนนิดเดียว 169บาท แต่เชื่อแถอะคุ้มสุดๆผมน่ะคิดตัง้นานกว่าจะตัดสินใจซื้อใช้แต่เสื้อยืดเช็ดแต่พอซื้อมาใช้จริงๆสุดยอดมากครับไม่เวอร์น่ะเช็ดที่เดียวเบาๆคราบต่างๆหลุดหมดเลย ถ้าเป็นคราบบางคราบที่เช็ดแห้งๆไม่ออกก็เอาผ้าไปชุบน้ำอุ่นเช็ดก่อนแล้วเอาส่วนที่แห้งเช็ดเบาๆจนหน้าจอแห้งสนิทแค่นี้ก็พอแล้ว สิ่งสำคัญคือถ้าหน้าจอเปื้อนให้เช็ดทันทีหากทิ้งไว้จะเช็ดออกยากแล้วเราต้องออกแรงมากขึ้นจนทำให้สารที่เคลือบมาจากโรงงานหลุดออกได้และแรงอาจทำให้เกิดจุดเสียของจอภาพได้(จอแพงมากเปลี่ยนที่เจ็ดพันอัพ)

2. คีย์บอร์ด เรื่องนี้เจอกับตัวเลยครับพี่ชายกินกาแฟข้างโน๊ตบุ๊กเครื่องแรกคว้ำใส่คีย์บอร์ด พังเลยครับกดไม่ได้ หาเปลี่ยนก็ไม่มี ทิ้งเลยโน๊ตบุ๊กใช้ได้ไม่ถึงปี หลักๆก็อย่ากินอะไรใกล้ๆโน๊ตบุ๊กวางโต๊ะคนล่ะตัวปลอดภัยสุด เวลามือเปียกก็เช็ดให้แห้งก่อนใช้ แล้วหมันใช้เครื่องดูดฝุ่นกับแปลงเล็กๆทำความสะอาดคีย์บอร์ดคีย์บอร์ดแล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดแค่นี้ก็แจ่มแล้ว

3. พอร์ทต่างๆ อันนี้สำคัญมากแต่คนมั๊กล่ะเลยพี่ชายผมอีกแล้วอันนี้เครื่องใหม่เวลาเสียบอุปกรต่างๆอย่างยู้เอสบีค่อยๆเสียบค่อยๆถอดอย่าโยกยูเอสบีพี่ผมพังไปแล้วหนึ่งพอร์ทเอาแปลงปัดฝุ่นออกบ้างด้วย

4. แบตเตอร์รี่ อันนี้เป็นสุดยอดของการถกเถียงกันในวงการโน๊ตบุ๊กเลย บ้างก็บอกว่าเวลาเสียบปลั๊กถอดแบตออกดีกว่าบ้างก็ว่าใส่แบตดีกว่า แต่ความคิดส่วนตัวผมคิดว่าการถอดแบตดีที่สุดแต่ก็ถกเถียงกันอีกว่าแบตเตอรี่ป้องกันไฟกระชากได้ จริงหรือไม่ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่ที่แน่ๆคือช่วยเซฟงานเวลาไฟดับได้แน่นอน ผมจึงสรุปเทคนิคว่า เวลาชาร์ตเต็มแล้วถอดแบตออกเสียบไฟผ่าน UPS ดีที่สุดครับเพราะตัวแค่พันกว่าบาทถูกกว่าแบตแยะเลยใช้ได้หลายปีป้องกันไฟกระชากได้แน่นอนไฟดับก็ได้ด้วย

เทคนิคในการบำรุงรักษา แบตเตอรี่

แบตเตอรี่โนตบุคในปัจจุบัน ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion (Li-ion) ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ดีกว่าแบตเตอรี่ประเภท Nickel-Metal Hydride (NiMH) หรือ Nickel Cadmium (NiCd) ในสมัยก่อนเป็นอย่างมาก โดยมีน้ำหนักน้อยกว่า คุณภาพของแบตเตอรี่ที่สูงกว่า และไม่มีผลกระทบจากปรากฎการณ์ Memory Effect อย่างไรก็ตามคุณสามารถยืดระยะเวลาของแบตเตอรี่ให้สามารถใช้งานไปได้นานที่สุด ด้วยเทคนิคการรักษาแบตเตอรี่ ดังนี้ครับ

วิธีดูแลรักษาโน๊ตบุ๊คให้มีอายุยาวนานและคุ้มค่ากับการใช้งานที่สุด คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/โน๊ตบุ๊ค/

4
ว่าด้วยเรื่องของอาหารการกินหลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า เมื่อเราตั้งครรภ์ของที่ต้องห้ามกินมีอะไรบ้าง และมีอาหารอะไรที่กินเข้าไปเพื่อบำรุงคุณแม่ได้บ้าง เพราะอาหารที่กินนั้นควรจะมีประโยชน์ต่อเบบี้ตัวน้อยๆ ที่อยู่ในท้อง หากกินอะไรที่ลูกออกมาแล้วจะฉลาด แข็งแรง และมีร่างกายสมบูรณ์เหล่าคุณแม่ๆ ก็พร้อมที่จะกินเสมอ ฉะนั้น วันนี้เราจึงขอนำเสนอ สูตรอาหาร สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ

ฟักทองผัดไข่

คุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ต่างก็ทราบกันดี ว่าคนสมัยก่อนมักจะชอบบอกเสมอว่า ฟักทองเป็นผักที่มีคุณสมบัติในการสร้างน้ำนมได้เป็นอย่างดี เพราะเนื้อฟักทองนั้นมีประโยชน์จากมีวิตามินหลายชนิดด้วยกัน แถมยังมีรสชาติหวานมันกำลังดี เหมาะที่จะทำทั้งอาหารคาวและหวาน แม่สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ต้องเหมาะกับเมนูนี้ที่สุดค่ะ ฟักทองผัดไข่ มาลองทำกันดูดีกว่าค่ะรับรองว่าไม่ยาก

วัตถุดิบ

•   ฟักทองปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย
•   ไข่ไก่ 1 ฟอง
•   กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
•   ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนโต๊ะ
•   น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
•   น้ำมันพืชสำหรับผัด

วิธีทำ

1.   ขั้นแรกให้คุณแม่ตั้งกระทะแล้วใช้ไฟกลาง ใส่น้ำมันเล็กน้อยจากนั้นเทกระเทียมลงผัดในกระทะจนส่งกลิ่นหอม ตามด้วยไข่ไก่ ยีไข่จนเกือบสุก ตามด้วยฟักทองจากนั้นผัดให้เข้ากัน
2.   ให้ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทราย แล้วผัดให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้าอีกครั้ง กันจนฟักทองสุกนิ่มตามต้องการ ก็พร้อมรับประทานแล้วค่ะ
น้ำพริกปลาทู

เมื่อมีอาหารรสชาติที่จืดๆ แม่ๆ บางท่านก็อยากจะเติมสีสันให้ตัวเองกันบ้างเราเลยอยากจัดเมนูที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 พร้อมทั้งช่วยบำรุงสมอง แถมยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาการมองเห็นของเบบี้ในท้องของคุณแม่อีกด้วย เมนูที่ว่านี้ก็คือ น้ำพริกปลาทูนั่นเองค่ะ แต่ขอบอกเลยว่า เมนูนี้คุณแม่ๆ ต้องทำรสชาติที่ดรอปลงจากที่เคยกินอยู่สักหน่อยนะคะ ท่องเอาไว้ว่าเรามีเจ้าหนูอยู่ในท้องจำต้องกินรสอ่อนกว่าเดิม ว่าแล้วลงมือทำกันเลยดีกว่า

วัตถุดิบ

•   ปลาทูนึ่ง 2 ตัว
•   หอมแดงปอกเปลือก 5-8 หัว
•   น้ำมะนาว ½ ช้อนโต๊ะ
•   พริกชี้ฟ้าแดง ตามความชอบความเผ็ด
•   กระเทียมไทยปอกเปลือก 1 หัว
•   น้ำปลา ½ ช้อนโต๊ะ
•   ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ใบสะระแหน่ ซอย
•   ผักสดไว้กินกับน้ำพริก

วิธีทำ

1.   ให้นำพริก หอม กระเทียมมาเสียบไม้ไปย่างให้สุก จากนั้นให้นำทุกอย่างมาโขลกหยาบๆ ให้พอเข้ากัน
2.   จากนั้นให้แกะเนื้อปลาทูใส่ แล้วตำทุกอย่างให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเสร็จแล้วให้ลองชิมรสดูว่าถูกใจคุณแม่หรือยัง จากนั้นก็ปรุงรสอีกนิดตามชอบแล้วโรยใบผักแต่งหน้าสักนิดเป็นอันพร้อมทานแล้วค่ะ อ้ออย่าลืมทานแกล้มกับผักสดๆ พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ จะทำให้คุณแม่เจริญอาหารได้มายิ่งขึ้นค่ะ

มาดูสูตรอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์กันดีกว่า คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/สูตรอาหาร/

5
เชื่อว่าในเดือนนี้เราทนอากาศร้อนของประเทศไทยกันมามากพอแล้ว คอนโดส่วนใหญ่ก็คงมีความร้อนสะสมอยู่ในห้องไม่น้อย นอกจากเราจะเปิดแอร์ดับร้อนกันแล้ว Bamgkok Citismart จะมาแนะนำการแต่งคอนโดที่ช่วยลดความร้อนภายในห้องกันบ้าง

แต่งคอนโด ต้นไม้ริมระเบียง
การปลูกต้นไม้นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยลดอุณหภูมิความร้อน ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นลง โดยต้นไม้ที่เลือกปลูกในคอนโดควรเป็น Indoor Plants ไม้ที่เติบโตได้ในที่ร่ม หรือเป็นไม้กระถาง ขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพื่อปรับเปลี่ยนมุมสีเขียวที่ช่วยลดความร้อน หรือจะออกไปนั่งชมวิวพร้อมต้นไม้ริมระเบียงได้อย่างไม่รู้เบื่อก็ได้

แต่งคอนโด สีสว่าง
หากห้องของคุณอยู่ในทิศทางที่ได้รับแดดเต็มๆ การเลือกทาสีห้อง หรือตกแต่งห้องเป็นโดทนสีสว่าง สีอ่อน ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นโทนสีที่ไม่กักเก็บความร้อนแล้ว ยังเป็นสีที่สามารถนำของตกแต่งอื่นๆ มาสร้างสีสันให้กับห้องได้ง่ายอีกด้วย

แต่งคอนโด ติดผ้าม่านกันแสง
ตัวช่วยที่ขาดไม่ได้สำหรับคนอยู่คอนโด โดยเฉพาะผ้าม่านกันแสง (Blackout) ที่สามารถป้องกันแสงแดดได้เกือบ 100% เนื่องจากเนื้อผ้าของผ้าม่านชนิดนี้จะมีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดและความร้อน จึงสามารถกันแดด และช่วยประหยัดค่าไฟได้เป็นอย่างดี มีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดคือ แบบทอด้วยด้ายสีดำตรงกลาง, แบบเคลือบด้วยโฟมด้านหลัง และ แบบฉาบปรอทติดตั้งซ้อนกันกับผ้าธรรมดา นอกจากนั้นยังแนะนำให้เลือกผ้าม่านกันแสงสีโทนอ่อน เพื่อช่วยให้ห้องสว่าง สบายตาขึ้นไปอีก

แต่งคอนโด ติดฟิลม์กรองแสง
เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการลดความร้อนของห้องในราคาประหยัด ราคาติดฟิลม์กรองแสงเริ่มต้นไม่เกิน 50 บาทต่อตารางฟุต ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภท และยี่ห้อของฟิลม์ โดยสามารถเลือกได้ทั้งความเข้มของฟิลม์และออกแบบลวดลายของฟิลม์เพื่อเป็นการตกแต่งคอนโดได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนั้นยังจะช่วยลดความซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ที่จะโดดแดดเผาได้

แต่งคอนโด ลดความร้อน อากาศร้อน ห้องไม่ร้อน คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/คอนโด/

6
ช่วงหน้าฝน เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงกระทันหัน ทำให้หลายๆคนเกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย ไม่ใช่แค่เฉพาะคนเท่านั้น บรรดาสัตว์ทั้งหลายก็เจ็บป่วยได้ง่ายเช่นกัน จึงควรได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะบรรดาสัตว์เลี้ยงในบ้าน ผู้เลี้ยงจึงควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคภัยของสัตว์เลี้ยง เพื่อที่สามารถสังเกตุอาการได้ทันท่วงที

โรคที่มักเกิดในสัตว์เลี้ยงในช่วงหน้าฝน มีดังนี้

โรคระบบทางเดินอาหาร เป็นโรคที่มากับหน้าฝน ซึ่งได้แก่ อาการท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือโรคที่ร้ายแรง เช่น โรคลำไส้อักเสบ ซึ่งพบได้ในสุนัขทุกช่วงอายุ แต่ในช่วงหน้าฝนมักมีความชื้นมากกว่าปกติ เชื้อโรคจึงสามารถเจริญเติบโตได้ง่าย
การดูแลรักษา
ฉีดวัคซีนประจำปี ควรฉีดตามอายุของสุนัข ซึ่งนอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว อาหารและน้ำก็มีผลกับสัตว์เลี้ยง ดังนั้นจะต้องดูแลเรื่องอาหาร และน้ำให้กับสัตว์เลี้ยง อาหารเม็ดต้องสดใหม่ ไม่ขึ้นรา และถ้าหากเป็นอาหารที่ปรุงเองก็ควรจะต้องสะอาด สุก ไม่ค้างคืน เป็นอันขาด

ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งโรคที่พบบ่อย ในช่วงหน้าฝนคงหนีไม่พ้น พวกไข้หวัด หลอดลมอักเสบ
การดูแลรักษา
ถ้าสังเกตว่าอาการมีไอ หรือมีน้ำมูกควรพาไปหาหมอทันที อย่าพยายามหายาให้ทานเอง เพราะสุนัขและแมวไม่เหมือนคน ซึ่งอาจจะแพ้ยาบางตัวและมีอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย

ระบบผิวหนัง ช่วงที่มีความชื้นสูงในหน้าฝน อาจทำเกิดสภาวะอับชื้นก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดโรคผิวหนังได้ง่าย ซึ่งอาจจะมีตุ่ม ผื่นคัน ซึ่งจะพบได้บ่อยตามบริเวณใบหูด้านใน ง่ามนิ้วเท้า รอบจมูกหรือรอบตา
การดูแลรักษา
ควรจะหมั่นดูแลเรื่องผิวหนัง ขน ของเขาให้แห้งอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้เปียก หรือชื้น หากพบว่าสุนัขมี ตุ่มคัน เกา สะบัดหูบ่อย ๆ หากดูว่ามากผิดปกติควรจะรีบพาไปหาหมอ เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะกลายเป็นโรคผิวหนังชนิดเรื้อรัง

เห็บเป็นพาหะนำโรค คือ พยาธิในเม็ดเลือดหรือไข้เห็บ และเห็บ ยังเป็นตัวที่ทำให้สัตว์อ่อนแอ โลหิตจาง เนื่องจากเห็บดูดเลือด ซึ่งจะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของสัตว์ลดต่ำลง ทำให้สัตว์ติดเชื้อและเกิดโรคได้ง่าย รวมทั้งภูมิอากาศในบ้านเราร้อนชื้นเหมาะสำหรับการแพร่พันธุ์ของเห็บ ยิ่งในช่วงหน้าฝนอัตรายจากการเจ็บป่วยเนื่องจากเห็บจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งโรคที่เกิดจากเห็บโดยตรง และโรคอื่นอันเนื่องมาจากสัตว์อ่อนแอ เพราะถูกเห็บดูดเลือด การกำจัดเห็บถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

การดูแลสัตว์เลี้ยงในหน้าฝน คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/สัตว์เลี้ยง/

7
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ มีคอนโดผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดเลยนะครับ เรียกได้ว่ามีงานเปิดตัวโครงการใหม่กันเกือบทุกสัปดาห์เลยก็ว่าได้ โดยแต่ละโครงการก็ไม่ได้จำกัดแค่ในตัวเมืองเท่านั้น ต่างก็กระจายตัวกันออกไปอยู่ในหลายๆโซนของกรุงเทพฯ รวมถึงหัวเมืองในต่างจังหวัดด้วย และเราจะเลือกซื้อคอนโดทำเลไหนดีละ ?

นับจากที่กรุงเทพมหานครได้พัฒนาการขนส่งระบบ รางอย่างรถไฟฟ้าได้เริ่มขึ้นในปี 2542 นับว่าเป็นทางเลือกใน การคมนาคมที่ดีสำหรับคนที่ ใช้บริการรถสาธารณะที่อยู่ในเมือง ทั้งสะดวก รวดเร็ว และกำหนดเวลาในการเดินทางได้ง่าย และ ตัวรถไฟฟ้านี้เอง ก็เป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเอาความเจริญเข้ามาในบริเวณรอบๆนั้น เช่น ห้างสรรพสินค้า, อาคารสำนักงาน, โรงแรม, Lifestyle Mall, Supermaket, Hypermarket เป็นต้น

คอนโดที่อยู่ในบริเวณเส้นทางรถไฟฟ้าอยู่แล้วก็เลยได้อานิสงค์ จากความเจริญต่างๆเหล่านี้ และทำให้มูลค่าของคอนโดเพิ่มขึ้นไปด้วย ในเมื่อคอนโดใกล้รถไฟฟ้ามีความน่าสนใจขนาดนี้ แล้วเราควรจะเลือกคอนโดแนวรถไฟฟ้าสายไหน สีไหน สถานีอะไร อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลเลยนะครับว่า “ชิน” กับทำเลตรงไหน หรืออิงกับสถานที่ทำงานเป็นหลักก็ได้ ว่าใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีอะไร ก็เลือกใกล้กับกับสถานีนั้นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องติดสถานีนั้นเลย เพราะโซน Comercial Office Building ราคาคอนโดอาจจะค่อนข้างแพงมาก สำหรับมนุษย์เงินเดือนตัวน้อยที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน เราอาจะเลือกที่เขยิบออกมาไกลจากสถานีใกล้ที่ทำงานหน่อยก็ได้ เพื่อให้ได้สอดคล้องกับกับเงินในกระปุกของเราดีกว่านะครับ แต่สำหรับคนที่มั่งมีศรีสุข ไม่มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ตัวเลือกคอนโดที่ติดกับรถไฟฟ้า และห้างสรรพสินค้าเลยก็มีอยู่มากเช่นกัน

อย่างเช่น ส่วนต่อขยาย แบริ่ง, บางนา, อุดมสุขก็มีคอนโด ขึ้นมาตามแนวรถไฟฟ้าอยู่พอสมควร แต่ในปัจจุบัน คอนโดที่เกาะตามแนวรถไฟฟ้าแถบนี้ ราคาก็พุ่งขึ้นมาบ้างแล้ว อาจจะต้องมองหาคอนโดที่อยู่ห่างจากตัวสถานีไปหน่อย ประมาณ 400-500 เมตร มี ทั้ง High Rise และ Low Rise หรือ ลองมองหาคอนโดที่ขึ้นตามแนวส่วนต่อขยาย แบริ่ง-สมุทรปราการ ก็จะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งในปัจจุบัน ส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทรปราการ นี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างภาพ ความเจริญต่างๆอาจจะยังไม่มีให้เห็นในตอนนี้ครับ

คอนโดJW Station @ Ramintra คอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีชมพู คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/

8
บัตรเครดิตที่มอบสิทธิพิเศษเที่ยวทั่วไทยได้คุ้มกว่าใคร

สมัครบัตรวันนี้
ฟรี!ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีในปีแรก ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป

สิทธิพิเศษบัตรเครดิตท่องเที่ยว
รับสิทธิซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาพิเศษตลอดปี
รับสิทธิเข้าร่วมงานเทศกาลหลักที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัด
รับส่วนลด 20% จากราคาเว็บไซต์ เมื่อเช่ารถกับ Europcar
รับส่วนลดสูงสุด 80% กว่า 150 รีสอร์ทชั้นนำทั่วไทย

สิทธิพิเศษแพลทินัม
ทุก 2 คะแนนสะสมสามารถแลกเป็น 1 ไมล์เดินทางจากการบินไทย เพียงมีคะแนนสะสมขั้นต่ำตั้งแต่ 2,000 คะแนนขึ้นไป
คะแนนสะสม 1,500 คะแนน สามารถแลกไมล์เดินทางจากบางกอกแอร์เวย์สได้ 10 FlyerBonus
คะแนนสะสม 1 คะแนน สามารถแลกไมล์เดินทางจากแอร์เอเชียได้ 1 BIG Points โดยอัตราการแลกคะแนนสะสมขั้นต่ำ ทุก 1,000 คะแนน
บริการผู้ช่วยส่วนบุคคล ตลอด 24 ชั่วโมงโมง ทั่วประเทศ อาทิ
ประสานงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางรถยนต์บนท้องถนน
บริการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์
บริการเลขาส่วนตัว เกี่ยวการจองรถลีมูซีน จองภัตตาคาร จองเที่ยวบิน  สำรองเวลาออกรอบกอล์ฟ จองบัตรชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต และการแสดงต่างๆ
บริการให้คำแนะนำการเดินทาง
บริการช่วยเหลือภายในที่พักอาศัย
ประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ส่วนลดค่ากรีนฟี
บริการแพ็กเกจกอล์ฟ ณ สนามกอล์ฟชั้นนำทั่วโลกที่ร่วมรายการ

คุณสมบัติผู้สมัครบัตร
 บัตรหลัก

มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
รายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน
* ทั้งนี้ธนาคารขอสงวนสิทธิในการพิจารณาคุณสมบัติอื่นๆ ของท่าน เช่น ประวัติการชำระเงิน เป็นต้น

เอกสารประกอบการสมัคร :

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ
สำเนาทะเบียนบ้านหน้าแรกและหน้าที่มีชื่อท่าน (ยกเว้นชาวต่างชาติ)
เอกสารแสดงรายได้ เช่น หลักฐานการจ่ายเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย
สำเนาใบยื่นเสียภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.) พร้อมสำเนาใบเสร็จรับเงินการเสียภาษีประจำปีล่าสุด
สำเนาใบแจ้งยอดบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน บัญชีสะสมทรัพย์ หรือบัญชีฝากประจำของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินต่างๆ ที่ท่านมี
สำเนาใบแจ้งยอดบัตรเครดิตอื่นๆ ย้อนหลัง 3 เดือน (ถ้ามี)
สำหรับเจ้าของกิจการ โปรดแนบสำเนาการจดทะเบียนบริษัท

บัตรเครดิตท่องเที่ยว ธนาคารกรุงเทพ คลิ๊กที่นี่ https://access.amot.in.th/?affiliate=TkRBeE1EYz0

9
ปฏิเสธไม่ได้เลยนะคะว่าในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นแสงแดดที่พร้อมแผดเผาผิวหน้าผิวกายให้หมองคล้ำ ไหนจะเหล่ามลพิษรอบตัวที่เกาะกุมผิวได้ตลอดเวลา หากเราล้างหน้าไม่สะอาด ผิวหน้าก็ย่อมหมองคล้ำไม่สวยสดใส นำมาซึ่งปัญหาสิว ฝ้า กระ จุดด่างดำและยังเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องหันมารับมือป้องกันปัจจัยที่ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ และมองหาวิธีทำให้หน้าขาวใสด้วยวิธีธรรมชาติมาปรนนิบัติดูแลผิวไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเราก็หยิบมาฝากกันแล้วค่ะกับ 7 เคล็ดลับเพื่อผิวหน้าขาวใสด้วยวิธีธรรมชาติ บอกเลยปลอดภัยไร้สารพิษตกค้าง แถมหน้ายังขาวใสกิ๊งดั่งใจ ทำยังไงบ้าง มาติดตามกันค่ะ — วิธีทําให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ

1.ใส่ใจรักษาความสะอาดของผิวหน้า วิธีทําให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ
หน้าขาวแบบธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าสาวๆ ต้องล้างหน้าบ่อยๆ หรอกนะคะ เพราะมีผลจากการศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญพบว่า การล้างหน้าที่เหมาะสมนั้น ล้างเพียงวันละ 2 ครั้งก็พอแล้ว เพราะการล้างหน้าที่บ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง หรือสำหรับสาวหน้ามันก็อาจจะทำให้ใบหน้ามันเยิ้มขึ้นยิ่งกว่าเดิม

เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ผิวแห้งมากเกินไป จะทำให้ผิวหนังขับ sebum หรือไขมันใต้ชั้นผิวออกมามากขึ้นนั่นเอง อีกทั้งยังอาจส่งผลให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย โดยการทำความสะอาดผิวหน้าที่ดีที่สุดนั้น ก็คือ การล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าที่มีความอ่อนโยน เช้า-เย็นในกรณีแต่งหน้า ก็ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางให้หมดจดด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางนั่นเอง

2. สูตรล้างหน้าเพื่อผิวขาวใส
สูตรทําให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ การล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุด เพราะจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกให้ออกไปจากผิว ทำให้ผิวหน้าสะอาดและพร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป ดังนั้นสาวๆ

จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้การทำความสะอาดผิวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อเป็นการช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขนได้มากยิ่งขึ้น พร้อมกับช่วยเติมสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกไปพร้อมๆ กัน เราขอแนะนำสูตรล้างหน้าที่ทำเองได้จากวัตถุดิบธรรมชาติดังนี้

น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเป็นคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนต่อผิวหน้าได้ดีทีเดียว ซึ่งหลังจากเผชิญสิ่งสกปรกและมลภาวะมาตลอดทั้งวัน ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวนวดลงบนผิวหน้าเบาๆ ให้น้ำมันซึมซาบให้ทั่วผิวหน้า

ทิ้งไว้ประมาณ 30 วินาทีจากนั้นนำผาขนหนูชุบน้ำอุ่นมาประคบให้ทั่วผิวหน้าเพื่อเปิดรูขุมขน รออีกประมาณ 15-30 วินาที ค่อยเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ วิธีนี้จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้ออกไปอย่างหมดจด

ให้นำแอปเปิลไซเดอร์ 1 ส่วนผสมน้ำ 2 ส่วน ชุบสำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้าหลังล้างหน้า ใช้แทนโทนเนอร์ที่สาวๆ มักใช้หลังล้างหน้า แอปเปิลไซเดอร์จะช่วยปรับสภาพผิวให้เป็นกลาง ไม่มันและไม่แห้งเกินไป และยังช่วยปรับสภาพความเป็นกรดด่างของผิวให้เป็นกลาง ซึ่งเป็นสภาพผิวที่สามารถซึมซับมอยส์เจอไรเซอร์และครีมบำรุงผิวได้ดีที่สุด อีกทั้งยังช่วยให้ผิวมีความเนียนนุ่มและดูกระจ่างใสได้มากทีเดียว

น้ำผึ้งและมะนาวเป็นส่วนประกอบจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวและฆ่าเชื้อ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาเข้ากับน้ำมะนาว 2 ช้อนชา จากนั้นทาให้ทั่วผิวหน้าอย่างนุ่มนวลด้วยนิ้วมือของคุณ รอจนกว่าจะแห้งแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่น

เคล็ดลับผิวขาว วิธีทําให้หน้าขาวแบบธรรมชาติ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

10
กลับมาอีกครั้ง Star Craft เกมวางแผนกลยุทธ์แบบเรียลไทม์สุดฮิต เมื่อไม่นานมานี้

Blizzard เผยว่ากำลังพัฒนาเกม StarCraft ภาคแรก ในเวอร์ชั่น Remastered ที่จะมาพร้อมภาพกราฟฟิกที่สวยงามขึ้น ในความละเอียดระดับ 4K โดยคาดว่าจะเสร็จในช่วงปลายปีนี้ แต่ก่อนหน้านั้นทางบริษัทก็ขอแจกเกม StarCraft ภาคแรก เวอร์ชั่นคลาสสิค ให้กับเหล่าสาวกไปเล่นซ้อมมือกันก่อนด้วย โดยแจกให้ดาวน์โหลดกันทั้งบน PC และ MAC กันแบบฟรีๆ ไปเลย

สำหรับตัวเกม Star Craft ที่เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีนี้ ก็มีทั้งภาค Original และ Brood War และมาพร้อม Patch Update 1.18 ด้วย ซึ่งดาวน์โหลดไปเล่นได้ทั้งเครื่อง PC และ Mac ซึ่งจะมีการอัพเดตปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ๆ ปรับปรุงกราฟิกและการแสดงผลที่ดีขึ้นบนคอมพิวเตอร์ PC (ระบบปฏิบัติการ Windows) และ Mac (ระบบปฏิบัติการ Mac) สำหรับเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จะสามารถใช้งานได้ดีบนระบบปฏิบัติการ Windows 7, 8.1 และ 10

StarCraft 1.18 Update Patch Notes

เพิ่มหน้าต่างแบบเต็มหน้าจอหรือหน้าต่างโหมด Alt + Enter
เพิ่มการสนับสนุน UTF-8
เพิ่มเคอร์เซอร์หนีบในเกมขณะที่หน้าต่าง unclamped ในเมนู
เพิ่มแผนที่ยอดนิยมเพื่อปรับปรุงการหาเกมหรือประเภทเกม
เพิ่มตัวเลือกเพื่อแสดงการทำงานต่อนาที
เพิ่มโหมดสังเกตการณ์
เพิ่มข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามเมื่อเข้าร่วมล็อบบี้เกม
เพิ่มการบันทึกอัตโนมัติสำหรับการเล่นซ้ำ
เพิ่มตัวเลือกเพื่อแสดงเวลาในเกม
เพิ่มการสนับสนุน UPnP
อัปเดตเป็นแบ็กเอนด์ OpenGL ใหม่
ปรับปรุงการตอบสนองการเล่นเกมในระหว่างผู้เล่นหลายคน โดยการเพิ่มอัตราการเลี้ยวเพื่อให้ตรงกับความเร็ว LAN ผ่าน Battle.net
เค้าโครง UI ที่ดีขึ้นในส่วน Battle.net
ปรับปรุงพฤติกรรมของล็อบบี้ที่มีอยู่ภายในส่วน “เข้าร่วมเกม”
ปรับปรุงให้เข้ากันได้กับ Windows 7, 8.1 และ 10
การปรับปรุงความสามารถในการป้องกันการโกง
ปรับปรุงประสิทธิภาพการติดตั้งโปรแกรมแก้ไข
Mac Beta พร้อมให้บริการตั้งแต่ 10.11 ขึ้นไป

คืนชีพเกมออนไลน์ STAR CRAFT เหล่าสาวกเกมไม่ควรพลาด คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/เกมออนไลน์/

11
แม้การปอกหอมจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือ สารซัลเฟอร์ ต้นเหตุที่ทำให้น้ำตาไหลขณะปอกหอมนั่นเอง เคล็ดลับการปอกหอมอย่างไรไม่ให้น้ำตาไหลที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ บอกเลยว่าง่ายสุดๆ !

ว่าด้วยเรื่องการปอกหอมของเหล่าแม่บ้าน ปอกครั้งใดน้ำตาไหลทุกที ช่างเป็นอุปสรรคต่อการเข้าครัวเสียจริง บางคนถึงกับหลีกเลี่ยงการทำเมนูอาหารที่ต้องใช้หัวหอมเป็นส่วนประกอบเลยก็มี โอ้… ขนาดนั้นเชียวหรือเนี่ย เอาล่ะค่ะ วันนี้ Parpaikin ขอเอาใจเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย ด้วยเคล็ดลับการปอกหอมอย่างไรไม่ให้น้ำตาไหล จะมีวิธีใดบ้างไปชมกันเลยค่ะ

1.นำหอมไปแช่ตู้เย็น
นำหอมใหญ่ไปแช่ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำมาปอกเปลือก สับ หรือหั่น เพราะความเย็นจะทำให้ปฏิกิริยาต่างๆ เข้าสู่ตาของคุณได้ช้าลงนั่นเองค่ะ

2.หั่นในน้ำ
วิธีที่จะทำให้คุณไม่ต้องเสียน้ำตาให้กับหอมอีกต่อไปนั่นก็คือ การนำหอมไปหั่นในน้ำ อาจฟังดูแปลกสักหน่อย แต่วิธีนี้ก็ใช้ได้ดีทีเดียวนะคะ ขั้นตอนคือ เปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านหอมใหญ่ขณะหั่น หรือจุ่มหอมใหญ่ลงในน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ได้ เพราะน้ำจะช่วยละลายซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ที่อยู่ในหอมใหญ่ได้ ก่อนที่สารดังกล่าวจะกระจายเข้าสู่ตาของเราค่ะ

3.แช่มีดในน้ำก่อนหั่น
นำมีดคู่ใจแช่น้ำสะอาดก่อนนำมาหั่นหอมใหญ่ และหมั่นนำมีดจุ่มน้ำขณะที่หั่นหอมใหญ่บ่อยๆ เพื่อให้น้ำดูดซับสารซัลเฟอร์ ในขณะเดียวกัน มีดที่มีความแหลมคมก็จะช่วยป้องกันไม่ให้หอมใหญ่ช้ำ และทำให้อาการระคายเคืองลดน้อยลงไปด้วย

ปอกหอม

4.หั่นใกล้ความร้อน
นำเขียงที่ใช้หั่นหอมใหญ่ไปวางใกล้บริเวณที่มีความร้อน เช่น เทียน หรือเตาแก๊ส เพราะความร้อนจากเปลวไฟจะช่วยดูดสารซัลเฟอร์ออกไปให้พ้นจากดวงตาของคุณ แต่ทั้งนี้ควรจะจัดให้เขียงวางอยู่ในระยะที่ปลอดภัย ไม่ใกล้กับจุดกำเนิดความร้อนมากเกินไปด้วย

คล็ดลับเครื่องครัว ไม่รู้ไม่ได้! วิธีปอกหอมไม่ให้น้ำตาเล็ด คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

12
ช่วงเวลาพักผ่อนแสนสบายคือการทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนนุ่มๆ เชื่อเถอะว่าคงหลับสบายไม่รู้ตื่นเลยทีเดียว ดังนั้น เตียงนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตอย่างมาก และการเลือกซื้อต้องมีความพิถีพิถันเป็นพิเศษ วันนี้เรามี 3 หัวใจหลักๆ สำหรับการเลือกซื้อเตียงนอนมาฝากกันค่ะ

1.ขนาด
-เช็คพื้นที่ในห้องนอนว่าเหมาะกับเตียงขนาดใด รวมถึงขนาดเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ที่อยู่ในห้องด้วย
-เตียงที่ได้มาตรฐานแบ่งออกเป็น 3 ขนาด ได้แก่ ที่นอนเดี่ยว 3.5 ฟุต ที่นอนคู่ 5 ฟุต และที่นอนคู่ 6 ฟุต
-เลือกเตียงกับฟูกนอนให้มีความสูงสัมพันธ์กัน เพราะฟูกนอนมีผลมากต่อสรีระ และสุขภาพของผู้นอน ไม่ว่าจะนอนคนเดียว หรือหลายคน ต่างก็ต้องการเตียงนอนที่มีขนาดกว้าง การเลือกเตียงที่ออกแบบมาให้เก็บของได้จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ถ้าครอบครัวมีเด็กหลายคนควรเลือกใช้เตียงสองชั้น จะช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากขึ้น

2.วัสดุ
-เตียงไม้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นธรรมชาติ ทำความสะอาดง่าย ข้อเสียคือ มีเสียงดัง เนื่องจากไม้จะยืดและหดตัวตามสภาพอากาศ
-เตียงบุผ้า มีหลากหลายดีไซน์ คุณสมบัติเด่นของผ้าช่วยระบายความร้อนได้ดี ถอดซักได้ และโครงสร้างภายในควรบุด้วยวัสดุ Anti Mite ที่ป้องกันปลวก ไรฝุ่น จะได้ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้นอนค่ะ
-เตียงบุหนัง ให้ความรู้สึกหรูหรา ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน รวมทั้งยังทำความสะอาดง่าย
-เตียงเหล็ก แข็งแรง ทนทาน ประกอบกับลวดลายสวยงามสไตล์เหล็กดัด ช่วยสร้างบรรยากาศคลาสสิกเป็นอย่างดี
สำหรับการเลือกประเภทเตียงนอน ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เนื่องจากแต่ละประเภทมีข้อดี ลักษณะเด่นหรือดีไซน์แตกต่างกันไป สิ่งที่ควรคำนึงถึงที่สุดคือ โครงสร้างเตียงต้องแข็งแรง

3.สุขภาพ
เตียงบางหลังทำมาไม่ได้มาตรฐาน เช่น มีความโก่ง พื้นเตียงเป็นหลุม บางคนนอนบนเตียงไม่ได้ เพราะอาจมีโรคประจำตัว หรือน้ำหนักเยอะ ทำให้นอนแล้วปวดหลัง ดังนั้น ก่อนซื้อเตียงต้องทดลองนอนก่อนเลยค่ะ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาเหล่านี้ตามมา ส่วนสำคัญอีกอย่าง คือใต้เตียง หลายคนชอบแบบโปร่ง เพราะสวย ทำให้ห้องดูไม่อึดอัด แถมใช้เป็นที่เก็บของได้ด้วย แต่ในความเป็นจริง เป็นแหล่งสะสมฝุ่น ไรฝุ่น ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ ถ้าใช้เตียงนอนชนิดใต้เตียงติดพื้น จะช่วยลดปัญหาไรฝุ่นค่ะ

เฟอร์นิเจอร์ วิธีเลือกเตียงนอนให้เหมาะสมกับคุณ คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

13
เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า คนสมัยก่อนได้ฝึกสัตว์ชนิดหนึ่งให้ทำการส่งสาร แถมในปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง “ตัวแทนของผู้ส่งสาร” หรือ “เครื่องหมายแห่งสันติภาพ” ซึ่งจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ นกพิราบ ” นั่นเองค่ะ

ว่าด้วยเรื่องการสื่อสารในสมัยที่ยังไม่มีสื่อโซเชียล เพื่อนๆ คงจะทราบกันอยู่แล้วว่าเวลาเราจะติดต่อ หรือส่งข่าวสารหากัน ก็คงจะหนีไม่พ้นการส่งจดหมายนั่นเอง และผู้ทำหน้าที่ส่งสารก็คือ บุรุษไปรษณีย์

แต่… หากย้อนกลับไปสักหลายร้อยปีก่อน (สักช่วงสมัยสงครามโลก) เมื่อครั้งนั้นคนสมัยก่อนได้ฝึกสัตว์ชนิดหนึ่งให้ทำการส่งสาร และในปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึง “ตัวแทนของผู้ส่งสาร” หรือ “เครื่องหมายแห่งสันติภาพ” สัตว์ที่ว่านี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นากจาก “เจ้านกพิราบ” นั่นเองค่ะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาย้อนเวลาไปดูกันว่า ทำไมเราถึงยกให้เจ้านกพิราบเป็นบุรุษไปรษณีย์เมื่อครั้งก่อน ตามมาเล้ย!!!

มีหลักฐานบันทึกไว้ว่า ชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้ริเริ่มใช้นกพิราบในการสื่อสาร และมีกีฬาแข่งนกเกิดขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในชาวกรีกโรมัน แถมยังกระจายไปถึงประเทศตะวันออกกลางอีกด้วยค่ะ โดยการฝึกนกพิราบนี้ได้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นการใช้ประโยชน์ ถึงขั้นจัดตั้งขึ้นเป็นกิจการนกพิราบไปรษณีย์ (regular pigeon-post) ขึ้นในประเทศกลุ่มทวีปยุโรป รวมทั้งฝึกเพื่อนำไปสนับสนุนปฏิบัติการทางทหาร

ในขณะช่วงของการสงคราม นกพิราบสื่อสารก็ได้มีบทบาททอย่างมากเช่นกัน ซึ่งในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 พวกมันยิ่งมีบทบาทมากขึ้น เมื่อทางการฝ่ายต่อต้านได้มีการส่งนกพิราบสื่อสารจำนวนเกือบ 17,000 ตัว ส่งข่าวไปให้กับทหารหน่วยใต้ดินที่มีการต่อต้านทางการเยอรมัน และมีนกพิราบที่รอดมาจากสงครามถึง 2,000 ตัวด้วยกัน และพวกมันได้บินกลับออกมาอย่างปลอดภัยอีกด้วยล่ะค่ะ จากเหตุการณ์นี้เจ้าพวกนกพิราบสื่อสารนั้นยังมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือนักบินจำนวนมากให้รอดพ้นจากอันตรายในสงครามด้วย พวกเขาจึงได้นำนกพิราบติดตัวไปด้วยแล้วใช้พวกมันนำข่าวสาร หรือนำสัญญาณขอความช่วยเหลือ มายังหน่วยกู้ภัยในกรณีที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุพุ่งตกลงทะเล โดยจากเหตุการณ์นั้น ในสมัยสงครามโลกรูปนกพิราบสีขาวจึงกลายเป็น “สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ” หมายถึง ความสงบ ปลอดภัย และสันติสุขของมวลประชาชาติ นกพิราบสื่อสารในยุคสงครามเปรียบเสมือนวีรบุรุษ อย่างพิพิธภัณฑ์ในประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกามีประวัติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจ้านกพิราบนี้เสมอ ซึ่งได้รับการเชิดชูราวกับทหารที่ออกรบเลยทีเดียว และถือว่าเป็นนกที่มีความกล้าหาญในการปฏิบัติการภารกิจสงคราม บางตัวได้รับการแต่งตั้งและมียศเป็นถึงผู้กอง แถมยังมีรูปปั้นเป็นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงการปฏิบัติงานของพวกมัน

นกพิราบ ตำนานบุรุษไปรษณีย์แห่งอดีตกาล คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/นก/

14
บัตรเครดิต คืออะไร? ปัจจุบันมีบัตรจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน รวมทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย จนทำให้ใครหลายคนอาจสงสัยว่าบัตรแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร

บัตรเครดิตคืออะไร
บัตรเครดิต คือ บัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้กับลูกค้าโดยมีวงเงินให้ลูกค้าใช้รูดเพื่อซื้อสินค้าและบริการต่างๆ โดยลูกค้าจะต้องชำระเงินให้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินในภายหลังตามรอบบัญชีในแต่ละเดือนที่ธนาคารกำหนด โดยปกติรอบบัญชีจะอยู่ที่ 45 – 55 วัน

ลูกค้าสามารถจ่ายเงินให้กับธนาคารตามรอบบัญชีด้วยจำนวนเงินเต็มจำนวนที่ใช้จ่ายไป หรือจำนวนขั้นต่ำก็ได้ หากลูกค้าจ่ายเงินตามจำนวนขั้นต่ำหรือจ่ายเงินเกินจากวันที่ตามรอบบัญชีที่กำหนด ลูกค้าจะต้องเสียดอกเบี้ยให้กับธนาคารในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก คือ 20%ต่อปี

สำหรับค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเครดิตมักมีการยกเว้นในปีแรก ในปีต่อๆ ไปธนาคารจะกำหนดจำนวนเงินการใช้จ่ายของผู้ถือบัตร แต่ถ้าผู้ถือบัตรใช้จ่ายยอดไม่ถึงตามที่ธนาคารกำหนด ผู้ถือบัตรสามารถโทรแจ้งธนาคารเพื่อขอยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีได้

นอกจากนี้บัตรเครดิตยังสามารถกดเงินออกมาใช้ก่อนได้ โดยลูกค้าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดเงินออกมาใช้ประมาณ 3% ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร และยอดเงินที่กดออกมาใช้ นอกจากต้องเสียค่าธรรมเนียมแล้ว การกดเงินออกมาใช้เปรียบเสมือนการยืมเงินมาใช้ก่อน ธนาคารจึงคิดดอกเบี้ยอีกประมาณ 25-28% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ดังนั้นเราจึงไม่ควรกดเงินสดออกมาใช้

การใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์
การใช้บัตรเครดิตให้ได้ประโยชน์ ผู้ถือบัตรควรชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเวลาทุกรอบบัญชีและชำระเต็มจำนวน ผู้ถือบัตรจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยที่แพงมากให้กับธนาคาร นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรไม่ควรกดเงินสดจากบัตรออกมาใช้ หากเราใช้บัตรด้วยความมีวินัย บัตรเครดิตจะมีประโยชน์และข้อดีมากมาย เช่น

แต่ละธนาคารจะมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าผู้ถือบัตร เช่น การสะสมคะแนนเพื่อแลกของสมนาคุณต่างๆ มากมาย การได้รับส่วนลดจากร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ การได้รับเงินคืนเมื่อใช้บัตร อาจคืนในรูปของเงินเข้าบัญชีหรือคูปองเงินสดแลกซื้อของ นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรสามารถผ่อนจ่ายสินค้านานถึง 3, 6, 12 เดือน โดยชำระดอกเบี้ย 0%

สินเชื่อบัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต คืออะไร มีไว้เพื่อใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง คลิ๊กที่นี่ http://www.checkraka.com/price/personal-loan-1-216/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89-%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95-Citibank-Ready-Credit-%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C-Citibank-1411946/

15
CREDIT CARD การบริหารชีวิต การบริหารเงิน จ่ายหนี้ บัตรเครดิต หนี้บัตรเครดิต
ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้เป็นหนี้ ???

เรื่องจริงจากคนเคยไม่กล้าใช้บัตรเครดิตเพราะกลัวเป็นหนี้ แต่วันนี้รายจ่ายมากกว่า 90% จ่ายผ่านบัตรเครดิต !!!

“สมัครบัตรเครดิตดีไหม แต่ก็กลัวใช้เพลินเป็นหนี้หัวโต”
“ไม่กล้าใช้บัตรเครดิต กลัวเป็นหนี้”
“มีบัตรเครดิตนะ แต่ไม่กล้าใช้ เอาไว้ใช้ตอนจำเป็นพอ กลัวเป็นหนี้”

เชื่อว่า…เหตุผลสุดคลาสสิคข้างบน คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายคนฝังใจและการกลัวเป็นหนี้บัตรเครดิตจนไม่อยากใช้บัตรเครดิตเลย วันนี้ทีมงาน Piggipo (พิกกิโปะ) จึงอยากนำเสนอเรื่องราวอีกด้านของบัตรเครดิต จากบทสัมภาษณ์เจาะลึก “คุณหน่อน ภาชรี ฑูรกฤษณา” Marketing Manager สาวสวยคนเก่ง ว่าเธอมีประสบการณ์และวิธีการ “ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้เป็นหนี้” มาฝากทุกๆคนได้อ่านกัน

“ …คนที่ใช้บัตรเครดิตส่วนใหญ่จะใช้แบบไม่ค่อยคิดเท่าไร เพราะมันเป็นเงินง่าย เดี๋ยวนี้ทุกอย่างมันก็รูดบัตรเครดิตได้หมด การที่เราไม่ track ว่าเราใช้อะไรไปบ้าง มันก็เหมือนใช้เงินอนาคตโดยที่เราปิดตา แล้วเราจะมาเพิ่งเปิดตาอีกทีตอนที่บิลมา พอมารู้อีกทีมันก็สายไปแล้วที่จะมา manage… ”

เสียงใสๆของคุณหน่อน บอกกับทีมงานระหว่างสัมภาษณ์ และเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมเธอถึงได้เริ่มใช้แอพฯ Piggipo เป็นผู้ช่วยในการควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของเธอ
คุณหน่อน เล่าให้ทีมงานฟังว่า เธอมีบัตรเครดิตใบแรกตั้งแต่เริ่มทำงาน แต่ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะกลัวควบคุมค่าใช้จ่ายไม่อยู่ เธอมักจะใช้เงินสดในการใช้สอยมากกว่า แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ความคิดเธอเปลี่ยนไป หลังจากเก็บหอมรอมริบจากน้ำพักน้ำแรงการทำงานมาเป็นเวลาหลายปี เธอได้ตัดสินใจนำเงินสดที่มีดาวน์ตึกแถวให้คุณแม่ไว้ทำกิจการค้าขาย แต่ก็ยังคงต้องผ่อนตึกแถวในทุกๆเดือน ด้วยภาระที่หนักพอสมควรทำให้บางเดือนเธอมีการใช้บัตรเครดิตมากขึ้น
จุดนี้เองทำให้คุณหน่อนเห็นว่าบัตรเครดิตสามารถทำให้ชีวิตเธอสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อาทิเช่น
– บัตรเครดิตมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยที่นาน 45-55 วัน
– โปรโมชั่น ลด แลก แจก
– แต้มบัตรเครดิต
– Cashback ต่างๆจากการใช้บัตรเครดิต (ข้อนี้คุณหน่อนบอกว่าเป็นเหตุผลหลักเลยที่เลือกใช้บัตรเครดิต เพราะรู้สึกว่าใช้บัตรเครดิตแล้วคุ้มกว่าใช้เงินสดมากๆ)

จากที่เคยมีบัตร 1 ใบ ตอนนี้กลายเป็น 3 ใบ จากที่เคยใช้เงินสด เริ่มมาชอบใช้บัตรเครดิต แต่ด้วยความที่กลัวใช้เพลินเกินตัว เธอเลยมองหาเครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมและบริหารค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตของเธอ เพื่อเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมในเรื่องของการเป็นหนี้บัตรเครดิต ซึ่ง Piggipo ก็เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับเธอในการบริหารจัดการการใช้บัตรเครดิตทั้ง 3 ใบของเธอได้เป็นอย่างดี

ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้เป็นหนี้ : สินเชื่อบัตรกดเงินสดซิตี้ เรดดี้เครดิต คลิ๊กที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=zqsRwPRUnv4

หน้า: [1] 2 3 ... 11