แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 14
1


ในแต่ละวันเราก็แต่งหน้าแตกต่างกันไปตามอารมณ์ ตามกระแส ตามความเร่งรีบ ถ้ารีบสุด ๆ ก็โชว์หน้าสดกันไปเลย เคยอ่านข้อเขียนสอนการแต่งหน้าของกูรูท่านนึงที่มีผลงานดีงามมาก แต่ข้อแม้ของการแต่งหน้าเยอะมาก อย่างนี้ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ควร อย่างนั้นไม่เหมาะ คือเรากลับเห็นต่าง ด้วยเหตุว่าเรามองว่าการแต่งหน้าเหมือนงานศิลป์ ที่มีความงามในหลากหลายรูปแบบ ชอบแนวไหน ก็แต่งแบบนั้น เทรนด์ไหนอิน เทรนด์ไหนเอาท์ เราไม่ยึดติด เกริ่นซะยืดยาวเลย วันนี้เอาความรู้มาฝากสาว ๆ สายบิวตี้กันอีกแล้ว ครั้งนี้ถึงคิวของไอเทมจำเป็นสุด ๆ อย่าง ที่ปัดขนตา (mascara) ว่ามีกี่ชนิด เลือกชนิดไหนให้เหมาะกับขนตาของเรา
1.Pointed Wand เป็นที่ปัดขนตาที่มีลักษณะของหัวแปรงแบบ Pointed หรือแบบแหลม ให้ประโยชน์แบบ 2in1 เพียงแค่ปัดขนตาในครั้งแรกก็ทำให้ขนตาดูยาวขึ้นเยอะเลย อย่าพลาดใช้หัวแปรงงัดที่ปลายขนตาด้วยนะคะ เพื่อเพิ่มความงอนให้ขนตาแบบสุด ๆ
2.Curved Wand เป็นที่ปัดขนตา(mascara) แบบหัวแปรงโค้ง เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาตรง เหตุเพราะ mascara ชนิดนี้จะช่วยงัดขนตาให้งอนงาม
3. Ball Wand ที่ปัดขนตา(mascara)รูปทรงกลม ดูแปลกตา สามารถชอนไชเข้าสู่จุดต่าง ๆ ได้ดี ทำให้เนื้อของ mascara เคลือบขนตาได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยทักษะในการใช้อยู่มากพอควร
4. Cone Wand ที่ปัดขนตาประเภทนี้เหมาะสมกับสาว ๆ ที่มีขนตาเส้นเล็ก หัวแปรงที่เป็นทรงกรวยจะช่วยให้สาว ๆ ปัดขนตาได้อย่างทั่วถึง กระทั่งส่วนหัวตา ก็ช่วยให้ปัดได้ง่ายขึ้น
5. Rectangle Wand หัวแปรงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบนี้ไม่เหมาะกับการปัดตามซอกมุม แต่เหมาะมากสำหรับสาว ๆ ที่มีขนตาสั้น ก็เพราะว่าแปรงแบบนี้ จะช่วยให้ขนตาของสาว ๆ ดูหนาและยาวขึ้นได้อย่างง่ายๆ
6. Bubble Wand ที่ปัดขนตาชนิดนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความงอน ความเด้ง ช่วยทำให้มีมิติและดูเป็นธรรมชาติมาก
7. Skinny Wand ที่ปัดขนตาประเภทนี้สำหรับคนที่ขนตาสั้น ต้องการให้ขนตาดูยาว หัวแปรงยาวแบบนี้แหละที่จะช่วยเพิ่มความยาวและเรียงเส้นของขนตาเราได้อย่างสวยงาม
8. MiniTure Wand เป็นที่ปัดขนตาแบบกระทัดรัด สำหรับการัดขนตาล่าง ช่วยให้ปัดขนตาได้อย่างสะดวกโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงความเลอะเทอะรอบดวงตาเลย
ครั้งนี้ขอนำเสนอเพียงแค่นี้ก่อนนะคะ ในครั้งต่อไปจะเอาภาพประกอบมาให้ดูกันด้วย แต่สำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่ตัดสินใจเลือกซื้อที่ปัดขนตาไม่ถูก ไม่ทราบว่าจะใช้ยี่ห้อไหน แบบไหนดี ก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ได้เลยนะคะเชื่อเถอะว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/mascara.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

2


สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีดวงตาสวยคมกลมโต จะต้องไม่พลาดการใช้ไอเทมเด็ดที่ชื่อว่าอายไลเนอร์ สำหรับท่านที่ชื่นชอบการแต่งหน้ามานานก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า อายไลเนอร์ ที่นิยมใช้กันอยู่ในทุกวันนี้มีกี่ชนิด แต่สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่ อาจจะยังไม่ทราบว่า อายไลเนอร์นั้นมีมากมาย หลายชนิด อาทิ อายไลเนอร์ดินสอ อายไลเนอร์แบบพู่กัน เป็นต้น ในคราวนี้ก็เลยจะมาอธิบายให้สาว ๆ ทุกท่านได้รู้จักกันว่า อายไลเนอร์แต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ

อายไลเนอร์แบบพู่กัน
อายไลเนอร์แบบนี้นัยว่าเป็นแบบคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เพียงแค่จิ้ม ๆ แล้วเอามาปาดที่ขอบตาก็สวยคมโฉบเฉี่ยวขึ้นมาได้ทันที ใช้งานง่าย

อายไลเนอร์ดินสอ
อายไลเนอร์ดินสอนั้นเหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่เริ่มต้นใช้ eye liner ที่ไม่อยากเลอะเทอะในการใช้ eye liner เขียนผิดพลาดก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า อายไลเนอร์ชนิดอื่น ใครที่ชอบกรีดตาแบบฟุ้ง ๆ เบา ๆ บอกเลยว่า อายไลเนอร์ดินสอ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบน้ำ
อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบปากกา ที่สาวๆ หลาย ๆ คนชื่นชอบ คนที่จะใช้ต้องมีฝีมือกันหน่อย แต่ไม่ต้องจุ่มให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดฝาออกมา เขียนดวงตาตามลักษณะที่เราต้องการ ส่วนที่จะแห้งเร็วหรือช้านั้นก็แล้วแต่แบรนด์ เลือกใช้กันตามความถนัดและความชื่นชอบได้เลย อายไลเนอร์ชนิดลิควิคนี้ต้องเขียนต้องใช้บ่อยๆ แล้วก็จะชินและถนัดมือ

อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล
อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล ถือว่าตอบโจทย์สาว ๆ ที่สีสันที่คมเข้ม สีสันชัดเจน การใช้อายไลเนอร์แบบเนื้อเจลนั้นก็จะเหมือน ๆ กับอายไลเนอร์แบบพู่กันแค่จุ่มแล้วก็เอามากรีดที่ตา เหตุเพราะเนื้อเจลอาจจะต้องรอเวลาให้แห้งหลังจากที่ทาไปสัก 1-2นาทีนะคะ ถ้ายังไม่แห้งอย่าเผลอไปปาดนะ กลายเป็นหลินปิงเลยนะ

อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์
อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์  เป็นชนิดเดียวกับ อายไลเนอร์ลิควิค เพียงแต่ผสมกลิตเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประกายวิ้งวับให้กับดวงตา ช่วยให้ดูสดใสในยามค่ำคืน เหมาะสำหรับการแต่งหน้าออกงานกลางคืนโดยเฉพาะ

อ่านมาถึงตรงนี้ สาว ๆ หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วอายไลเนอร์แบบไหนที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด แนะนำว่าให้พิจารณาในแง่ของการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามือใหม่ ไม่ชอบแบบลำบาก อยากได้ลุคแบบฟุ้ง ๆ ก็ใช้ อายไลเนอร์ดินสอ นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด สำหรับทุกคน ที่อยากได้อายไลเนอร์ดินสอเนื้อครีมแบบป้องกันน้ำ ติดทนนาน คุณภาพดี เราขออนุญาตนำเสนอ อายไลเนอร์ดินสอ DESSIN DU REGARD
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-liners.html
อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ : https://www.yslbeautyth.com

3


ข้อมูลที่เราจะนำเสนอในวันนี้ สำหรับสาวสายบิวตี้น้องใหม่ โดยเฉพาะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับสาว ๆ ที่รักการแต่งหน้า ครั้งนี้เป็นเรื่องของ อายแชโดว์
อายแชโดว์นั้นหากแบ่งตามลักษณะก็จะแบ่งออกได้เป็น 4 แบบซึ่งได้แก่ อายแชโดว์เนื้อครีม อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง อายแชโดว์ชนิดน้ำ และชนิดสุดท้ายคืออายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ แต่ละชนิดนั้นมีลักษณะยังไง เหมาะกับการใช้ยังไง ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ
1. อายแชโดว์เนื้อครีม หากว่าสาว ๆ นั้นเบื่อกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็งแล้ว ลองหันมาใช้อายแชโดว์เนื้อครีมดูก็ได้นะคะ ซึ่งในปัจจุบันนี้อายแชโดว์เนื้อครีมนับเป็นไอเทมสุดคูลที่สาวสายบิวตี้นิยมใช้กัน เนื้อของอายแชโดว์เนื้อครีมนั้นมีลักษณะเป็นครีมที่ค่อนข้างหนา ช่วยให้สีสันที่ชัดเจนและติดทนนานกว่าอายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ส่วนวิธีการใช้ eye shadow เนื้อครีมนั้นก็คล้ายกับการใช้อายแชโดว์แบบฝุ่นอัดแข็ง ที่สามารถใช้แปรงหรือใช้นิ้วมือของเราแตะแล้วก็ป้ายไปที่เปลือกตาของเราได้เลย
2. อายแชโดว์เนื้อฝุ่นอัดแข็ง เป็น eye shadow ที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นกันอยู่ทั่ว ๆ ไป เป็น อายแชโดว์ ที่สาว ๆ นิยมใช้กันมาก ทั้งนี้เพราะใช้ง่าย เกลี่ยง่าย มีสีสันให้เลือกมาก แต่เพราะว่า eye shadow ชนิดนี้มีลักษณะเป็นฝุ่นเป็นผง จึงทำให้ติดไม่ทนมากนัก ส่วนการใช้งานนั้นแค่ใช้แปรงหรือนิ้วมือแตะไปที่อายแชโดว์ แล้วป้ายที่เปลือกตาในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย
3. อายแชโดว์ชนิดน้ำ อายแชโดว์ชนิดนี้ส่วนมากจะมาในรูปแบบแท่งลักษณะเหมือน ๆกับลิปกลอส พร้อมกับพู่กัน สีของอายแชโดว์ชนิดน้ำจะผสมชิมเมอร์ มีเนื้อที่ใสทำให้เกลี่ยได้ง่าย และติดทนนาน วิธีการใช้เพียงใช้แปรงป้ายสีไปที่เปลือกตาจากนั้นใช้นิ้วมือเกลี่ยไล้ให้ดูกลมกลืน
4. อายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์ เป็นอายแชโดว์ที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ สายบิวตี้น้อยมาก สาเหตุหลัก ที่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องด้วยใช้งานค่อนข้างยากลำบาก เหมาะกับช่างแต่หน้ามืออาชีพ ส่วนการใช้งานอายแชโดว์ชนิดผงพิกเมนต์นั้น จำเป็นต้องลงอายแชโดว์เบสก่อน เพื่อความติดทนนาน และจะได้ไม่ร่วงใส่ตา
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ ท่าน ที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหา อายแชโดว์เนื้อครีม กันอยู่ แต่ยังไม่ได้ตกลงใจว่าจะใช้ของแบรนด์ไหน เราขอนำเสนอ อายแชโดว์เนื้อครีม จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ให้ทุกคนได้ลองไปใช้กันดูนะคะ  FULL MATTE SHADOW  เป็นอายแชโดว์เนื้อแมทท์ที่เปลี่ยนเป็นแป้งเนื้อเบาทันทีที่เซ็ตตัว ปราศจากความหนาหนัก ไม่เป็นคราบแป้ง รวมถึงไม่ลบเลือนเลอะเปื้อนระหว่างวัน
ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-shadows.html

4


แน่นอนเลยว่านอกจากรองพื้นที่มำหน้าที่ช่วยปรับหน้าให้เนียนใสขึ้นแล้วนั้น เครื่องสำอางอีกอย่างหนึ่งที่สาวๆ นั้นจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือแป้ง เพราะแป้งนั้นเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้ใบหน้าของเรานั้นแลดูกระจ่างใสขึ้น และยังสามารถช่วยปกปิดริ้วรอย รอยแผลเป็น ช่วยลบเลือนความหมองคล้ำบนในหน้า ช่วยให้หน้าของเรานั้นดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดความมันบนผิว ให้สาว ๆ อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นั้นได้สวยเป๊ะ เดินเชิดหน้าได้อย่างมั่นใจตลอดทั้งวัน ในปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์แป้งนั้นมีให้เราได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย เช่น แป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น แป้งแบบเนื้อครีม แป้งผสมรองพื้น แป้งกันยูวี  เมื่อมีให้เลือกใช้เยอะ ก็ทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ ต้องมากลุ้มใจกันอีก ว่าแป้งชนิดไหนที่จะพอดีกับการแต่งหน้าของเรามากที่สุด ถ้าเช่นนั้น ในคราวนี้ขอเอามาแจกแจงให้ทุกคนได้รู้จักกันสัก 2 ชนิด ซึ่งก็คือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง และแป้งฝุ่น เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าเราแป้งแต่ละชนิดเป็นเช่นไร

แป้งฝุ่นอัดแข็ง Pressed powder
Pressed powder  หรือ แป้งฝุ่นอัดแข็ง  จากแป้งฝุ่นที่ใช้กันทั่ว ๆ ไปนำมาอัดแข็งและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่พกพาสะดวก เพื่อเพิ่มสะดวกต่อการใช้แป้ง เหมาะกับคุณที่ผิวหน้าไม่ต้องการปกปิดมากนัก ด้วยเนื้อแป้งที่มีลักษณะละเอียด เบาเหมือนแป้งฝุ่น ทำให้เมื่อตบ ๆ เติม ๆ แล้วไม่ทำให้ผิวหน้าดูหนา ดูหนักหน้า จุดแข็งของแป้งชนิดนี้ก็คือ ทำให้ผิวหน้าดูเกลี้ยงเกลาขึ้น มีความบางไม่รู้สึกหนักหน้า เหมาะที่จะใช้ในเวลากลางวันเพื่อดูดซับความมันของเครื่องสำอางที่ใช้ แป้งฝุ่นอัดแข็ง (Pressed powder) นี้จะเหมาะกับสาว ๆที่มีผิวธรรมดามากกว่าสาวๆ ที่มีผิวมัน เนื่องจากสาว ๆ ที่มีผิวมัน เมื่อใช้แล้วแป้งอาจจะจับตัวกันเป็นก้อนได้

แป้งฝุ่น
แป้งฝุ่นเป็นแป้งที่มีเนื้อบางเบา ละเอียดมาก มักจะถูกใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการเมคอัพเพื่อทำให้ผิวดูเนียนสวย ไม่มัน เหตุเพราะแป้งฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันในขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า อีกทั้งยังช่วยทำให้สีสันบนใบหน้าดูเด่นชัดขึ้น และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะอย่างยิ่งกับสาวๆที่มีผิวแพ้ง่าย เพื่อป้องกันการอุดตันจนทำให้เกิดสิวและผิวอักเสบ

เมื่อได้รู้จักกับแป้งทั้ง 2 ชนิดแล้ว เชื่ออย่างยิ่งว่าทุกท่าน คงจะเลือกใช้แป้งที่เหมาะกับสภาพผิว ได้ง่ายขึ้นอีกเยอะเลย เพียงแค่ทำตามข้อแนะนำนี้ พร้อมกับเลือกแป้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวของเรามาที่สุด ใบหน้าของสาวๆ ก็จะไม่ต้องพบเจอกับปัญหาอีกต่อไป สุดท้ายขอแนะนำแป้งฝุ่นอัดแข็ง แป้งฝุ่น ผลิตภัณฑ์สุดคูลจากแบรนด์  Yves Saint Laurent Beauté
เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/powder.html

5
เสริมสวย สุขภาพ / ALL HOURS FOUNDATION รองพื้น ติดทนนาน
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:35:13 AM »


สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ ละเลยจากการรีวิวไปนาน เนื่องจากติดภารกิจ ทั้งงานราช งานหลวง รัดตัวซะจนไม่มีเวลามานั่งเขียนรีวิวกันเลย  ครั้งนี้กลับมาแล้วร่างกายพร้อม วัตถุดิบพร้อม เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าวันนี้ใครต่่อใครที่เข้ามาอ่านรีวิวเราจบเป็นอันต้องได้เสียเงินไปกับการสั่งซื้อสินค้าที่เรานำมารีวิวอย่างแน่นอน อยากทราบแล้วล่ะซิว่าคราวนี้เราจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ตัวไหน

ผลิตภัณฑ์ที่เราจะมารีวิวกันในหนนี้ก็คือ ครีมรองพื้น ที่เป็น รองพื้น ติดทนนาน จากแบรนด์สุดหรูอย่าง อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ กับคำเคลมแรงๆ ที่ว่าปกปิดขั้นสุด เกลี่ยง่าย และคุมมันนานถึง 24 ชม. กับ ALL HOURS FOUNDATION SPF 20 หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาราว ๆ 2 อาทิตย์ ไม่ต้องพูดเยอะ เจ็บคอ พูดแค่สั้น ๆ ว่า ของเค้าดีจริง ๆ แต่ถ้าพูดสั้นแค่นี้ก็คงเรียกว่ารีวิวไม่ได้เนอะ งั้นมาเริ่มกันเลยดีกว่า

เนื่องจากเป็นครีมรองพื้น จะให้พูดถึงเรื่องอื่นก่อนเรื่องของการปกปิดก็ดูจะแปลก ๆ ไปหน่อยนะ งั้นเริ่มจากเรื่องของการปกปิดก่อนเลย ในเรื่องของการปกปิดนั้นเราให้ 100 คะแนนเต็มเลย เจอมาหลายยี่ห้อแล้วคำเคลมแรงแต่พอใช้จริงผิดหวังอย่างแรง แต่ไม่ใช่ ALL HOURS FOUNDATION ที่สามารถ ปกปิด อำพรางรอยแดง รอยดำได้ดีมาก ช่วยปรับให้สีผิวมีความสม่ำเสมอ เป็นรองพื้น ติดทนนาน ที่กำกับความมันได้ดี ไม่มีเยิ้ม ไม่หลุด ได้ลุคแมทท์ และที่หลาย ๆ คนมีปัญหามากในการหาซื้อรองพื้นที่ให้เข้ากับสีผิวไม่ได้ซักที ครีมรองพื้น All Hours Foundation จาก Yves Saint Laurent Beauté สามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้อย่างดีเลยเพราะว่ามีให้เลือกมากถึง 22 เฉดสีกันเลยทีเดียว ทำให้สาว ๆ สามารถเลือกสีที่มีความใกล้เคียงกับผิวตัวเองได้ดีที่สุด

ถ้าท่านกำลังมองหารองพื้นเจ๋ง ๆ ที่จะช่วยให้ผิวของคุณ ๆ ดูสวยเป๊ะ ครีมรองพื้น YSL All Hours Foundation นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยค่ะ ด้วยเนื้อรองพื้นที่บางเบา ไม่หนา ไม่หนัก และยังมีความสามารถในการอำพรางจุดบกพร่องต่าง ๆ ได้ดี แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติมาก ๆ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อน ๆ อยากได้รองพื้นที่ใช้ได้ในชีวิตจริง ผิวสวยเป๊ะในชีวิตจริง ไม่ใช่ลงรองพื้นแล้วดูเหมือนคนหน้าแน่นไปออกงานทุกวัน YSL All Hours Foundation คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเลยค่ะ

ถึงตรงนี้แล้วเชื่ออย่างยิ่งว่าทุกท่านคงจะตัดสินใจเลือกซื้อเลือกหาครีมรองพื้น ติดทนนาน บางเบาแต่ปกปิดได้อย่างเทพ มาใช้ บอกเลยค่ะ ว่าของมันต้องมี มันคุ้มค่ามาก ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็กดเข้าไปที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ด้านล่างได้เลยนะคะ
ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.yslbeautyth.com/th/all-hours-foundation.html

6
เสริมสวย สุขภาพ / เทคนิคการเลือกซื้อน้ำหอมผู้ชาย
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 10:28:45 AM »


หนุ่ม ๆ หลายคนมองข้ามเรื่องกลิ่นกาย คงต้องบอกตรงนี้เลยนะคะว่า เรื่องนี้สาว ๆซีเรียสนะคะ ไม่ว่าคุณจะมีหน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร มีหุ่นเท่ห์ หล่อล่ำ ซิกแพคงามแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ามีกลิ่นกาย บอกเลยค่ะว่า ความหล่อก็ช่วยคุณไม่ได้ ฉะนั้นหนุ่ม ๆ ก็ควรดูแลในเรื่องของกลิ่นตัวให้ดีและข้อสำคัญอีกประการก็คือ อย่าลืมเพิ่มความหอมด้วยน้ำหอมผู้ชายให้กับตัวเองกันด้วยนะ เพื่อเป็นการเพิ่มเสน่ห์ น่าค้นหา น่าอยู่ใกล้ ๆ แต่ถ้าหนุ่ม ๆ คนไหนที่ไม่เคยใช้น้ำหอมผู้ชายมาก่อน หรือต้องการใช้แต่ไม่ทราบว่าจะเลือกใช้แบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ตามอ่านกันต่อได้เลยค่ะ เพราะในวันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำหอมผู้ชายอย่างละเอียดกันเลย

เทคนิคการเลือกกลิ่นน้ำหอมผู้ชาย มีวิธีการเลือกง่าย ๆ ดังนี้
- ไม่ควรเลือกซื้อน้ำหอมจากการดมกลิ่นน้ำหอมเพียงอย่างเดียว ควรลองฉีดหรือแต้มน้ำหอมกลิ่นที่เราเลือกไว้ที่บริเวณข้อมือสักพัก ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ก็เพราะว่าแต่ละคนจะมีกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน เมื่อน้ำหอมผสมกับกลิ่นตัวถึงจะได้กลิ่นจริง
- อย่าทดลองน้ำหอมมากจนเกินไป เนื่องจากว่าประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นของเรา จะไม่สามารถจำแนกได้ ทางที่ดีควรทดลองครั้งละ 2-3 กลิ่น
- ไม่ควรไปเลือกซื้อนํ้าหอมในช่วงที่เราเพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วย ไม่สบาย โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่เพิ่งสูบบุหรี่เสร็จ เหตุเพราะกลิ่นของบุหรี่จะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นน้ำหอม ทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่เราทดลองนั้นมีกลิ่นน้ำหอมที่ผิดเพี้ยนไปจากกลิ่นน้ำหอมที่แท้จริง

กลิ่นน้ำหอมที่คุณผู้ชายต้องเลือกใช้
Floral น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมหวาน เหมาะอย่างยิ่งกับหนุ่ม ๆ ที่มีบุคลิกอ่อนโยน รู้สึกสดชื่นเมื่อใช้ น้ำหอมโทนนี้เป็นน้ำหอมกลุ่มใหญ่ที่นิยมผลิตมากที่สุด
Fresh น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นออกแนวหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา และเพิ่มความรู้สึกสดใสให้เราได้ ส่วนผสมก็มักจะเป็นสมุนไพร เฟิร์น มอส ต้นหญ้าสีเขียว และผลไม้
Oriental น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นที่หอมแบบเย้ายวนชวนให้หลงใหล น้ำหอมกลิ่นนี้เหมาะกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ชื่นชอบในการท่องเที่ยวในยามราตรี ชอบใช้ชีวิตชนิดโก้หรู น้ำหอมโทนนี้ส่วนใหญ่สกัดจากเครื่องเทศ
Woody น้ำหอมกลิ่นโทนนี้ เป็นกลิ่นหอมแบบสุขุม เท่ห์ๆ แนวอบอุ่นๆ เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่ชอบใกล้ชิดธรรมชาติ หลงใหลในท้องทะเล มีความเป็นอิสระ รักการผจญภัยและมีความเป็นนักกีฬาอยู่ในตัวเอง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับหนุ่ม ๆ ทั้งหลายที่มองข้ามในเรื่องของกลิ่นกาย และน้ำหอมผู้ชาย พูดเลยว่า ของมันต้องใช้ ของมันต้องมี มันจำเป็นจริง ๆ นะคะ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.yslbeautyth.com/th/fragrance/men.html
Yves Saint Laurent Beauté : https://www.yslbeautyth.com

7


ผลิตภัณฑ์เด็ดจาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ที่จะมาช่วยเติมเต็มผิวของคุณ ๆ ให้ดูสวยสมบูรณ์อย่างไร้ที่ติยิ่งขึ้น ALL HOURS CONCEALER คอนซีลเลอร์ใต้ตา ที่ตอบทุกโจทย์ เกลี่ยลื่น เนียนกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิว ที่สำคัญเลยคือสามารถติดทนนานสูงสุดถึง 16 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ALL HOURS CONCEALER มาใน packaging ที่เป็นแท่งสีดำกับฝาสีทองที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหราและทันสมัย สามารถมองเห็นสีของคอนซีลเลอร์เนื้อฟลูอิดที่อัดแน่นด้วยเม็ดสีได้อย่างชัดเจนผ่านช่องใสที่ทอดยาวตลอดด้านหน้าของแท่ง

ALL HOURS CONCEALER คอนซีลเลอร์ใต้ตา ผลิตภัณฑ์เด็ดจาก Yves Saint Laurent Beauté มีสีมาให้สาว ๆ เลือกใช้ให้เหมาะกับผิวตัวเองมากถึง 6 เฉดสี ตั้งแต่ Porcelain ถึง Almond และ Honey ไปจนถึง Toffee ในทุกเฉดสีอัดแน่นด้วยเม็ดสีเข้มข้น มีความสามารถในการทนต่อเหงื่อและทนกับสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเราได้เป็นอย่างดี เกลี่ยง่ายไม่ตกร่องหรือลบเลือนในระหว่างวัน และเมื่อได้ทำการทดสอบใช้งานในชีวิตประจำวัน คอนซีลเลอร์ใต้ตา แท่งนี้ ประการแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือติดทนนานจริง ๆ ตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้ว่าติดทนยาวนานผ่านไป 16 ชั่วโมง คอนซีลเลอร์ที่ลงไว้ก็ยังคงสภาพดูดีเหมือนเพิ่งลงเสร็จใหม่ ๆ ไม่เลือนหาย และไม่มีร่องรอยหรือคราบสะสมที่ร่องริ้วรอยเลยแม้แต่น้อยประการต่อมาคือเนื้อของ concealer นั้นนุ่มละเอียดให้ความรูปสึกแบบเบาบางมาก ทำให้เกลี่ยง่ายมาก ๆ ไม่รู้สึกมันเยิ้ม เพียงใช้พู่กันแต้ม concealer ลงไปบนตำแหน่งที่เราต้องการปกปิด แม้ทิ้งไว้สักพักก็ยังเกลี่ยได้ง่าย ๆ ลงใต้ตาแล้วไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบ สามารถปกปิดจุดบกพร่องทุกประเภทได้อย่างสนิทและไร้ที่ติ รอยสิว รอยคล้ำใต้ตา รอยแดง หรือจุดด่างดำ บอกคำเดียวเลยว่า ALL HOURS CONCEALER เอาอยู่

ALL HOURS CONCEALER ช่วยให้คุณสวยเลิศพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ มีผิวหน้าที่สวยไร้ที่ติ นวลเนียน และได้รับการปกปิดจุดบกพร่องต่าง ๆ ของท่าน ได้อย่างเนียนสนิทติดทนนาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งเติมในระหว่างวัน เพราะว่าผิวหน้าของคุณจะดูสวยสมบูรณ์แบบตลอด หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่กำลังตัดสินใจหรือกำลังเล็งคอนซีลเลอร์ใต้ตารุ่นนี้อยู่นะคะ ถ้าไม่สะดวกไปหาซื้อที่เคาน์เตอร์ YSL ก็สามารถซื้อแบบออนไลน์กันได้นะคะ สะดวกมาก ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง และเสียอารมณ์กับการจราจรที่นับวันยิ่งสาหัสมากยิ่งขึ้น เพียงแค่กดเข้าไปที่ลิ้งก์ที่เราวางไว้ให้ที่ด้านล่างของบทความนี้ อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะคะ เราจะพยายามสรรหาเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์มาให้อ่านกันเรื่อย ๆ เลยค่ะ
ติดต่อสอบถามได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/concealer.html

8


การที่เรามีผิวพรรณที่อ่อนกว่าวัยหรือดูสดใสได้นั้น นอกจากเป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้ตั้งแต่เกิดแล้วนั้น  ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วย ถึงแม้จะมีผิวสวยมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผิวคุณ ๆ นั้นจะสวยไปตลอดกาลนะคะ ถ้าไม่ได้รับการดูแลผิวอย่างดี ผิวสวยอาจจะกลายเป็นผิวเสียได้เลย

จะเห็นได้ในปัจจุบันมีสกินแคร์หลายยี่ห้อมาก ซึ่งก็เป็นผลดีกับผู้บริโภคอย่างเราที่สามารถเลือกสรรสกินแคร์ใหม่เหมาะกับเราที่สุด อย่างไรก็ดี คุณทราบหรือไม่ว่า การที่เราจะได้รับประโยชน์จากสกินแคร์ได้มากที่สุดนั้น เราจะต้องจัดลำดับการใช้ให้ถูกต้องด้วย หากเราใช้ไม่ถูกต้องก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากสกินแคร์อย่างเต็มที่ สำหรับขั้นตอนการใช้สกินแคร์ที่ถูกต้องมีดังนี้
1.ทำความสะอาดใบหน้า
เริ่มจากการทำความสะอาดใบหน้าก่อนเลย เพราะว่าเราจำเป็นต้องกำจัดความมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเครื่องสำอางที่ตกค้างอยู่บนใบหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าสกินแคร์ที่คุณใช้จะสัมผัสกับผิวโดยตรง
2.ทายาก่อนเสมอ
หลังจากที่คุณล้างหน้าจนสะอาดหมดจดแล้ว ถ้าต้องใช้ครีม หรือต้องโลชั่นตามที่แพทย์สั่ง หรือยารักษาสิว คุณก็ควรทาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก่อน เพราะยาจะได้สัมผัสกับผิวเป็นอันดับแรก ทำให้คุณได้รับประโยชน์ยานั้น ๆ ได้อย่างสูงสุด
3.ทาครีมกันแดด
หลังจากที่ทายาเสร็จเรียบร้อยแล้ว หรือหลังจากล้างหน้าในกรณีที่คุณไม่ต้องทายาใด ๆ  สิ่งที่คุณควรทาในขั้นตอนนี้นั้นก็คือ ครีมกันแดด ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องผิวที่ดีที่สุด เมื่อครีมอยู่บนผิวที่สะอาด ทั้งนี้ควรรอให้ครีมกันแดดแห้งสักครู่ก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถประหยัดเวลาโดยใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของครีมกันแดด
4.ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเบาที่สุดไปหนักที่สุด
การที่สกินแคร์จะทำงานได้เต็มที่นั้น ให้คุณเริ่มโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักหรือมีเนื้อเบา แล้วค่อยไล่ระดับไปยังผลิตภัณฑ์สูตรที่มีเนื้อหนาหรือเนื้อหนักมากขึ้น

ถึงแม้ว่าสกินแคร์ต่างๆ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาผิว หรือบำรุงผิวของคุณให้มีสุขภาพดี แต่การใช้การทาให้ถูกลำดับก็เป็นทริคสำคัญที่ช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่คุณใช้ได้อย่างเต็มที่ ต่อไปนี้การเลือกใช้สกินแคร์ คงจะไม่เป็นปัญหาสร้างความปวดหัวให้สาว ๆ อีกต่อไปแล้ว ใช้ถูกขั้นตอนช่วยให้ไอเทมบำรุงผิวต่าง ๆ ให้ประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป
ขอทิ้งท้ายไว้สักนิด หากเพื่อน ๆ กำลังมองหา สกินแคร์ โลชั่น ที่ให้ผลลัพธ์ดีมาก ๆ  เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์จาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ใช้ดีจนต้องบอกต่อ
สั่งซื้อสินค้าได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/concern/brightening.html

9


การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกท่าน ที่โปรดปรานการแต่งหน้าแบบจัดหนัก จัดเต็ม และยังต้องรู้จักวิธีการล้างหน้าเพื่อขจัดเครืองสำอางบนใบหน้าออกอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบนั่นเอง ซึ่งตัวช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าที่เป็นที่นิยมอย่างมากคงจะหนีไม่พ้น โฟมล้างหน้า คลีนเซอร์

ในปัจจุบันนั้นการทำความสะอาดผิวด้วยการใช้โฟมล้างหน้าเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอ เพราะเครื่องสำอางในปัจจุบันมีสูตรกันน้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้สินค้าที่มีความสามารถในการขจัดสิ่งสกปรก สิ่งตกค้างที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอางให้หมดไปจากใบหน้า หลายท่านเลือกใช้ไม่ถูกระหว่าง คลีนซิ่ง กับ คลีนเซอร์ ว่าคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้อย่างไร ครั้งนี้เราจะมาไขข้อกังขาให้กับทุก ๆ ท่าน
Cleansing คืออะไร
Cleansing นั้นก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า โดยเอาสิ่งสกปรก คราบมัน รวมไปถึงเครื่องสำอางออกไปค่ะ หากเพื่อน ๆ เป็นคนแต่งหน้า หรือเป็นคนที่ทาครีมกันแดด  แนะนำเลยว่าควรใช้ Cleansing เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า เพื่อรูขุมขนบนผิวหน้าของเราจะได้ไม่เกิดการอุดตัน ซึ่งนับว่าเป็นการป้องกันการเกิดสิวที่ดีที่สุดเลยค่ะ ซึ่งเจ้า Cleansing นี้ก็แบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น Cleansing Water Cleansing oil หรือ Cleansing lotion เป็นต้น

คลีนเซอร์คืออะไร ?
คลีนเซอร์ก็คือผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดใบหน้า หรือที่คนส่วนมากเรียกกันว่า โฟมล้างหน้า มีสรรพคุณในการล้างเอาสิ่งสกปรก และคราบมันบนใบหน้าเราออก
ใช้ คลีนเซอร์ตอนไหน ?
ถ้าใครที่ไม่ได้แต่งหน้าหรือใช้ครีมกันแดดก็สามารถทำความสะอาด ล้างหน้าด้วย คลีนเซอร์ ได้เลย ส่วนใครที่แต่งหน้า หรือทาครีมกันแดดก็ต้องใช้ Cleansing เช็ดหน้า ทำความสะอาดก่อน หลังจากนั้นก็ใช้ คลีนเซอร์ ล้างทำความสะอาดหน้าอีกครั้งหนึ่งค่ะ
ทริคการจำง่าย ๆ เลยก็คือ Cleansing ใช้ตอนหน้าแห้ง คลีนเซอร์ ใช้ขณะหน้าเปียก
ทั้งหมดนี่ก็คือความแตกต่างระหว่าง Cleansing กับ คลีนเซอร์ นะคะ เลือกใช้กันให้ถูก เพื่อการดูแลรักษาผิวหน้าให้สะอาดค่ะ ขออนุญาตเน้นย้ำกันอีกครั้งว่า หากคุณ ๆเป็นคนหนึ่งที่ทั้งแต่งหน้า ทาครีมกันแดด ก็ควรจะใช้ทั้ง Cleansing และ คลีนเซอร์ ค่ะ เพื่อความสะอาดขั้นสุด รูขุมขนไม่อุดตัน ห่างไกลจากปัญหาสิวในอนาคต แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่แต่งหน้า ใช้คลีนเซอร์อย่างเดียวก็เอาอยู่ แต่ถ้าท่านไหนเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะใช้ คลีนเซอร์ ยี่ห้อไหนดี เราขอแนะนำ คลีนเซอร์ คุณภาพเยี่ยมจาก อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ ให้เอาไปลองใช้กันนะคะ บอกเลยว่าสินค้าจากแบรนด์ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เราใช้แทบจะทุกอย่าง ยังไม่เคยผิดหวังกับแบรนด์นี้เลยสักครั้ง
เข้าชมเว็บไซต์ได้ที่
เว็บ : https://www.yslbeautyth.com/th/forever-youth-liberator-foam.html

10


cleansing water คืออะไร?
cleansing water คือตัวช่วยที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาด สิ่งสกปรกจากเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าของเรา ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ ของ cleansing water ก็คือน้ำ และสารชำระล้าง (surfactant) ในแต่ละแบรนด์ก็อาจจะใส่ สารสกัด และวิตามิน สารให้ความชุ่มชื้นต่าง ๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เช่น คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย เป็นสูตรที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย แต่รวม  ๆ แล้วต้องทำออกมาให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่าง

มาทำความรู้จักกันสักหน่อยว่า Surfactant คืออะไร?
Surfactant นั่นก็คือสารชำระล้างที่มีหน้าที่ในการทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบมัน ต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนใบหน้าของเรา Surfactant นั้นมีอยู่ใน สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟมล้างหน้า  ยาสระผม  หรือแม้แต่น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ก็มีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ เพราะว่าเจ้า Surfactant นั้นก็มีอยู่หลายประเภทจัดแบ่งตามความสามารถในการขจัดคราบ อย่างเช่นการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าก็ไม่ต้องถึงขนาดที่เช็ดแล้วดังเอี๊ยด ๆ เหมือนกับการเช็คจาน สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้านั้น ต้องใช้สาร Surfactant ที่เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวหน้า

อันนี้เป็นคำถามที่ถามกันเยอะมาก ๆ เลยวถ้าล้างเครื่องสำอางด้วย cleansing water  เสร็จแล้ว หลังจากนั้นจะต้องล้างด้วยน้ำน้ำเปล่าอีกครั้งมั๊ย?
ถึงแม้ว่าส่วนประกอบหลักของ cleansing water จะเป็นน้ำ แต่ก็ไม่ใช่น้ำเปล่า ๆ อย่าลืมว่าใน cleansing water นั้นมีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ในส่วนผสมด้วย แม้จะเลือกเป็นชนิดอ่อนโยน เป็นคลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วก็ตาม นั่นก็อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหน้าของเราได้ ฉะนั้นแนะนำอย่างนี้ว่าหลังจากการใช้ คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งสำคัญที่สาว ๆ สายบิวตี้นั้นจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ควรใช้ cleansing water  คู่กับสำลีที่มีเนื้อนุ่ม เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว
เลือกความหนาของสำลีให้พอเหมาะ ไม่หนาจนเกินไป เพราะจำทำให้เปลือง cleansing water  หากใช้สำลีที่บางเกินไปก็จะทำให้เราต้องออกแรกดที่ใบหน้ามากเกินไป และทำให้การดูดซับเครื่องสำอางทำได้ไม่ดีพอ
ไม่ต้องออกแรงถู กด เช็ดอย่างรุนแรง เพียงแค่ซับเช็ดเบา ๆ คราบ make up ก็หลุดออกมา
เพื่อการทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ควรเช็ดเข้าไปถึงไรผม และ ช่วงลำคอ
เลือกใช้สูตร คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย จะทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ดเครื่องสำอาง

เมื่อเราได้รู้จักกับ cleansing water มากขึ้น รู้ว่าทำงานอย่างไร ที่นี่ก็มาถึงการเลือกซื้อว่าควรเลือกซื้อ cleansing water แบรนด์ไหนดี เรามี cleansing water ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้ กดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/bi-facil-visage-lc-l6279500.html
https://www.lancome.co.th

11


"แคปคาร์ ติดตั้งง่ายไม่ต้องเจาะ"

หมดกังวลของปลิว สัมภาระของสำคัญคุณเปียกเสียหายอีกต่อไป
ผ้าใบปิดท้ายกระบะ สำเร็จรูป รุ่นใหม่
ไม่เจาะรถ ไม่ต้องทากาว ไม่ใช้สามารถถอดเก็บได้ไม่ยาก
#ของแท้#แคปคาร์#capcar#ระวังของเลียนแบบ
ติดตั้งเองได้ง่าย ๆภายใน10นาที ท้าพิสูจน์ คลิกดูเลย
https://youtu.be/EJr8B0eBMeQ
ดาราการันตี
https://youtu.be/vOjpYz89cRM

ผ้าใบปิดกระบะพร้อมคาน (ป้องกันตกท้องช้าง)
สินค้ามีพร้อมส่งฟรี #ระวังของลอกเลียนแบบ
Line : @capcarthai (ต้องมี@ด้วยนะคะ)
Facebook : https://www.facebook.com/thecapcar2012
หรือกดลิงค์ช่องทางติดต่อ http://line.me/ti/p/~@capcarthai
โทรศัพท์ : 0870704499, 0819198555


** จัดส่งฟรี เก็บเงินปลายทาง **
รถสี่ประตู (3คาน) 2,300.-
รถแคป (4คาน) 2,500.-















12


สวัสดีทุกท่าน ในครั้งนี้เรามีสินค้าดี ๆ มาแชร์กัน ถ้าเพื่อน ๆ ที่ติดตามรีวิวของเราอยู่ตลอด จะรู้กันดีอยู่ว่าเราเป็นคนหนึ่งที่เป็นสิวบ่อยมาก สาเหตุหลัก ๆ เลยก็มาจากเรื่องของความมันบนใบหน้า มีสิวเป็นเพื่อนสนิท ที่แวะมาทักทายกับแทบจะทุกเดือน มากบ้างน้อยบ้าง แต่ไม่เคยเว้นว่างเลย พอเป็นสิวก็หายามาทาวนไปค่ะ แต่สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งที่ไม่แพ้การทายารักษาสิว นั่นก็คือการเลือกใช้เมคอัพ เพราะถึงแม้ว่าเราจะเป็นสิว แต่ชีวิตเรายังคงต้องดำเนินต่อไป ต้องออกไปทำงาน พบปะเพื่อนฝูง ผู้คนมากมาย จะให้เราแบกหน้าสด ๆ กับสิวปูด ๆ ออกไปมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ก็เลยต้องเมคอัพด้วยแป้งพัฟคุมมันสักหน่อยเพื่อเติมความมั่นใจและเพื่อเพิ่มความสบายตาให้กับทุก ๆ คนที่เราต้องพบปะพูดคุยด้วย เกริ่นซะยืดยาวอีกแล้วเรา เข้าเรื่องเลยดีกว่า ในคราวนี้เราจะมารีวิว แป้งพัฟสำหรับคนหน้ามัน จากยี่ห้ออีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ บอกเลยว่าตลับเดียวเอาอยู่

อันที่จริงเราก็แอบ ๆ เล็ง เจ้าแป้งพัฟคุมมันตัวนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อมาลองใช้เสียที เนื่องจากแป้งพัฟคุมมันตลับเก่าที่เราใช้อยู่นั้นยังไม่หมด แต่อยากเลิกคบกับแป้งพัฟคุมมันแบรนด์เดิมที่ใช้ เพราะว่าคุมมันได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงหน้าก็เริ่มเยิ้ม แต่ด้วยความงกเลยต้องทน ๆ ใช้จนหมด(เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลย ห้ามลอกเลียนแบบกันนะคะ) และแล้วในที่สุดก็ได้แป้งพัฟคุมมันของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้มาเป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ ขอข้ามเรื่อง packaging ไปนะคะ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านทราบอยู่แล้วว่า YSL นั้นไม่เป็นรองใครในเรื่องความหรูหรา แป้งพัฟคุมมัน รุ่นนี้เป็นสูตรที่พัฒนามาให้เหมาะกับ สภาพผิวสภาพอากาศของสาวเอเชียโดยเฉพาะ เหมาะกับผิวมันแล้วก็ทนต่ออากาศชื้นได้เป็นอย่างดี แอบใจร้ายนิดนึงตรงที่ขายแยกรีฟิลกับตลับค่ะ แต่หลาย ๆ ท่านใช้แล้วบอกว่าดีเลยมองผ่านเรื่องนี้ไปค่ะ จากที่ได้ลองใช้ด้วยตัวเอง บอกเลยว่าชอบมาก ๆ เนื้อแป้งละเอียดมาก เบา สบายผิว ใช้แปรงทาสองเลเยอร์ทั้งหน้าก็ไม่ดูโบ๊ะ หรือดูหนาแต่อย่างใดและด้วยความที่เนื้อแป้งมีลักษณะบางเบา ละเอียด สามารถทาทับทัชอัพระหว่างวันได้สวยมาก ได้ผิวหน้าราวกับเพิ่งแต่งหน้าเสร็จใหม่ๆ (ต้องซับความมันออกให้เกลี้ยงก่อนนะคะ) ริ้วรอยและจุดด่างดำต่าง ๆ ดูเลือนไปด้วยการกระจายแสง แทนที่จะเป็นการปกปิดแบบหนาๆ ทาแล้วได้ผิวที่สวย แลดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ ขอบอกว่าตรงนี้เราชอบมากเลย ท่านไหนอยากหาตัวช่วยคุณภาพดีแนะนำเลยว่าแป้งพัฟคุมมันรุ่นนี้จาก Yves Saint Laurent Beauté ใช้ดีจริง ๆ

ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/face/compact-foundation.html

13


DITP เดินหน้าขยายมูลค่าส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์
เตรียมจัด STYLE Bangkok เมษายน
ต้อนรับบายเออร์จากกว่า70ประเทศ
บินตรงซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์-งานดีไซน์อัตลักษณ์ไทย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แถลงความพร้อมการจัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับแถวหน้าของเอเชียหรือSTYLE Bangkok เดือนเมษายน พร้อมดันผู้ผลิต ผู้ส่งออกและดีไซเนอร์กลุ่มไลฟ์สไตล์ จัดแสดงสินค้ากว่า 1,600 คูหา ครอบคลุมพื้นที่ 41,000 ตารางเมตร ของไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562
งานแถลงข่าวฯ ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (ศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2562) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ ได้รับเกียรติจากรองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นางวรรณภรณ์ เกตุทัต เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมสมาพันธ์และองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมงานอย่างคับคั่งภายในงานยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ในรูปแบบนิทรรศการและแฟชั่นโชว์แสนประทับใจจากความร่วมมือของนิตยสารชื่อดังระดับนานาชาติโว้กประเทศไทย



รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายน 2562 เป็นการรวมงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สำคัญ 3 งาน ได้แก่ งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง หรือ BIFF & BIL งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้านหรือBIG+BIHและงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์หรือ TIFF สามงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดต่อเนื่องยาวนาน เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มไลฟ์สไตล์ของโลกและตอบรับกับความต้องการของผู้ซื้อที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงเพื่อตอบสนองแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าที่ลดระยะเวลาและภาระต่างๆ ในการเดินทางเพื่อสั่งซื้อสินค้า

“การรวมงานแสดงสินค้าทั้ง 3 งานเข้าด้วยกัน จึงเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ซื้อให้สามารถพบสินค้าที่หลากหลายและครบครันภายในงานเดียวสามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าปลีก, Concept Store, ตัวแทนจัดซื้อ นักออกแบบ, มัณฑนากร, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ห้างสรรพสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็จะเป็นการขยายโอกาสทางการค้าของผู้ร่วมแสดงสินค้าที่จะได้พบผู้ซื้อ-คู่ค้า ที่หลากหลายยิ่งขึ้น”

นางวรรณภรณ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “STYLE Bangkok เดือนเมษายนจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์Crenovative Origin เพื่อสะท้อนแนวคิดในการผสานความคิดสร้างสรรค์ (Creative) นวัตกรรม (Innovation) และอัตลักษณ์ไทย (Original) เข้าไว้ด้วยกันโดยชูจุดเด่นของสินค้าไลฟ์สไตล์ของผู้ประกอบการไทยที่มีการต่อยอด พัฒนาผลงานอย่างสร้างสรรค์ ผสานนวัตกรรมนำสมัย เพื่อยกระดับพื้นฐานวิถีไทยสู่เวทีการค้าโลก

งานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น และ CLMV ทั้งสิ้น 876 บริษัท 1,687 คูหา คาดการณ์จะมีผู้เข้าชมงานกว่า 45,000 ราย จาก 70 ประเทศทั่วโลก คาดการสั่งซื้อภายในงานทันทีไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท”

ภายในงาน นอกจากจะมีสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและครบครันแล้ว ยังมีการจัดนิทรรศการที่น่าสนใจกว่า 20 นิทรรศการซึ่งถือเป็นอีกไฮไลต์ที่แตกต่างจากงานอื่นๆ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ SMEs ผู้ประกอบการจากภูมิภาค ประกอบด้วย นิทรรศการ The New Faces, คูหาพาณิชย์จังหวัด, นิทรรศการ OTOP เพื่อการส่งออก ฯลฯ  กลุ่มนักออกแบบและแบรนด์น่าสนใจ อาทิ นิทรรศการ Designers' Room & Talent Thai, Innovation and Design Showcase, Niche Product สินค้าสัตว์เลี้ยง ผู้สูงอายุ แม่และเด็ก และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งโรงแรม รีสอฺร์ท และที่พักอาศัย (Hospitality & Home) Art Zone ตลอดจนนิทรรศการส่งเสริมความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ นิทรรศการสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ Functional Textile, The Pattern Creator พัฒนาและส่งเสริมนักสร้างต้นแบบตัดเย็บสู่ระดับสากล, Material Solution นิทรรศการนำเสนอแนวโน้มการใช้วัสดุต่างๆ ในการสรรค์สร้างสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ย้ำว่า “กรมฯ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพของภูมิภาคอาเซียน และผลักดันให้งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรมฯ รวมทั้ง เป็นเวทีที่ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะ เจรจาธุรกิจ แลกเปลี่ยนความรู้ อัพเดทเทรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ จึงถือเป็นงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ จึงอยากขอเชิญชวนผู้ซื้อ นักธุรกิจ นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปร่วมเลือกซื้อสินค้าภายในงานและที่สำคัญคือร่วมชื่นชมและภาคภูมิใจกับศักยภาพอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทย”

STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2562 ณ ไบเทค บางนา โดยเปิดเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 17-19 เมษายน เวลา 10.00-18.00 น. และเปิดจำหน่ายปลีกสำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน เวลา 10.00-21.00 น. ชมรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้าได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169































































ดูคลิบได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=ycez2S9ifj4

14


ใครที่เกิดมามีผิวละเอียด ผิวพรรณสวยก็ถือว่าโชคดีมาก แต่ก็ใช่ว่าทุก ๆ คนจะเกิดมาแล้วมีผิวเนียนสวยกันทุกคน คนที่ผิวไม่สวย มีปัญหาผิวเยอะ วัยที่มากขึ้น ก็ทำให้สภาพผิวของเราเปลี่ยนไปได้เช่นกัน ก็ต้องไขว่คว้าหาวิธีการบำรุง ฟื้นฟูผิวให้สวยเนียนนุ่ม น่าสัมผัส นอกจากพื้นฐานผิวของแต่ละคนที่มีต้นทุนมาไม่เหมือนกันแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ อีกมากมายที่คอยทำร้าย ทำลายผิว ได้แก่แสงแดด มลภาวะจากอากาศ เป็นต้น

หลาย ๆ ท่านรู้จักคำว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้า แต่มีอีกหลาย ๆ คนที่ไม่ทราบว่า serum นั้นคืออะไร? มีประโยชน์กับผิวของเรายังไง? ในวันนี้จะมาแจกแจงให้เข้าใจกันแบบง่าย ไม่เน้นศัพท์ทางวิชาการให้มากมาย จะได้ไม่ต้องปวดหัวกัน

serum นั้นเป็นเหมือนผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลในการให้ความสดชื่นแก่ผิว ให้ประโยชน์ในเรื่องลดรอยแดง รอยดำ ลดเลือนริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น ให้ความกระจ่างใส ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ เปล่งประกาย ฯลฯ  มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวเหมือนกับครีมหรือโลชั่น แต่จะแตกต่างกันตรงที่ เซรั่มบำรุงผิวหน้านั้น จะมีโมเลกุลที่เล็กกว่าครีมหรือโลชั่น เป็นเหตุให้เซรั่มบำรุงผิวหน้าสามารถซึมเข้าสู่ผิวของคุณ ๆได้ดีกว่าครีมหรือโลชั่น ทำให้ไม่รู้สึกเหนียวที่ผิวหน้า

เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง ใช้แล้วคุ้มค่าจริงหรือ?
ต้องยอมรับเลยว่า เซรั่มบำรุงผิวหน้ามีราคาแพง เมื่อเทียบกับครีมบำรุงผิวหน้า เซรั่มทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งหากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เป็นประโยชน์แก่ผิวแล้วอาจทำให้ผู้ใช้เกิดความลังเลในการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าได้ แต่ความจริงแล้วเซรั่มบำรุงผิวหน้านั้นมีส่วนประกอบของสารออกฤทธิ์ที่เข้มข้นสูงมาก ในการใช้งานแต่ละครั้งจึงใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน และเมื่อเปรียบกับผลของการฟื้นบำรุงผิวอันทรงประสิทธิภาพที่ได้รับจากเซรั่มบำรุงผิวหน้าแล้ว พูดเลยการซื้อเซรั่มบำรุงผิวหน้าถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนในการบำรุงผิวหน้าที่สูงขึ้นก็ตามแต่ก็ได้รับความคุ้มค่ามากที่สุดเช่นกัน

หากคุณๆยังไม่เคยใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้า และไม่ทราบว่าจะใช้เซรั่มบำรุงผิวหน้าแบรนด์ไหนดี ไม่ต้องไปหาจากที่ไหนและไม่ต้องกังวลไป วันนี้เรามีเซรั่มบำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดตัวหนึ่งจากหลายแบรนด์ที่เคยใช้มา มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกัน ซึ่งจะเป็นอื่นใดไม่ได้นอกจาก เฟิร์มมิ่งเซรั่ม ซึ่งเป็นเซรั่มสูตรแรกของ Yves Saint Laurent Beauté แค่ชื่อแบรนด์ก็การันตีได้แล้วว่าดีแค่ไหน เฟิร์มมิ่งเซรั่มนั้นอุดมไปด้วย Glycanactif™ ทำให้บริเวณ Y-Shape (ใบหน้า ลำคอและเนินอก) แลดูเต่งตึงยิ่งขึ้น ใช้เป็นประจำเช้าและก่อนนอน

ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://www.yslbeautyth.com/th/skincare/category/serums.html

15


ปล่อยให้เพื่อน ๆ เค้ารีวิว VOLUPTÉ TINT-IN-BALM กันไปก่อนหน้าตั้ง 2 ปี นับจากวันที่เปิดตัว วันนี้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีอาการค้นไม้คันมืออยากจะมารีวิว ลิปทินท์ ลิปบาล์ม จากแบรนด์ตัวแม่อย่าง Yves Saint Laurent Beauté กับเค้าบ้าง คงไม่สายเกินไปเนอะ ปกติแล้วเราชอบเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ อยู่มาก ๆ เลย เรียกว่าไอเทมที่จำเป็นต่อความงามของเรา ที่โต๊ะเครื่องแป้งนั้นมีผลิตภัณฑ์จาก Yves Saint Laurent Beauté  เกินกว่าครึ่งเลย เกริ่นมาซะยาวเชียว มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  ลิป 2in1  สาวกลิปสติกเนื้อทินท์บอกเลยว่าต้องมีไว้ในคอลเลคชั่น และในครั้งนี้ทางแบรนด์นั้นได้เพิ่มค่าบำรุงจากลิปบาร์มช่วยให้ริมฝีปากเราชุ่มชื่นมากขึ้นอีกด้วย ได้ทั้งความสวยงามและบำรุงริมฝีปากไปพร้อม ๆ กันเลยเรียกว่า 2 in 1 เลยก็ได้นะ เนื้อลิปสติกเป็นเนื้อใส ๆ แวว เนื้อสีแน่นมาก ๆ แต่หัวใจของลิปสติกตัวนี้เลยคือช่วยทำริมให้ฝีปากของเรานั้นดูอวบอิ่ม ลิปตัวนี้นั้นออกแบบมาเพื่อให้ใช้ได้กับลุคใส ๆ สบาย ๆ (ซึ่งเหมาะกับเราเป็นอย่างมาก สวย ใส ไร้สตางค์) สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ชอบแต่งหน้าแบบจัดหนัก เพียงแค่ใช้ ลิปทินท์ จาก Yves Saint Laurent Beauté ตัวนี้ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ริมฝีปากของเรา ดูอวบอิ่มมีสี ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ในส่วนของ Packaging ก็ตามสไตล์ของ อีฟส์ แซงต์ โลรองต์ โบเต้ เลยค่ะ สวยอย่างเดียวไม่พอ แต่มันต้องดูเริศหรู และมันต้องดูแพง ในคอลเลคชั่นของ VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  นั้นมีเฉดสีให้เลือกมากถึง 12 เฉดสี แต่เดิมคิดว่าจะซื้อให้ครบทั้ง 12 เฉดสี เพราะคิดว่าจะเอาแต่ละสีมาลองใช้และมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน แต่เอาเข้าจริง ๆ มันก็มีหลายสีที่ไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่ จึงซื้อมากเฉพาะสีที่เราชอบมาใช้เท่านั้น เบอร์ที่เราถูกใจมากที่สุดเป็นเบอร์ 9   ชื่อสีว่า TEMPT ME PINK ซึ่งถ้ามองสีลิปจากในแท่งเหมือนจะออกไปทางสีส้ม ๆ แต่พอทาแล้วเป็นสีชมพู เนื่องมาจากทิ้นท์ที่เป็นรูปปากข้างในเป็นสีชมพู ทาวนไปเรื่อย ๆ ก็จะได้ระดับความเข้มของสีที่เพิ่มมากขึ้น พอใจกับสีที่ได้แล้วก็หยุด ในเรื่องความติดทนนานนี่เราให้ 10 คะแนนเต็มกันไปเลย ส่วนกลิ่นนั้นรู้สึกได้ถึงกลิ่นพีชในระดับกลาง ๆ ไม่แรงมากไป แท่งล่าสุดที่เพิ่มซื้อมาเป็นแท่งที่ 3 แล้ว ต้องบอกเลยว่าประทับใจมาก ๆ เพื่อน ๆ คนใดที่อยากดูเฉดสีในคอลเลคชั่นของ VOLUPTÉ TINT-IN-BALM  สามารถกดเข้าไปดู หรือเข้าไปสั่งซื้อกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยนะคะ
https://www.yslbeautyth.com/th/volupt-eacute-tint-in-balm.html

หน้า: [1] 2 3 ... 14