แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรขานาง[/url][/size][/b]
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกลาง จังหวัดเชียงใหม่ จันทบุรี) ขางนาง ขานาง (ภาคกลาง) ค่านาง โคด (ระยอง) ช้างเผือกหลวง (จังหวัดเชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) ปะหง่าง (จังหวัดราชบุรี) เปลือย (กาญจนบุรี) เปื่อยคะนาง เปื๋อยนาง (จังหวัดอุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (ลำปาง) ลิงง้อ (นครราชสีมา) แลนไฮ้ (ลาว-แม่สอด)
    ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลางถึงขั้นใหญ่ ผลัดใบ 15-30 ม. ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับกับช่วงปลายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง 4-7 ซม. ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบของใบจักมนตื้นและก็ห่างๆด้านล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีราว 12 คู่ แทบขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 ซม. ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ สมุนไพร ช่อดอกยาว 10-35 ซม. แขวนลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกระจุกๆเวียนกันบนแกนดอกกลุ่มละ 2-3 ดอก เป็นดอกบริบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบดอกไม้แต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ผนังรังไข่ติดกับผนังข้างในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ติดกันเพียงแค่เล็กๆน้อยๆที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวโดยประมาณ 3 มิลลิเมตร เป็นจำพวกผลแห้งแก่ไม่แตก ด้านในมีเพียงแต่ 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ความสูง 50-300 มัธยม
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกรากเป็นยาฝาดสมาน

2

สมุนไพรหวายลิง
หวายลิง Flagellaria indica L.
บางถิ่นเรียก หวายลิง หวายเย็บจาก (ภาคใต้) หวายลี (จังหวัดสงขลา)
ไม้เถา ต้นยาวได้ถึง 20 มัธยม หมดจด โคนต้นเนื้อแข็ง เหนือขึ้นไปเนื้ออ่อน มีเส้นผ่านศูนย์กลางต้น 2-8 มิลลิเมตร ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับ รูปใบหอก กว้าง 0.5-6.5 ซม. ยาว 3-50 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดม้วนเป็นมือพัน ยาวตั้งแต่ 3-13 เซนติเมตร กาบใบยาว 1-7 ซม. มีสันตามยาว มีติ่งหู 2 ติ่งอยู่ที่ปลาย ก้านใบสั้น หรือ ไม่มี ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย ที่ยอดมักมีกิ่ง 2 กิ่ง ยาว 2-30 ซม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกโดดเดี่ยวๆหรือ ติดเป็นกลุ่ม สมุนไพร มีใบเสริมแต่งที่มีลักษณะเป็นเกล็ดล้อมอยู่ กลีบมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น สีขาวปนสีเนื้อ ยาวราว 2 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้ชั้นนอกยาวกว่ากลีบดอกไม้ชั้นในนิดหน่อย เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวกว่ากลีบดอก 2 เท่า อับเรณูสีเหลือง ก้านเกสรไม่ชิดกัน รังไข่แคบ ข้างในมี 3 ช่อง มีไข่ช่องละ 1 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก โผล่พ้นกลีบ ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มิลลิเมตร ข้างในมี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: จำนวนมากขึ้นตามที่ราบลุ่ม สูงขึ้นยิ่งกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 มัธยม และตามป่าชายเลน ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ภาคกลางลงไปจนกระทั่งภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกต้นรวมทั้งเหง้า รับประทานเป็นยาขับเยี่ยว ใบ ใบอ่อนใช้สระผม น้ำต้มใบและดอกกินเป็นยาขับเยี่ยว ขับนิ่ว รวมทั้งแก้ฟุตบาทปัสสาวะอักเสบ เม็ดพิษ

3

สมุนไพรอ้อ
อ้อ Arundo donax L.
บางถิ่นเรียก อ๋อ (ทั่วๆไป) อ้อหลวง (ภาคเหนือ) อ๋อใหญ่ (ภาคกึ่งกลาง)
ไม้ล้มลุก ชนิดหญ้า อายุนับเป็นเวลาหลายปี มักขึ้นเป็นกอ สูง 2-8 ม. ลำต้นเป็นข้อตั้งตรง ข้างในกลวง แตกกิ่งก้านบ้างนิดหน่อย ลำต้นกว้าง 1.5-3 ซม. ข้อสั้น กาบหุ้มห่อลำต้น ยาว 10-15 เซนติเมตร ยาวกว่าปล้องมาก มีตาลายมยาว สีออกนวล หมดจด หรือมีขนยาว ที่รอยต่อของกาบใบแล้วก็ตัวใบมีลิ้นใบ (ligule) ยาว 2-3 มิลลิเมตร ขอบจักหรือชายชุดครุย ใบ ยาว 45-60 เซนติเมตร โคนใบกว้าง 4-6 เซนติเมตร มีลายตามยาว เนื้อใบหนา ปลายเรียวแหลมเป็นหางยาว มักจะพับลง หมดจด ขอบใบสาก ดอก ออกที่ยอดเป็นช่อใหญ่กระจาย ยาว 30-75 เซนติเมตร สมุนไพร ดอกหนาแน่น ช่อดอกแตกกิ่งมากไม่น้อยเลยทีเดียว ยาวประมาณ 15-30 ซม. มีขนยาวเหมือนขนนก ช่อดอกย่อย (spikelet) ยาว 13-17 มิลลิเมตร ประกอบด้วยดอก 4-5 ดอก กาบช่อย่อยกาบข้างล่าง ยาว 11-14 มม. มีเส้นตามทางยาว 5 เส้น กาบบนรูปแคบๆยาว 11-14 มม. มีเส้นตามแนวยาว 3 เส้น ปลายแหลมบาง กาบล่างของดอก รูปไข่แกมรูปหอก ยาว 10-15 มิลลิเมตร มีขนยาวรวมทั้งหนาแน่นใกล้โคน ขนยาวราว 10 มม. บาง ปลายแหลม ที่โคนมีเส้นตามแนวยาว 7-8 เส้น กาบบนของดอก ยาว 6-11 มิลลิเมตร เป็นเยื่อบางใส กว้าง ปลายมน หรือ ตัด ขอบมีอีกทั้งขนธรรมดา รวมทั้งขนแข็งเกสรเพศผู้มี 3 อัน อับเรณูยาว 2-2.2 มิลลิเมตร เรียวเล็ก สีเหลือง รังไข่หมดจด ก้านเกสรเพศเมียสั้นๆ2 อัน ปลายเกสรเพศเมียยาวโดยประมาณ 1 มิลลิเมตร มีขนสีน้ำตามปนเหลือง ยาวคล้ายขน

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่ราบลุ่มเปียกชื้นทั่วไป
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรากกินเป็นยาขับปัสสาวะ เหง้า น้ำสุกเป็นยาระบาย ขับระดู รวมทั้งห้ามการหลั่งน้ำนมของสตรี

Tags : สมุนไพร

4

สมุนไพรเดือย
เดือย Coix lachrymal-jobi L.
บางถิ่นเรียก เดือย (ทั่วไป) มะเดย (ภาคเหนือ)
ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 1-2 ม. ลำต้นแข็งแรง ตั้งชัน หมดจด ใบ รูปหอก กว้าง 2.5-5.0 ซม. ยาว 20-45 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือเว้านิดหน่อย ขอบใบสากคม เส้นกึ่งกลางใบแลเห็นชัด ลิ้นใบ (ligule) สั้น เป็นเยื่อบางสะอาด กาบใบโอบรอบลำต้น ยาว 3.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อ ตามง่ามใบใกล้ยอด ยาวราว 7.5 เซนติเมตร กาบใบหนึ่งจะมีช่อดอกออกมาหลายช่อ โดยมีก้านช่อยกขึ้นมาเหนือกาบ ส่วนที่เป็นดอกมีช่อดอกย่อยเพศเมีย (pistillate spikelet) 1 ช่อ และช่อดอกย่อยไม่มีเพศ 2 ช่อ อยู่ด้านในเปลือกแข็ง รูปกลมรี หรือ รูปหยดน้ำ ผิวเกลี้ยงเป็นเงา สีขาวหรือฟ้า คล้ายลูกปัด ยาว 5-8 มิลลิเมตร มีปลายเกสรเพศเมียสีม่วง และก็ช่อดอกย่อยเพศผู้ (male spikelet) ออกมาทางปลายลูกปัด สมุนไพร ช่อดอกเพศผุ้แกนกลางยาว 3.5 เซนติเมตร ดอกย่อยเพสผู้ติดตามแกนกลางเป็นคู่ หรือ 3 ไม่มีเส้นขนยาวๆดอกย่อย (floret) มีกาบช่อย่อย (glume) รองรับอยู่ 2 อัน อันนอก 1 อัน รวมทั้งอันในหนึ่งอัน มีกาบด้านล่าง (lemma) 1 อัน กาบบน (palea) เล็กๆ1 อัน แล้วก็เกสรเพศผู้มี 3 อัน ผล เป็นผลเทียม มีขนาดรูปร่างรวมทั้งสีสันต่างๆกัน ชนิดที่มีเปลือก ผลแข็งรับประทานมิได้ สำหรับประเภทที่มีเปลือกผลอ่อนกินได้

นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นใกล้น้ำและก็ในที่เปียกชื้น ปลูกได้ทั่วไปเป็นมั่งมีญพืชและเป็นยา
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรับประทานเป็นยาขับพยาธิในเด็ก ขับเยี่ยว และแก้รอบเดือนผิดปกติ เมล็ด กินได้ เป็นอาหารจำพวกแป้ง เป็นยาบำรุง ขับเยี่ยว ฟอกโลหิต ลดความอ้วน

Tags : สมุนไพร

5

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรติ้วตำ[/url][/size][/b]
ติ้วตำ Cratoxylum sumatranum (Jack) Blume ssp. neriifolium (Kurz) Gogelein
บางถิ่นเรียก ติ้วตำ ติ้วเสลา (ภาคเหนือ) ขี้ติ้ว (เชียงใหม่) สลิว (ภาคกลาง)
ต้นไม้ สูง 10-35 มัธยม แขนงหมดจด เปลือกสีเทา มีรอยแตกตามยา ยอดอ่อนมีรอยแผลเป็นอยู่ระหว่างโคนก้านใบที่เกิดขึ้นจากหูใบหลุดหล่นไปเห็นได้ชัด ใบ เดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 2-7 เซนติเมตร ยาว 4-18 ซม. ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนใบเว้าน้อย กลม หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ ข้างล่างมักจะมีสีอ่อน ก้านใบสั้นมาก หรือ ไม่มีเลย ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และก็ตามง่ามใบ สมุนไพร มีดอกปริมาณน้อย ก้านยาว 1.5-5 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ สีแดงสดถึงสีแดงอิฐ โคนกลีบสีเขียวอ่อน เกสรเพศผู้ติดเป็นกลุ่มๆอับเรณูไม่มีต่อม เกสรเพศผู้เป็นหมันสีเหลืองติดเป็นกรุ๊ปๆผล ทรงกระบอก กว้าง 4-5 มม. ยาว 8-9 มิลลิเมตร ยาวเท่าๆกับกลีบเลี้ยง ข้างในมี 3 ช่อง แก่จะแตกเป็น 3 เสี่ยง เม็ดรูปหอกกลับ หรือ รูปขอบขนาน ช่องหนึ่งมี 3-10 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นขจุยขจายบนเทือกเขาในป่าดงดิบแล้งทางภาคเหนือ รวมทั้งภาคทิศตะวันออกของไทย
สรรพคุณ : ราก เปลือก และใบ ต้มน้ำให้สตรีดื่มข้างหลังการคลอดลูก ใบ ชงดื่มแทนใบชา เป็นยาช่วยย่อยก้าวหน้า ใบอ่อนเคี้ยวกินแก้ไอ

6

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรพะวาใบใหญ่[/url][/size][/b]
พะวาใบใหญ่ Garcinia vilersiana Pierre
บางถิ่นเรียกว่า พะวาใบใหญ่ (ชลบุรี จันทบุรี) ไข่ตะไข้ ตะพูด (จันทบุรี) จำกล่าว (ภาคกึ่งกลาง) ปราโฮด (เขมร-สุรินทร์) ปะหูด (ตะวันออกเฉียงเหนือ มะกล่าว (ภาคกลาง ภาคใต้) ส้มปอง ส้มม่วง (จันทบุรี)
ไม้ใหญ่ สูง 12-15 มัธยม เปลือกสีออกดำ ค่อนข้างจะหยาบ มีน้ำยางสีเหลือง ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้าม รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานแกมรี กว้าง 6-12 ซม. ยาว 15-37 ซม. โคนใบมน หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ม้วนลงนิดหน่อย เนื้อใบครึ้มคล้ายแผ่นหนัง ข้างบนเป็นเงา เส้นใบเรียงไม่สม่ำเสมอกันรวมทั้งมองเห็นไม่ชัดเจน ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร มีรอยย่นตามแนวขวาง ดอก ดอกเพศผู้ หรือดอกสมบูรณ์เพศออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ สมุนไพร  แกนช่อเป็นเกล็ดรวมทั้งมีขนละเอียด ก้านดอกย่อยเป็นสี่เหลี่ยม ยาว 1-1.5 ซม. มีขน กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร งอเป็นกระพุ้ง ขอบมีขน กลีบดอกไม้มี 4 กลีบ ค่อนข้างกลม หนา กว้าง 6-7 มม. ยาว 8-5 มม. งอเป็นกระพุ้ง ดอกเพศผู้ เกสรเพศเมียไม่มีก้าน ยอดเกสรเพศเมียมี 6 พู ผล กลม กว้างราว 3 ซม. ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร สุกสีเหลือง นุ่ม มี 3-5 เมล็ด
นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นใกล้ลำห้วย พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น เปลือกต้น ตำผสมแอลกอฮอล์ลงไปเล็กน้อย เป็นยาพอกแก้เคล็ดลับขัดยอด และแผลอักเสบเรื้อรัง

Tags : สมุนไพร

7

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรฮอมคำ[/url][/color][/size][/b]
ฮอมคำ Dichroa febrifuga Lour.
บางถิ่นเรียกว่า ฮอมคำ ฮอมป่า (ภาคเหนือ) ยายบ้าใหญ่ (นครศรีธรรมราช)
    ไม้พุ่ม สูง 1.5-2.5 ม. ไม่มีหูใบ ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้าม รูปรี ปนขอบขนาน รูปหอก หรือ รูปไข่กลับ กว้าง 2.5-12.5 เซนติเมตร ยาว 7.5-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบจะ เนื้อใบบาง สีเขียวเข้ม ด้านบนมีขนกระจัดกระจาย ด้านล่างตามเส้นใบมีขนละเอียด เส้นใบมี 7-8 คู่ เล็กแล้วก็โค้ง ก้านใบเล็ก ยาว 1.5-6 ซม. มักจะเจือสีน้ำเงินเรื่อๆดอก ออกเป็นช่อที่ยอด หรือ ที่ง่ามใบใกล้ยอด เป็นช่อแบบกระจาย ยาว 4-15 ซม. มีขน ก้านดอกยาว 3-8 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงโคนชิดกันเป็นหลอดยาว 2.5-4 มม. เกลี้ยง หรือ มีขนห่างๆปลายแยกเป็นกลีบเล็กๆ5-7 กลีบ มีขนาดเล็กและก็สั้นกว่า สมุนไพร กลีบดอกไม้มากมาย กลีบดอกไม้รูปขอบขนาน มี 5-7 กลีบ ปลายแหลม หรือมน สีฟ้าอ่อนถึงสีน้ำเงินเข้ม ยาว 6-10 มิลลิเมตร สะอาด เกสรเพศผู้มี 10-12 อัน สีน้ำเงิน ก้านเกสรเพศเมียแยกเป็น 3-5 แฉก รังไข่มี 3-5 ช่อง ผล เป็นประเภทผลสด เนื้อนุ่ม สีน้ำเงิน เมล็ดรูปไข่กลับ ขนาดเล็ก มีเยอะแยะ

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นบนภูเขา สูง 1,800 มัธยม ขึ้นไป
สรรพคุณ : ราก แล้วก็ ยอดอ่อน ต้มน้ำดื่มเป็นยาลดไข้ ทำให้อ้วก และก็บำรุงร่างกาย เมื่อดื่มน้ำยางจากใบแล้วก็รากสดจะมีผลให้คลื่นไส้ แต่ว่าถ้าหากรับประทานกับเหล้าไวน์ หรือ ต้มบางส่วน ใช้เป็นยาระบายอย่างอ่อน น้ำสุกราก กินแก้ไข้ไข้มาลาเรีย ต้น ยาต้มเปลือกต้นและก็ยอดอ่อน กินเป็นยาลดไข้

8

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i]ฤาษีผสมแล้ว[/url][/b]
ฤาษีผสมแล้ว Plectranthus scutellarioides (L.) R. Br.
ชื่อพ้อง Coleus scutellarioides Benth. var. scutellarioides Keng ฤาษีผสมแล้ว (ภาคกลาง)
        ไม้ล้มลุก สูง 30-100 ซม. ใบ คนเดียว ออกตรงข้าม มีขนาด รูปร่างและสีต่างๆกัน โยทั่วไปรูปไข่ กว้าง (1)-3-5-(10) ซม. ยาว (1)-4-7-(15) เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ เรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบของใบหยักหลายแบบ มน หรือ แหลมตื้น หรือ แหลมลึก เว้นเสียแต่ขอบที่โคนใบเรียบมีขนตามเส้นแขนงใบ และเส้นใบย่อย ก้านใบยาว 1-5(-8) เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ยาว 5-10 เซนติเมตร ใบเสริมแต่งรูปไข่ ยาว 2-3 มิลลิเมตร ปลายแหลม มีขน ร่วงง่าย กลีบเลี้ยงเชื่อมชิดกันคล้ายรูประฆัง สมุนไพร ปลายแยกออกเป็นปาก ปากบนมี 3 หยัก หยักกลางใหญ่ ปลายแหลม หยักข้างเล็กและก็สั้นมาก ปลายมน ปลายด้านล่างมี 2 หยัก ชิดกันเป็นแถบยาว คล้ายลิ้น ปลายแยกกันมีเส้นตามทางยาว 10 เส้น มีขนแล้วก็ต่อมเรี่ยราด กลีบเลี้ยงจะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อสำเร็จ ก้านดอกย่อยยาว 3-4 มม. มีขน กลีบโคนเชื่อมชิดกันเป็นหลอดงอๆปลายแยกเป็นปาก ปากบนสั้นรวมทั้งพับกลับตั้งขึ้น ปากข้างล่างยาวโค้งเป็นรูปเรือ ยาว 8-13 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้มี 2 คู่ โคนก้านเกสรติดกันแล้วก็ติดกับหลอดกลีบดอก ผล รูปไข่ หรือ กลม เล็ก สีน้ำตาล เป็นเงา ยาว 1-1.2 มม.

นิเวศน์วิทยา
:ขึ้นได้ทั่วไปบนที่ราบ รวมทั้งที่สูง นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก
สรรพคุณ : ต้นแล้วก็ใบ น้ำต้มเป็นยาช่วยในการย่อย แก้อ้วกอาเจียน แก้ปวดข้างในช่องท้อง ตับอักเสบที่มีลักษณะอาการบวมตามมือแล้วก็เท้า ตำพอกแก้ปวดบวม เจ็บท้อง พอกต่อมต่างๆที่มีลักษณะอาการบวม ยาชงใบใช้ขับเมนส์ น้ำคั้นใบทาสมานแผล

9

สมุนไพรก้านเหลือง
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ใหญ่ สูง 2-7 มัธยม บางครั้งก็อาจจะสูงได้ถึง 15 มัธยม เปลือกเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล กิ่งเล็กเรียว มีขนตามปลายกิ่ง ใบ คนเดียว ออกเวียนสลับรอบลำต้น รูปขอขนานรูปรี หรือ รูปไข่กลับปนรูปรี กว้าง 3-8 ซม. ยาว 10-16 ซม. ปลายใบเป็นติ่งมน โคนใบสอบแคบหรือกลม เส้นใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 1-1.5 ซม. สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 ซม. มีดอกช่อละ 1-3 ดอก มีขนห่างๆราบกับผิว [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก กลีบดอกไม้สีขาวอมเขียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 5 อัน เชื่อมติดกับหลอดกลีบดอกไม้ เกสรเพศเมียเป็นหมัน มีขน ดอกเพศภรรยา มีกลีบเลี้ยงแล้วก็กลีบคล้ายดอกเพศผู้ แต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย เกสรเพศผู้เป็นหมันมี 5 อัน รังไข่รูปไข่ มีขน ผล รูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง 2-2.7 เซนติเมตร ยาว 3-4 ซม. สีเขียวสุกมีสีม่วงอมน้ำเงิน หรือ ออกจะดำ มี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบ หรือป่าผลัดใบเปียกชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 900 มัธยม เจอทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคทิศตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาคใต้ของไทย
สรรพคุณ : ใบ น้ำต้มรับประทานแก้เหน็บชา

10

สมุนไพรปอผี
ปอผี Hydrolea zeylanica (L.) Vahl ปอผี (บุรีรัมย์)
   ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 10-60 เซนติเมตร ลำต้นมักจะทอดนอนไปตามพื้นดิน ออกรากตามข้อ แล้วก็แตกแขนงตั้งขึ้น เกลี้ยง หรือ มีต่อมขนที่ปลาย ใบ ลำพัง ออกเรียงสลับ รูปใบหอก รูปรี หรือ รูปขอบขนาน กว้าง 0.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 3-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้นมาก ประมาณ 0-3 มม. [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url][/color] ดอก ออกผู้เดียวๆหรือ เป็นช่อตามปลายกิ่งย่อย สีม่วงอมสีน้ำเงินตรงกลางสีขาว กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ รูปหอก โคนเชื่อมติดกัน ชอบมีต่อมขน กลีบมี 5 กลีบ โคนเชื่อมชิดกัน เวลาบานปลายกลีบกางออก เกสรเพศผู้มี 5 อัน ติดอยู่ที่โคนหลอดดอก รังไข่มีขนละเอียด ภายในมี 2 ช่อง มีไข่เยอะมากๆ ผล กลม หรือรี สั้นกว่ากลีบเลี้ยงแก่จัดจะแตก

นิเวศน์วิทยา
: เป็นพืชในเอเชียเขตร้อนถึงออสเตรเลีย ถูกใจขึ้นดังที่เฉอะแฉะ และก็ตามที่นาข้าว
สรรพคุณ : ใบ ตำพอกแก้ปวดแผลอักเสบ ใช้ชำระล้างรอยแผล

11

สมุนไพรแมงกะแซง
แมงกะแซง Ociumum americanum L.
บางถิ่นเรียก แมงกะแซง (ประจวบคีรีขันธ์)
    ไม้ล้มลุก สูง 30-100 ซม. แตกกิ่งก้านสาขา มีกลิ่นหอมหวนแรงเหมือนการบูร ลำต้นและก็กิ่งมีสันตามยา ปกคลุมด้วยขนสั้นๆหรือขนหมดจด ใบ โดดเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปใบหอกถึงรูปรี กว้าง 0.9-2.5 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ หรือหยักมนห่างๆผิวใบมีต่อมเป็นจุดๆอีกทั้งข้างบนรวมทั้งข้างล่าง ไม่มีขน ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อแบบกระจะที่ยอดและที่ปลายกิ่ง เป็นช่อลำพังหรือแตกกิ่งก้านสาขา ยาว 7-15 ซม. ริ้วเสริมแต่งรูปใบหอกแกมรี ยาว 2-3(-5) มม. ปลายแหลม มีขน ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงสีเขียว เชื่อมกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2-2.5 มิลลิเมตร (เมื่อได้ผลยาว 3-4.5 มิลลิเมตร) ปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนแบนกว้างและใหญ่ (เมื่อได้ผลจะโค้งกลับ) ขอบมีขน ปากข้างล่างมีแฉกแหลม 4 แฉก รูปลิ่มกลับแกมรูปใบหอก มีต่อมเป็นตุ่มกลมมีก้านยก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] เจออีกทั้งภายในแล้วก็ภายนอก ภายในปกคลุมด้วยขนยาวและนุ่ม ด้านนอกมีขนสีขาว กลีบสีขาวเชื่อมชิดกันเป็นหลอด ยาว 4-6 มิลลิเมตร หมดจด หรือมีขนสั้นๆปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนตัด มีหยัก 4 หยัก ขนาดแทบเสมอกัน ปากข้างล่างยาว ขอบเรียบโค้งลง เกสรเพศผู้ 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ ก้านเกสรเล็ก ยาวพ้นปากหลอด เกสรคู่บนมีติ่งใกล้โคนก้านเกสร เกสรเพศเมียมี 1 อัน ก้านเกสรสีชมพู ผล ขนาดเล็ก รูปรีแคบ ยาว 1.2 มม. สีดำ มีจุดใสๆเมื่อนำไปแช่น้ำจะมีวุ้นหุ้มห่อรอบเมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่รกร้าง พบที่ จังหวัดประจวบฯ
สรรพคุณ : อีกทั้งต้น ชาวบ้านประยุกต์ใช้เพื่อไล่ยุงแล้วก็แมลง

12

สมุนไพรกะทัง
กะทัง Litsea monopetala Pers.
บางถิ่นเรียก กะทัง (ภาคใต้) พอครั้ง (นครศรีธรรมราช) โพหน่วย มุหมู (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) เมาะโม (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ยุ๊กเยา (แพร่) สะหมี่ (ชัยภูมิ) หมี (เมืองจันท์) หมีตุ้ม หมีโป้ง (เชียงใหม่) อีเหม็น (ภาคเหนือ)
       [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url] ไม้ใหญ่ ขนาดเล็ก หรือ ไม้พุ่ม สูง 6-13 มัธยม กิ่งค่อนข้างใหญ่ มีขน ใบ ผู้เดียว ออกเรียงสลับ รูปขอบขนานแคบ รูปไข่ หรือ รูปไข่กลับ ขนาดของใบต่างกันมาก มีความยาวตั้งแต่ 5-41 เซนติเมตร ปลายใบมน กลม หรือเป็นติ่งแหลม โคนใบแหลม กลม หรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ด้านบนหมดจดเป็นมัน ด้านล่างมีขน ใบแห้งเป็นสีน้ำตาล เส้นใบมี 5-10 คู่ เส้นใบย่อยมองเห็นชัดทางด้านล่างของใบ ก้านใบยาว 1.2-2.5 ซม. ดอก สีเหลืองอมเขียว ออกตามง่ามใบเป็นช่อกลุ่มแบบซี่ร่ม ช่อหนึ่งมีโดยประมาณ 5-6 ดอก ก้านช่อสั้น มีใบเสริมแต่ง 4-5 ใบ กลีบรวมโคนเชื่อมชิดกัน ปลายแยกเป็น 5-6 กลีบ ขอบกลีบมีขน เกสรเพศผู้มี 9-13 อัน ก้านเกสรมีขน ผล รูปรี หรือ ค่อนข้างกลม ยาว 5-7 มิลลิเมตร มีกลีบรวมเป็นฐานรองรับ เมื่อสุกมีสีน้ำเงินอมดำ ผิววาว

นิเวศน์วิทยา
: พบขึ้นใกล้ลำน้ำ ในป่าเบญจพรรณทั่วๆไป
สรรพคุณ : ต้น เปลือก เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วงและก็บำรุงธาตุ ผงบดจากเปลือกต้นใช้ตำเป็นยาพอกแก้เมื่อย ฟกช้ำดำเขียว แก้ปวดบาดแผล หรือ กล้ามเนื้อทำงานหนัก รวมทั้งยังใช้พอกขาสัตว์แก้กระดูกเดาะหรือหัก

13

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรเขือง[/url][/size][/b]
เขือง Leea rubra Blume เขือง (ภาคกลาง)
       ไม้พุ่ม ขนาดเล็กกึ่งไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 3 ม. หูใบเป็นปีกแคบๆกว้าง 0.3-0.5 เซนติเมตร ยาว 2-4 ซม. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ถึง 4 ชั้น ใบย่อยมีหลายชิ้น ศูนย์กลางใบ ยาวประมาณ 5-2.5 เซนติเมตร ใบย่อยรูปไข่ ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลมสั้นๆโคนใบกลมถึงแหลม ขอบของใบจักมนๆถึงจะแบบฟันเลื่อยตื้นๆเนื้อใบบางรวมทั้งเหนียวเหมือนแผ่นกระดาษ สะอาด หรืออาจจะมีขนนิดหน่อยตามเส้นใบ เส้นใบมี 5-10 คู่ อาจมีขนน้อย ก้านใบย่อยยาว 2-5 มม. มักมีปีก ก้านใบประกอบยาว 2-8 ซม. สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อแน่น ยาว 8-14 ซม. มีขนสีสนิมปกคลุม ริ้วเสริมแต่งรูปสามเหลี่ยม แลเห็นไม่ชัด ก้านช่อดอกยาว 3-8 ซม. แตกกิ่งก้านสาขามากมายก่ายกอง กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก ยาว 2-2.5 มม. สะอาด กลีบโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว 2-3 มม. ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ยาว 1.5-2.5 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้มี 5 อัน ติดอยู่ที่หลอดเกสรเพศผู้ ยาว 1.2-2 มิลลิเมตร รังไข่ 1 อัน มี 4-6 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียยาว 1-2 มิลลิเมตร ผล เส้นผ่าศูนย์กลาง 8-10 มม. สีแดงเข้ม มี 6 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา : ขึ้นในป่าดงดิบแล้ง ตามท้องทุ่งแล้วก็ป่าละเมาะทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก ตำเป็นยาพอกโดยผสมกับอาร์เซนิคขาว แก้โรคโรคกุฏฐังรวมทั้งกินน้ำยางจากต้นไปพร้อมเพียงกัน น้ำสุกราก เป็นยาบำรุงธาตุรวมทั้งแก้ปวดท้อง ใบและก็ราก ต้มน้ำดื่มเพื่อช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ต้น ยาชงจากต้นรับประทานแก้บิด ผล รับประทานแก้บิดและแก้โรคกุฏฐัง  เม็ด ผสมกับน้ำเชื่อม กินเป็นยาขับพยาธิ แต่ว่าจะมีลักษณะมึนเมาเล็กน้อย

14

สมุนไพรงาขี้ม้อน
งาขี้ม้อน Perilla frutescens (L.) Britton
บางถิ่นเรียก งาขี้ม้อน (ภาคเหนือ) สวยน (งู-แม่ฮ่องสอน) แง (จังหวัดกาญจนบุรี) นอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) น่อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
ไม้ล้มลุก ตั้งชัน สูง 50-150 เซนติเมตร ลำต้นเป็นสี่เหลี่ยมมนๆระหว่างเหลี่ยมเป็นร่อง แตกกิ่งก้านสาขา มีกลิ่นหอมหวน มีขนยาวละเอียดสีขาวปกคลุมหนาแน่น เมื่อโตเต็มกำลัง ที่โคนต้นเกลี้ยง ส่วนโคนต้นและก็โคนกิ่งแข็ง สมุนไพร ใบ คนเดียว ออกตรงกันข้าม รูปไข่หรือกลม กว้าง 2-8 ซม. ยาว 3-9.5 ซม. ปลายใบเรียวแหลมหรือแหลมเป็นติ่งยาว โคนใบกลม ป้าน หรือ ตัด ขอบใบจะแบบฟันเลื่อย สีเขียวอ่อน ด้านล่างสีอ่อนกว่าด้านบน มีขนทั้งคู่ด้าน ตามเส้นใบมีขนหนาแน่น ด้านล่างมีต่อมน้ำมัน ก้านใบยาว 10-45 มิลลิเมตร มีขนยาวหนาแน่น ดอก ออกเป็นช่อกระจะ ตามง่ามใบรวมทั้งที่ยอด ริ้วเสริมแต่งดอกย่อย รูปไข่ กว้าง 2.5-3.2 มิลลิเมตร ยาว 3-4 มม. ไม่มีก้าน โคนริ้วประดับกลมกว้าง ขอบเรียบ มีขน ปลายเรียวแหลม ก้านดอกย่อยยาวโดยประมาณ 1.5 มิลลิเมตร มีขนสีขาวปกคลุมหนาแน่น กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ยาวราวๆ 2 มม. ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก แฉกกึ่งกลางด้านบนสั้นกว่าแฉกอื่นๆมีเส้นตามทางยาว 10 เส้น ข้างนอกมีขนและมีต่อมน้ำมัน ข้างในมีขนยาวเรียงเป็นวงรอบปากหลอด เมื่อดอกรุ่งโรจน์ไปได้ผลแล้ว กลีบเลี้ยงจะใหญ่ขึ้น กลีบสีขาว เชื่อมชิดกันเป็นหลอดทรงกระบอก ปลายแยกเป็นปาก ยาว 3.5-4 มิลลิเมตร ข้างนอกมีขน ภายในมีขนเรียงเป็นวงอยู่ตรงกลางหลอด ปากบนปลายเว้าบางส่วน ปากล่างมี 3 หยัก ปลายมนหยักกึ่งกลางใหญ่กว่าหยักอื่นๆแล้วก็เฉพาะหยักนี้ด้านในมีขน เวลาดอกบานกลีบนี้จะกางออก เกสรเพศผู้มี 4 อัน เรียงเป็นคู่ คู่บนสั้นกว่าคู่ข้างล่างน้อย ก้านเกสรเกลี้ยง อับเรณูมี 2 พู ข้างบนติดกัน ด้านล่างกางออก จานดอกเห็ดชัด รังไข่ยาวประมาณ 3 มม. มีพูกลมๆ4 พู ก้านเกสรเพศเมีย ยาว 2.6-3 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็น 2 แฉก ไม่มีขน ผล รูปไข่กลับ ขนาดเล็ก ยาวประมาณ2 มิลลิเมตร แข็ง สีน้ำตาล หรือสีเทา มีลายรูปตาข่าย

นิเวศน์วิทยา
: มีปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทย
สรรพคุณ : ใบ และก็ยอดอ่อน ใช้แต่งรสของกิน แก้ไอ แก้หวัดและช่วยสำหรับการย่อย เม็ด น้ำมันสกัดจากเม็ดใช้ทำกับข้าวได้ กินเป็นยาชูกำลัง ทำให้ร่างกายอบอุ่นและแก้ท้องผูก

15

สมุนไพรสะระแหน่ประเทศญี่ปุ่น
สะระแหน่ประเทศญี่ปุ่น Mentha arvensis L. var. piperascens Malinv.
บางถิ่นเรียกว่า สะระแหน่ประเทศญี่ปุ่น ต้นน้ำมันหม่อง ไม่ญี่ปุ่น (กรุงเทพฯ)
  ไม้ล้มลุก อายุนับเป็นเวลาหลายปี ต้นสูง 20-40 ซม. มีขนกระจาย ใบ โดดเดี่ยว ออกตรงกันข้ามรูปไข่ รูปไข่ออกจะแคบ หรือ รูปขอบขนาน กว้าง 1-2.5 เซนติเมตร ยาว 2-5 ซม. ปลายโคนสอบ ขอบจะเป็นฟันเลื่อย มีต่อมเป็นจุดๆรวมทั้งมีขนอีกทั้งด้านบนแล้วก็ข้างล่าง ก้านใบยาว 3-10 มิลลิเมตร ดอก ออกเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบ ก้านช่อดอกสั้น ก้านดอกย่อยสั้นกว่ากลีบเลี้ยง เกลี้ยง  สมุนไพร หรือมีขนกลีบเลี้ยงเชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก มักจะมีขนยาวที่คอหลอด ที่แฉกมีขนรูปสามเหลี่ยมแคบๆปลายเรียวแหลม กลีบสีขาว หรือชมพูอ่อน เชื่อมติดกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 4-5 มิลลิเมตร ปลายหลอดแยกเป็น 4 แฉกเท่าๆกัน เกสรเพศผู้มี 4 อัน ก้านเกสรตรง ยาวเท่าๆกัน อับเรณูเป็น 2 พู เรียงขนานกัน ผล ขนาดเล็ก รูปรีแบนน้อย ยาว 0.7 มม. ฐานสอบป้านๆและเป็นสามเหลี่ยม

นิเวศน์วิทยา
: สามารถปลูกได้ในแทบทุกภาคของประเทศ ขึ้นได้ในดินแทบทุกจำพวก ชอบน้ำมากมายแต่ไม่แฉะ ชอบแสงสว่างมากมาย อุณหภูมิที่สมควรอยู่ระหว่าง 25๐-30­๐ C
คุณประโยชน์ : ใบ กินได้ใช้แต่งรสอาหาร ได้แก่ ใส่ยำต่างๆใบแห้งเป็นยาฆ่าเชื้อโรคพอกแก้ปวดข้อ กินเป็นยาเย็น ขับลม บำรุงธาตุ ขับระดู ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ รวมทั้งบำรุงปลายประสาท สกัดให้น้ำมันมินต์มี menthol 80-90% ทั้งต้น ขยี้ทาขมับ แก้ปวดศีรษะ ดมแก้ลม ทาแก้ฟกบวม รับประทานแก้ปวดท้อง จุกเสียด แน่นเฟ้อ

Tags : เห็นหลินจือ

หน้า: [1] 2 3 ... 8