แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1

สมุนไพรโลดทะนง
โลดทะนง Trigonostemon reidioides (Kurz) Craib
ชื่อพ้อง Baliospermum reedioides Kurz.
บางถิ่นเรียกว่า โลดทะนง (ราชบุรี ปราจีนบุรี จังหวัดตราด) ข้าวเย็นเนิน (ราชบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ดู่เบี้ย ดู่เตี้ย (เพชรบุรี) ทะนง รักทะนง (จังหวัดนครราชสีมา) ทะนงแดง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์) นางแซง (จังหวัดอุบลราชธานี) โลดทะนงแดง (จังหวัดบุรีรัมย์) หนาดคำ (เหนือ) หัวยาอาหารเย็นเนิน (จังหวัดราชบุรี).
  ไม้พุ่ม ขนาดเล็ก สูง 0.5-1.5 ม. มีขนปกคลุมหนานแน่นทั่วไป. ใบ ลำพัง เรียงสลับกน รูปขอบขนาน แคบบ้างกว้างบ้าง หรือ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 7-12 เซนติเมตร; ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบกลม หรือ มน เส้นใบมี 5-7 คู่ ข้างล่างนูน มีขนอีกทั้ง 2 ด้าน ด้านบนค่อนข้างจะสาก ด้านล่างขนยาว นุ่มและก็หนาแน่นกว่าข้างบน ที่ฐานใบมีต่อมเล็กๆ2 ต่อม ก้านใบยาว 10-15 มม. มีขน. ดอก สีขาว ชมพู ม่วงเข้ม หรือ เกือบดำ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ และก็ตามกิ่ง ดอกเพศผู้ รวมทั้งดอกเพศเมียกำเนิดบนต้นเดียวกัน. ดอกเพศผู้ ดอกตูมกลม กลีบรองกลีบ 5 กลีบ รูปไข่กลับ ข้างนอกมีขน กลีบดอกไม้ 5 กลีบ รูปไข่กลับ ไม่มีขน เกสรผู้ 3 อัน ก้านเกสรติดกัน อับเรณูรูปกลม ฐานดอกขอบเป็นคลื่น. ดอกเพศภรรยา สมุนไพร ดอกตูมรูปไข่ กลีบรองกลีบ 5 กลีบ รูปไข่ปลายมน กว้างราว 1.5 มิลลิเมตร ยาวราว 3 มม. ภายนอกมีขน กลีบดอกรูปไข่ กว้างราว 2 มิลลิเมตร ยาว 3 มิลลิเมตร รังไข่รูปไข่ มีขน ท่อรังไข่สั้น มี 3 อัน ปลายท่อใหญ่ ปลายสุดหยักเว้าน้อย ฐานดอกขอบไม่เป็นคลื่น. ผล มี 3 พู เส้นผ่านศูนย์กลางราว 12 มม. มีขนปกคลุมครึ้มนแน่น ก้านผลยาวประมาณ 15 มม. เมล็ด รูปค่อนข้างกลม หรือ รูปไข่ปนสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 5-6 มิลลิเมตร สีออกเหลือง ผิวเรียบ.

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นทั่วไปในที่ดินปนทราย ในป่าสัก และก็มีเกลื่อนกลาดกระจุยกระจายในป่าเบญจพรรณแล้ง เหนือระดับน้ำทะเลไม่เกิน 450 ม.
สรรพคุณ : ราก รสร้อน ฝนกินเพื่อทำให้คลื่นไส้ ทำให้ท้องเดิน ใช้ถอนพิษคนที่รับประทานยาเบื่อเมา แก้หืด ใช้ข้างนอกฝนทาเป็นยาเกลื่อนฝี แก้บวมช้ำ เคล็ดลับบวม กินเป็นยาคุมกำเนิด

Tags : สมุนไพร

2

สมุนไพรมะเยา
มะเยา Vernicia fordii (Hemsley) Airy Shaw.
บางถิ่นเรียกว่า มะเยา (เหนือ) ทังอิ๊ว (จีน)
ไม้ใหญ่ ขนาดเล็ก สูง 4-10 ม. เปลือกสีน้ำตาลแกมเทา. ใบ ลำพัง เรียงแบบบันไดเวียนห่างๆรูปไข่ป้อม หรือ รูปหัวใจ กว้าง 3-12 ซม. ยาว 5-15 เซนติเมตร ปลายใบแหลมเป็นติ่ง; ขอบของใบเรียบ โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ เส้นใบออกจากโคนใบ 5-7 เส้น แล้วก็ออกจากเส้นกึ่งกลางใบแบบขนนกอีก 5-7 คู่ ใบแก่ด้านบนเกลี้ยง ข้างล่างมีขนประปราย; ก้านใบยาว 9-12.5 ซม. ตรงรอยต่อระหว่างก้านใบ แล้วก็แผ่นใบข้างบนมีต่อมกลมๆสีแดง 2 ต่อม. ดอก ออกเป็นช่อที่ยอด แยกเพศ แต่ว่าอยู่บนต้นเดียวกัน ปกติ สมุนไพร กลีบดอกมี 5 กลีบ สีขาว แม้กระนั้นดอกเพศภรรยาอาจมีได้ถึง 9 กลีบ ที่ฐานกลีบมีลาย รวมทั้งจุดประสีเหลือง แดง บางครั้งบางคราวเหลือง หรือ ม่วงอมน้ำเงิน. ดอกเพศผู้ มีเกสรผู้ 8-12 อันอับเรณูมี 2 ช่อง. ดอกเพศภรรยา มีเกสรเมียรูปไข่ ข้างในมี 3-5 ช่อง ผลรูปออกจะกลม มีเนื้อ แก่สีเหลือง แดงคล้ำ หรือ น้ำตาลผสมดำ ด้านในมี 3-10 เมล็ด ส่วนใหญ่จะมี 5 เม็ด เปลือกเม็ดแข็ง.

นิเวศน์วิทยา
: มีถิ่นเกิดในประเทศจีน ขึ้นทางแถบลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ปลูกลงในพื้นที่หลายเขตของเมืองจีน เพราะเหตุว่าเป็นไม้มีค่าทางด้านเศรษฐกิจ ปลูกกันบ้างทางภาคเหนือของไทย.
สรรพคุณ : ต้น ทั้งต้นมีคุณลักษณะเป็นยากำจัดศัตรูพืช เมล็ด เม็ดที่ยังไม่แก่จัด ผึ้งให้แห้งในร่ม ต้มกับเนื้อหมู ให้เด็กกินแก้โรคขาดอาหาร รวมทั้งโรคโลหิตจางสำหรับสตรี เนื้อเมล็ดแก่สกัดให้น้ำมันมะเยา (Tung oil) ถึง 33% แค่เป็นพิษมากยิ่งกว่าน้ำมันที่ได้จากเมล็ดมะเยาจำพวกอื่น เพราะมีกรด eleostearic จำนวนสูง แล้วก็เป็นน้ำมันพืชเพียงแต่ชนิดเดียวที่มีกรดจำพวกนี้ ก็เลยทำให้แห้งเร็วเป็นพิเศษ นำไปใช้ในทางอุตสาหกรรมหลายประเภท ใช้เป็นยาทาแก้โรคผิวหนังบางจำพวกทาแก้แผลอักเสบ ประสานกับปูนรับประทานกับหมาก ใช้ทาแผลกันน้ำ แล้วก็เมื่อทำให้บริสุทธิ์แล้ว ใช้กินเป็นยาระบายได้เหมือนกันกับน้ำมันละหุ่ง แต่ว่ามีจุดเด่นกว่าตรงที่ไม่มีกลิ่นและก็รส ไม่ทำให้อ้วกอาเจียน

3

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรขานาง[/url][/size][/b]
ขานาง Homalium tomentosum (Vent.) Benth.
บางถิ่นเรียกว่า ขานาง (ภาคกลาง จังหวัดเชียงใหม่ จันทบุรี) ขางนาง ขานาง (ภาคกลาง) ค่านาง โคด (ระยอง) ช้างเผือกหลวง (จังหวัดเชียงใหม่) แซพลู้ (กะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรี) ปะหง่าง (จังหวัดราชบุรี) เปลือย (กาญจนบุรี) เปื่อยคะนาง เปื๋อยนาง (จังหวัดอุตรดิตถ์) เปื๋อยค่างไห้ (ลำปาง) ลิงง้อ (นครราชสีมา) แลนไฮ้ (ลาว-แม่สอด)
    ไม้ต้น ขนาดกึ่งกลางถึงขั้นใหญ่ ผลัดใบ 15-30 ม. ลำต้นกลมตรง เปลือกลางเรียบ สีขาวหรือสีเทาอ่อน ที่โคนต้นมีพูพอน ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับกับช่วงปลายๆกิ่ง รูปไข่กลับ ถึงรูปไข่กลับแกมขอบขนาน กว้าง 4-7 ซม. ยาว 10-15 เซนติเมตร ปลายใบกลมมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนสอบแคบ โคนสุดมน ขอบของใบจักมนตื้นและก็ห่างๆด้านล่างมีขนสากหนาแน่น เส้นใบมีราว 12 คู่ แทบขนานกัน ก้านใบอ้วนสั้น ยาว 1-3 ซม. ดอก เล็ก สีเขียว ออกเป็นช่อยาวตามง่ามใบ สมุนไพร ช่อดอกยาว 10-35 ซม. แขวนลง ไม่มีก้านดอก ติดเป็นกระจุกๆเวียนกันบนแกนดอกกลุ่มละ 2-3 ดอก เป็นดอกบริบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปกรวย มีขน ปลายแยกเป็น 5-6 แฉก กลีบติดอยู่ในท่อกลีบเลี้ยง กลีบดอกไม้แต่ละกลีบจะมีเกสรเพศผู้ติดอยู่ ก้านเกสรยาวราวๆ 2 มิลลิเมตร รังไข่มี 1 ช่อง ผนังรังไข่ติดกับผนังข้างในของท่อกลีบเลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2-3 อัน แยกจากกัน หรือ ติดกันเพียงแค่เล็กๆน้อยๆที่โคนก้าน ผล เล็ก ยาวโดยประมาณ 3 มิลลิเมตร เป็นจำพวกผลแห้งแก่ไม่แตก ด้านในมีเพียงแต่ 1 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วไป ความสูง 50-300 มัธยม
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกรากเป็นยาฝาดสมาน

4

สมุนไพรหวายลิง
หวายลิง Flagellaria indica L.
บางถิ่นเรียก หวายลิง หวายเย็บจาก (ภาคใต้) หวายลี (จังหวัดสงขลา)
ไม้เถา ต้นยาวได้ถึง 20 มัธยม หมดจด โคนต้นเนื้อแข็ง เหนือขึ้นไปเนื้ออ่อน มีเส้นผ่านศูนย์กลางต้น 2-8 มิลลิเมตร ใบ ลำพัง ออกเวียนสลับ รูปใบหอก กว้าง 0.5-6.5 ซม. ยาว 3-50 ซม. ปลายใบเรียวแหลม ปลายสุดม้วนเป็นมือพัน ยาวตั้งแต่ 3-13 เซนติเมตร กาบใบยาว 1-7 ซม. มีสันตามยาว มีติ่งหู 2 ติ่งอยู่ที่ปลาย ก้านใบสั้น หรือ ไม่มี ดอก ออกเป็นช่อกระจัดกระจาย ที่ยอดมักมีกิ่ง 2 กิ่ง ยาว 2-30 ซม. ดอกย่อยไม่มีก้านดอก ออกโดดเดี่ยวๆหรือ ติดเป็นกลุ่ม สมุนไพร มีใบเสริมแต่งที่มีลักษณะเป็นเกล็ดล้อมอยู่ กลีบมี 6 กลีบ เรียงเป็น 2 ชั้น สีขาวปนสีเนื้อ ยาวราว 2 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้ชั้นนอกยาวกว่ากลีบดอกไม้ชั้นในนิดหน่อย เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาวกว่ากลีบดอก 2 เท่า อับเรณูสีเหลือง ก้านเกสรไม่ชิดกัน รังไข่แคบ ข้างในมี 3 ช่อง มีไข่ช่องละ 1 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียปลายแยกเป็น 3 แฉก โผล่พ้นกลีบ ผล เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-6 มิลลิเมตร ข้างในมี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: จำนวนมากขึ้นตามที่ราบลุ่ม สูงขึ้นยิ่งกว่าระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 มัธยม และตามป่าชายเลน ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่ภาคกลางลงไปจนกระทั่งภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น น้ำสุกต้นรวมทั้งเหง้า รับประทานเป็นยาขับเยี่ยว ใบ ใบอ่อนใช้สระผม น้ำต้มใบและดอกกินเป็นยาขับเยี่ยว ขับนิ่ว รวมทั้งแก้ฟุตบาทปัสสาวะอักเสบ เม็ดพิษ

5

สมุนไพรอ้อ
อ้อ Arundo donax L.
บางถิ่นเรียก อ๋อ (ทั่วๆไป) อ้อหลวง (ภาคเหนือ) อ๋อใหญ่ (ภาคกึ่งกลาง)
ไม้ล้มลุก ชนิดหญ้า อายุนับเป็นเวลาหลายปี มักขึ้นเป็นกอ สูง 2-8 ม. ลำต้นเป็นข้อตั้งตรง ข้างในกลวง แตกกิ่งก้านบ้างนิดหน่อย ลำต้นกว้าง 1.5-3 ซม. ข้อสั้น กาบหุ้มห่อลำต้น ยาว 10-15 เซนติเมตร ยาวกว่าปล้องมาก มีตาลายมยาว สีออกนวล หมดจด หรือมีขนยาว ที่รอยต่อของกาบใบแล้วก็ตัวใบมีลิ้นใบ (ligule) ยาว 2-3 มิลลิเมตร ขอบจักหรือชายชุดครุย ใบ ยาว 45-60 เซนติเมตร โคนใบกว้าง 4-6 เซนติเมตร มีลายตามยาว เนื้อใบหนา ปลายเรียวแหลมเป็นหางยาว มักจะพับลง หมดจด ขอบใบสาก ดอก ออกที่ยอดเป็นช่อใหญ่กระจาย ยาว 30-75 เซนติเมตร สมุนไพร ดอกหนาแน่น ช่อดอกแตกกิ่งมากไม่น้อยเลยทีเดียว ยาวประมาณ 15-30 ซม. มีขนยาวเหมือนขนนก ช่อดอกย่อย (spikelet) ยาว 13-17 มิลลิเมตร ประกอบด้วยดอก 4-5 ดอก กาบช่อย่อยกาบข้างล่าง ยาว 11-14 มม. มีเส้นตามทางยาว 5 เส้น กาบบนรูปแคบๆยาว 11-14 มม. มีเส้นตามแนวยาว 3 เส้น ปลายแหลมบาง กาบล่างของดอก รูปไข่แกมรูปหอก ยาว 10-15 มิลลิเมตร มีขนยาวรวมทั้งหนาแน่นใกล้โคน ขนยาวราว 10 มม. บาง ปลายแหลม ที่โคนมีเส้นตามแนวยาว 7-8 เส้น กาบบนของดอก ยาว 6-11 มิลลิเมตร เป็นเยื่อบางใส กว้าง ปลายมน หรือ ตัด ขอบมีอีกทั้งขนธรรมดา รวมทั้งขนแข็งเกสรเพศผู้มี 3 อัน อับเรณูยาว 2-2.2 มิลลิเมตร เรียวเล็ก สีเหลือง รังไข่หมดจด ก้านเกสรเพศเมียสั้นๆ2 อัน ปลายเกสรเพศเมียยาวโดยประมาณ 1 มิลลิเมตร มีขนสีน้ำตามปนเหลือง ยาวคล้ายขน

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่ราบลุ่มเปียกชื้นทั่วไป
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรากกินเป็นยาขับปัสสาวะ เหง้า น้ำสุกเป็นยาระบาย ขับระดู รวมทั้งห้ามการหลั่งน้ำนมของสตรี

Tags : สมุนไพร

6

สมุนไพรเดือย
เดือย Coix lachrymal-jobi L.
บางถิ่นเรียก เดือย (ทั่วไป) มะเดย (ภาคเหนือ)
ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 1-2 ม. ลำต้นแข็งแรง ตั้งชัน หมดจด ใบ รูปหอก กว้าง 2.5-5.0 ซม. ยาว 20-45 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือเว้านิดหน่อย ขอบใบสากคม เส้นกึ่งกลางใบแลเห็นชัด ลิ้นใบ (ligule) สั้น เป็นเยื่อบางสะอาด กาบใบโอบรอบลำต้น ยาว 3.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อ ตามง่ามใบใกล้ยอด ยาวราว 7.5 เซนติเมตร กาบใบหนึ่งจะมีช่อดอกออกมาหลายช่อ โดยมีก้านช่อยกขึ้นมาเหนือกาบ ส่วนที่เป็นดอกมีช่อดอกย่อยเพศเมีย (pistillate spikelet) 1 ช่อ และช่อดอกย่อยไม่มีเพศ 2 ช่อ อยู่ด้านในเปลือกแข็ง รูปกลมรี หรือ รูปหยดน้ำ ผิวเกลี้ยงเป็นเงา สีขาวหรือฟ้า คล้ายลูกปัด ยาว 5-8 มิลลิเมตร มีปลายเกสรเพศเมียสีม่วง และก็ช่อดอกย่อยเพศผู้ (male spikelet) ออกมาทางปลายลูกปัด สมุนไพร ช่อดอกเพศผุ้แกนกลางยาว 3.5 เซนติเมตร ดอกย่อยเพสผู้ติดตามแกนกลางเป็นคู่ หรือ 3 ไม่มีเส้นขนยาวๆดอกย่อย (floret) มีกาบช่อย่อย (glume) รองรับอยู่ 2 อัน อันนอก 1 อัน รวมทั้งอันในหนึ่งอัน มีกาบด้านล่าง (lemma) 1 อัน กาบบน (palea) เล็กๆ1 อัน แล้วก็เกสรเพศผู้มี 3 อัน ผล เป็นผลเทียม มีขนาดรูปร่างรวมทั้งสีสันต่างๆกัน ชนิดที่มีเปลือก ผลแข็งรับประทานมิได้ สำหรับประเภทที่มีเปลือกผลอ่อนกินได้

นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นใกล้น้ำและก็ในที่เปียกชื้น ปลูกได้ทั่วไปเป็นมั่งมีญพืชและเป็นยา
สรรพคุณ : ราก น้ำสุกรับประทานเป็นยาขับพยาธิในเด็ก ขับเยี่ยว และแก้รอบเดือนผิดปกติ เมล็ด กินได้ เป็นอาหารจำพวกแป้ง เป็นยาบำรุง ขับเยี่ยว ฟอกโลหิต ลดความอ้วน

Tags : สมุนไพร

7

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรติ้วตำ[/url][/size][/b]
ติ้วตำ Cratoxylum sumatranum (Jack) Blume ssp. neriifolium (Kurz) Gogelein
บางถิ่นเรียก ติ้วตำ ติ้วเสลา (ภาคเหนือ) ขี้ติ้ว (เชียงใหม่) สลิว (ภาคกลาง)
ต้นไม้ สูง 10-35 มัธยม แขนงหมดจด เปลือกสีเทา มีรอยแตกตามยา ยอดอ่อนมีรอยแผลเป็นอยู่ระหว่างโคนก้านใบที่เกิดขึ้นจากหูใบหลุดหล่นไปเห็นได้ชัด ใบ เดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรีถึงรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 2-7 เซนติเมตร ยาว 4-18 ซม. ปลายใบมน หรือ เป็นติ่งแหลม โคนใบเว้าน้อย กลม หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ ข้างล่างมักจะมีสีอ่อน ก้านใบสั้นมาก หรือ ไม่มีเลย ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และก็ตามง่ามใบ สมุนไพร มีดอกปริมาณน้อย ก้านยาว 1.5-5 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบ สีแดงสดถึงสีแดงอิฐ โคนกลีบสีเขียวอ่อน เกสรเพศผู้ติดเป็นกลุ่มๆอับเรณูไม่มีต่อม เกสรเพศผู้เป็นหมันสีเหลืองติดเป็นกรุ๊ปๆผล ทรงกระบอก กว้าง 4-5 มม. ยาว 8-9 มิลลิเมตร ยาวเท่าๆกับกลีบเลี้ยง ข้างในมี 3 ช่อง แก่จะแตกเป็น 3 เสี่ยง เม็ดรูปหอกกลับ หรือ รูปขอบขนาน ช่องหนึ่งมี 3-10 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นขจุยขจายบนเทือกเขาในป่าดงดิบแล้งทางภาคเหนือ รวมทั้งภาคทิศตะวันออกของไทย
สรรพคุณ : ราก เปลือก และใบ ต้มน้ำให้สตรีดื่มข้างหลังการคลอดลูก ใบ ชงดื่มแทนใบชา เป็นยาช่วยย่อยก้าวหน้า ใบอ่อนเคี้ยวกินแก้ไอ

8

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรพะวาใบใหญ่[/url][/size][/b]
พะวาใบใหญ่ Garcinia vilersiana Pierre
บางถิ่นเรียกว่า พะวาใบใหญ่ (ชลบุรี จันทบุรี) ไข่ตะไข้ ตะพูด (จันทบุรี) จำกล่าว (ภาคกึ่งกลาง) ปราโฮด (เขมร-สุรินทร์) ปะหูด (ตะวันออกเฉียงเหนือ มะกล่าว (ภาคกลาง ภาคใต้) ส้มปอง ส้มม่วง (จันทบุรี)
ไม้ใหญ่ สูง 12-15 มัธยม เปลือกสีออกดำ ค่อนข้างจะหยาบ มีน้ำยางสีเหลือง ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้าม รูปขอบขนาน หรือ ขอบขนานแกมรี กว้าง 6-12 ซม. ยาว 15-37 ซม. โคนใบมน หรือ เว้าเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือ เป็นคลื่น ม้วนลงนิดหน่อย เนื้อใบครึ้มคล้ายแผ่นหนัง ข้างบนเป็นเงา เส้นใบเรียงไม่สม่ำเสมอกันรวมทั้งมองเห็นไม่ชัดเจน ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร มีรอยย่นตามแนวขวาง ดอก ดอกเพศผู้ หรือดอกสมบูรณ์เพศออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบ สมุนไพร  แกนช่อเป็นเกล็ดรวมทั้งมีขนละเอียด ก้านดอกย่อยเป็นสี่เหลี่ยม ยาว 1-1.5 ซม. มีขน กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5 มิลลิเมตร งอเป็นกระพุ้ง ขอบมีขน กลีบดอกไม้มี 4 กลีบ ค่อนข้างกลม หนา กว้าง 6-7 มม. ยาว 8-5 มม. งอเป็นกระพุ้ง ดอกเพศผู้ เกสรเพศเมียไม่มีก้าน ยอดเกสรเพศเมียมี 6 พู ผล กลม กว้างราว 3 ซม. ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร สุกสีเหลือง นุ่ม มี 3-5 เมล็ด
นิเวศน์วิทยา
: ถูกใจขึ้นใกล้ลำห้วย พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาคใต้
สรรพคุณ : ต้น เปลือกต้น ตำผสมแอลกอฮอล์ลงไปเล็กน้อย เป็นยาพอกแก้เคล็ดลับขัดยอด และแผลอักเสบเรื้อรัง

Tags : สมุนไพร

9

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรฮอมคำ[/url][/color][/size][/b]
ฮอมคำ Dichroa febrifuga Lour.
บางถิ่นเรียกว่า ฮอมคำ ฮอมป่า (ภาคเหนือ) ยายบ้าใหญ่ (นครศรีธรรมราช)
    ไม้พุ่ม สูง 1.5-2.5 ม. ไม่มีหูใบ ใบ ผู้เดียว ออกตรงกันข้าม รูปรี ปนขอบขนาน รูปหอก หรือ รูปไข่กลับ กว้าง 2.5-12.5 เซนติเมตร ยาว 7.5-30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบจะ เนื้อใบบาง สีเขียวเข้ม ด้านบนมีขนกระจัดกระจาย ด้านล่างตามเส้นใบมีขนละเอียด เส้นใบมี 7-8 คู่ เล็กแล้วก็โค้ง ก้านใบเล็ก ยาว 1.5-6 ซม. มักจะเจือสีน้ำเงินเรื่อๆดอก ออกเป็นช่อที่ยอด หรือ ที่ง่ามใบใกล้ยอด เป็นช่อแบบกระจาย ยาว 4-15 ซม. มีขน ก้านดอกยาว 3-8 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงโคนชิดกันเป็นหลอดยาว 2.5-4 มม. เกลี้ยง หรือ มีขนห่างๆปลายแยกเป็นกลีบเล็กๆ5-7 กลีบ มีขนาดเล็กและก็สั้นกว่า สมุนไพร กลีบดอกไม้มากมาย กลีบดอกไม้รูปขอบขนาน มี 5-7 กลีบ ปลายแหลม หรือมน สีฟ้าอ่อนถึงสีน้ำเงินเข้ม ยาว 6-10 มิลลิเมตร สะอาด เกสรเพศผู้มี 10-12 อัน สีน้ำเงิน ก้านเกสรเพศเมียแยกเป็น 3-5 แฉก รังไข่มี 3-5 ช่อง ผล เป็นประเภทผลสด เนื้อนุ่ม สีน้ำเงิน เมล็ดรูปไข่กลับ ขนาดเล็ก มีเยอะแยะ

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นบนภูเขา สูง 1,800 มัธยม ขึ้นไป
สรรพคุณ : ราก แล้วก็ ยอดอ่อน ต้มน้ำดื่มเป็นยาลดไข้ ทำให้อ้วก และก็บำรุงร่างกาย เมื่อดื่มน้ำยางจากใบแล้วก็รากสดจะมีผลให้คลื่นไส้ แต่ว่าถ้าหากรับประทานกับเหล้าไวน์ หรือ ต้มบางส่วน ใช้เป็นยาระบายอย่างอ่อน น้ำสุกราก กินแก้ไข้ไข้มาลาเรีย ต้น ยาต้มเปลือกต้นและก็ยอดอ่อน กินเป็นยาลดไข้

10

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/i]ฤาษีผสมแล้ว[/url][/b]
ฤาษีผสมแล้ว Plectranthus scutellarioides (L.) R. Br.
ชื่อพ้อง Coleus scutellarioides Benth. var. scutellarioides Keng ฤาษีผสมแล้ว (ภาคกลาง)
        ไม้ล้มลุก สูง 30-100 ซม. ใบ คนเดียว ออกตรงข้าม มีขนาด รูปร่างและสีต่างๆกัน โยทั่วไปรูปไข่ กว้าง (1)-3-5-(10) ซม. ยาว (1)-4-7-(15) เซนติเมตร ปลายใบแหลม หรือ เรียวแหลม โคนใบสอบ ขอบของใบหยักหลายแบบ มน หรือ แหลมตื้น หรือ แหลมลึก เว้นเสียแต่ขอบที่โคนใบเรียบมีขนตามเส้นแขนงใบ และเส้นใบย่อย ก้านใบยาว 1-5(-8) เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ยาว 5-10 เซนติเมตร ใบเสริมแต่งรูปไข่ ยาว 2-3 มิลลิเมตร ปลายแหลม มีขน ร่วงง่าย กลีบเลี้ยงเชื่อมชิดกันคล้ายรูประฆัง สมุนไพร ปลายแยกออกเป็นปาก ปากบนมี 3 หยัก หยักกลางใหญ่ ปลายแหลม หยักข้างเล็กและก็สั้นมาก ปลายมน ปลายด้านล่างมี 2 หยัก ชิดกันเป็นแถบยาว คล้ายลิ้น ปลายแยกกันมีเส้นตามทางยาว 10 เส้น มีขนแล้วก็ต่อมเรี่ยราด กลีบเลี้ยงจะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อสำเร็จ ก้านดอกย่อยยาว 3-4 มม. มีขน กลีบโคนเชื่อมชิดกันเป็นหลอดงอๆปลายแยกเป็นปาก ปากบนสั้นรวมทั้งพับกลับตั้งขึ้น ปากข้างล่างยาวโค้งเป็นรูปเรือ ยาว 8-13 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้มี 2 คู่ โคนก้านเกสรติดกันแล้วก็ติดกับหลอดกลีบดอก ผล รูปไข่ หรือ กลม เล็ก สีน้ำตาล เป็นเงา ยาว 1-1.2 มม.

นิเวศน์วิทยา
:ขึ้นได้ทั่วไปบนที่ราบ รวมทั้งที่สูง นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก
สรรพคุณ : ต้นแล้วก็ใบ น้ำต้มเป็นยาช่วยในการย่อย แก้อ้วกอาเจียน แก้ปวดข้างในช่องท้อง ตับอักเสบที่มีลักษณะอาการบวมตามมือแล้วก็เท้า ตำพอกแก้ปวดบวม เจ็บท้อง พอกต่อมต่างๆที่มีลักษณะอาการบวม ยาชงใบใช้ขับเมนส์ น้ำคั้นใบทาสมานแผล

11

สมุนไพรก้านเหลือง
ไม้พุ่ม หรือ ไม้ใหญ่ สูง 2-7 มัธยม บางครั้งก็อาจจะสูงได้ถึง 15 มัธยม เปลือกเรียบ สีเทาหรือสีน้ำตาล กิ่งเล็กเรียว มีขนตามปลายกิ่ง ใบ คนเดียว ออกเวียนสลับรอบลำต้น รูปขอขนานรูปรี หรือ รูปไข่กลับปนรูปรี กว้าง 3-8 ซม. ยาว 10-16 ซม. ปลายใบเป็นติ่งมน โคนใบสอบแคบหรือกลม เส้นใบมี 4-6 คู่ ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 เซนติเมตร มีดอกช่อละ 1-1.5 ซม. สีเหลือง มีรอยย่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆตามง่ามใบยาว 0.3-1.5 ซม. มีดอกช่อละ 1-3 ดอก มีขนห่างๆราบกับผิว [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] ดอกเพศผู้ แล้วก็ดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก กลีบดอกไม้สีขาวอมเขียว เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 5 อัน เชื่อมติดกับหลอดกลีบดอกไม้ เกสรเพศเมียเป็นหมัน มีขน ดอกเพศภรรยา มีกลีบเลี้ยงแล้วก็กลีบคล้ายดอกเพศผู้ แต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่านิดหน่อย เกสรเพศผู้เป็นหมันมี 5 อัน รังไข่รูปไข่ มีขน ผล รูปขอบขนานแกมรูปรี กว้าง 2-2.7 เซนติเมตร ยาว 3-4 ซม. สีเขียวสุกมีสีม่วงอมน้ำเงิน หรือ ออกจะดำ มี 1 เม็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นตามป่าดิบ หรือป่าผลัดใบเปียกชื้น ที่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 900 มัธยม เจอทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคทิศตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งภาคใต้ของไทย
สรรพคุณ : ใบ น้ำต้มรับประทานแก้เหน็บชา

12

สมุนไพรปอผี
ปอผี Hydrolea zeylanica (L.) Vahl ปอผี (บุรีรัมย์)
   ไม้ล้มลุก อายุปีเดียว สูง 10-60 เซนติเมตร ลำต้นมักจะทอดนอนไปตามพื้นดิน ออกรากตามข้อ แล้วก็แตกแขนงตั้งขึ้น เกลี้ยง หรือ มีต่อมขนที่ปลาย ใบ ลำพัง ออกเรียงสลับ รูปใบหอก รูปรี หรือ รูปขอบขนาน กว้าง 0.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 3-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบแคบ ขอบใบเรียบ ก้านใบสั้นมาก ประมาณ 0-3 มม. [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url][/color] ดอก ออกผู้เดียวๆหรือ เป็นช่อตามปลายกิ่งย่อย สีม่วงอมสีน้ำเงินตรงกลางสีขาว กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ รูปหอก โคนเชื่อมติดกัน ชอบมีต่อมขน กลีบมี 5 กลีบ โคนเชื่อมชิดกัน เวลาบานปลายกลีบกางออก เกสรเพศผู้มี 5 อัน ติดอยู่ที่โคนหลอดดอก รังไข่มีขนละเอียด ภายในมี 2 ช่อง มีไข่เยอะมากๆ ผล กลม หรือรี สั้นกว่ากลีบเลี้ยงแก่จัดจะแตก

นิเวศน์วิทยา
: เป็นพืชในเอเชียเขตร้อนถึงออสเตรเลีย ถูกใจขึ้นดังที่เฉอะแฉะ และก็ตามที่นาข้าว
สรรพคุณ : ใบ ตำพอกแก้ปวดแผลอักเสบ ใช้ชำระล้างรอยแผล

13

สมุนไพรแมงกะแซง
แมงกะแซง Ociumum americanum L.
บางถิ่นเรียก แมงกะแซง (ประจวบคีรีขันธ์)
    ไม้ล้มลุก สูง 30-100 ซม. แตกกิ่งก้านสาขา มีกลิ่นหอมหวนแรงเหมือนการบูร ลำต้นและก็กิ่งมีสันตามยา ปกคลุมด้วยขนสั้นๆหรือขนหมดจด ใบ โดดเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปใบหอกถึงรูปรี กว้าง 0.9-2.5 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ หรือหยักมนห่างๆผิวใบมีต่อมเป็นจุดๆอีกทั้งข้างบนรวมทั้งข้างล่าง ไม่มีขน ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อแบบกระจะที่ยอดและที่ปลายกิ่ง เป็นช่อลำพังหรือแตกกิ่งก้านสาขา ยาว 7-15 ซม. ริ้วเสริมแต่งรูปใบหอกแกมรี ยาว 2-3(-5) มม. ปลายแหลม มีขน ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงสีเขียว เชื่อมกันเป็นหลอดรูประฆัง ยาว 2-2.5 มิลลิเมตร (เมื่อได้ผลยาว 3-4.5 มิลลิเมตร) ปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนแบนกว้างและใหญ่ (เมื่อได้ผลจะโค้งกลับ) ขอบมีขน ปากข้างล่างมีแฉกแหลม 4 แฉก รูปลิ่มกลับแกมรูปใบหอก มีต่อมเป็นตุ่มกลมมีก้านยก [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url] เจออีกทั้งภายในแล้วก็ภายนอก ภายในปกคลุมด้วยขนยาวและนุ่ม ด้านนอกมีขนสีขาว กลีบสีขาวเชื่อมชิดกันเป็นหลอด ยาว 4-6 มิลลิเมตร หมดจด หรือมีขนสั้นๆปลายหลอดแยกเป็นปาก ปากบนตัด มีหยัก 4 หยัก ขนาดแทบเสมอกัน ปากข้างล่างยาว ขอบเรียบโค้งลง เกสรเพศผู้ 4 อัน เรียงเป็น 2 คู่ ก้านเกสรเล็ก ยาวพ้นปากหลอด เกสรคู่บนมีติ่งใกล้โคนก้านเกสร เกสรเพศเมียมี 1 อัน ก้านเกสรสีชมพู ผล ขนาดเล็ก รูปรีแคบ ยาว 1.2 มม. สีดำ มีจุดใสๆเมื่อนำไปแช่น้ำจะมีวุ้นหุ้มห่อรอบเมล็ด

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นจากที่รกร้าง พบที่ จังหวัดประจวบฯ
สรรพคุณ : อีกทั้งต้น ชาวบ้านประยุกต์ใช้เพื่อไล่ยุงแล้วก็แมลง

14

สมุนไพรกะทัง
กะทัง Litsea monopetala Pers.
บางถิ่นเรียก กะทัง (ภาคใต้) พอครั้ง (นครศรีธรรมราช) โพหน่วย มุหมู (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) เมาะโม (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ยุ๊กเยา (แพร่) สะหมี่ (ชัยภูมิ) หมี (เมืองจันท์) หมีตุ้ม หมีโป้ง (เชียงใหม่) อีเหม็น (ภาคเหนือ)
       [url=http://www.disthai.com/]สมุนไพร[/url][/url] ไม้ใหญ่ ขนาดเล็ก หรือ ไม้พุ่ม สูง 6-13 มัธยม กิ่งค่อนข้างใหญ่ มีขน ใบ ผู้เดียว ออกเรียงสลับ รูปขอบขนานแคบ รูปไข่ หรือ รูปไข่กลับ ขนาดของใบต่างกันมาก มีความยาวตั้งแต่ 5-41 เซนติเมตร ปลายใบมน กลม หรือเป็นติ่งแหลม โคนใบแหลม กลม หรือเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ ด้านบนหมดจดเป็นมัน ด้านล่างมีขน ใบแห้งเป็นสีน้ำตาล เส้นใบมี 5-10 คู่ เส้นใบย่อยมองเห็นชัดทางด้านล่างของใบ ก้านใบยาว 1.2-2.5 ซม. ดอก สีเหลืองอมเขียว ออกตามง่ามใบเป็นช่อกลุ่มแบบซี่ร่ม ช่อหนึ่งมีโดยประมาณ 5-6 ดอก ก้านช่อสั้น มีใบเสริมแต่ง 4-5 ใบ กลีบรวมโคนเชื่อมชิดกัน ปลายแยกเป็น 5-6 กลีบ ขอบกลีบมีขน เกสรเพศผู้มี 9-13 อัน ก้านเกสรมีขน ผล รูปรี หรือ ค่อนข้างกลม ยาว 5-7 มิลลิเมตร มีกลีบรวมเป็นฐานรองรับ เมื่อสุกมีสีน้ำเงินอมดำ ผิววาว

นิเวศน์วิทยา
: พบขึ้นใกล้ลำน้ำ ในป่าเบญจพรรณทั่วๆไป
สรรพคุณ : ต้น เปลือก เป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องร่วงและก็บำรุงธาตุ ผงบดจากเปลือกต้นใช้ตำเป็นยาพอกแก้เมื่อย ฟกช้ำดำเขียว แก้ปวดบาดแผล หรือ กล้ามเนื้อทำงานหนัก รวมทั้งยังใช้พอกขาสัตว์แก้กระดูกเดาะหรือหัก

15

[url=http://www.disthai.com/]สมุนไพรเขือง[/url][/size][/b]
เขือง Leea rubra Blume เขือง (ภาคกลาง)
       ไม้พุ่ม ขนาดเล็กกึ่งไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 3 ม. หูใบเป็นปีกแคบๆกว้าง 0.3-0.5 เซนติเมตร ยาว 2-4 ซม. ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก 2 ถึง 4 ชั้น ใบย่อยมีหลายชิ้น ศูนย์กลางใบ ยาวประมาณ 5-2.5 เซนติเมตร ใบย่อยรูปไข่ ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 1.5-4 ซม. ยาว 4-8 เซนติเมตร ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลมสั้นๆโคนใบกลมถึงแหลม ขอบของใบจักมนๆถึงจะแบบฟันเลื่อยตื้นๆเนื้อใบบางรวมทั้งเหนียวเหมือนแผ่นกระดาษ สะอาด หรืออาจจะมีขนนิดหน่อยตามเส้นใบ เส้นใบมี 5-10 คู่ อาจมีขนน้อย ก้านใบย่อยยาว 2-5 มม. มักมีปีก ก้านใบประกอบยาว 2-8 ซม. สมุนไพร ดอก ออกเป็นช่อแน่น ยาว 8-14 ซม. มีขนสีสนิมปกคลุม ริ้วเสริมแต่งรูปสามเหลี่ยม แลเห็นไม่ชัด ก้านช่อดอกยาว 3-8 ซม. แตกกิ่งก้านสาขามากมายก่ายกอง กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก ยาว 2-2.5 มม. สะอาด กลีบโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว 2-3 มม. ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ยาว 1.5-2.5 มิลลิเมตร เกสรเพศผู้มี 5 อัน ติดอยู่ที่หลอดเกสรเพศผู้ ยาว 1.2-2 มิลลิเมตร รังไข่ 1 อัน มี 4-6 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียยาว 1-2 มิลลิเมตร ผล เส้นผ่าศูนย์กลาง 8-10 มม. สีแดงเข้ม มี 6 เมล็ด

นิเวศน์วิทยา : ขึ้นในป่าดงดิบแล้ง ตามท้องทุ่งแล้วก็ป่าละเมาะทั่วๆไป
สรรพคุณ : ราก ตำเป็นยาพอกโดยผสมกับอาร์เซนิคขาว แก้โรคโรคกุฏฐังรวมทั้งกินน้ำยางจากต้นไปพร้อมเพียงกัน น้ำสุกราก เป็นยาบำรุงธาตุรวมทั้งแก้ปวดท้อง ใบและก็ราก ต้มน้ำดื่มเพื่อช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ต้น ยาชงจากต้นรับประทานแก้บิด ผล รับประทานแก้บิดและแก้โรคกุฏฐัง  เม็ด ผสมกับน้ำเชื่อม กินเป็นยาขับพยาธิ แต่ว่าจะมีลักษณะมึนเมาเล็กน้อย

หน้า: [1] 2 3 ... 8