แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
อื่นๆ / ผู้ชาย แข็งแรง บึกบึน อึด ทน นาน
« เมื่อ: กันยายน 15, 2018, 07:53:21 AM »

เพศชาย แข็งแรง บึกบึน อึด ทน นาน
 มกราคม 10, 2018  kungtep
ถั่งเช่า เพศชาย เป็นเพศที่มร่างกายใหญ่และแข็งแรงกว่าสตรี สิ่งที่ผู้ชายอยากได้มากเป็น สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงล่ำสัน ดูมีพลังกำลัง บึกบึน สมความเป็นผู้ชาย จะเป็นที่สนใจของผู้หญิงแล้วก็ถ้าหากยิ่งมีความแข็ง อึด ทน นาน เมื่อมีเพศสัมพันธ์[url=https://kungtep.com/]ถั่งเช่าทิเบต[/i][/url] ถือว่ายอดเยี่ยมความเป็นชาย อันนี้เป็นความปราถที่นาสูงสุดของเพศชายแล้วก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้หญิง
ถ้าเกิดอยากได้ความอึด แข็ง ทน นาน คลิกมองเคล็ดที่ไม่ลับ

2

พญายอ
พญายอเป็นไม้พุ่งปนเลื้อย เถารวมทั้งใบมีสีเขียวใบไม้ไม่มีหนาม ใบยาวเรียวปลายแหลม ออกตรงกันข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อ อยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบเป็นดอกปลายแยกสีแดงอมส้ม
พญายอขึ้นได้สวยในดินที่บริบูรณ์ แสงแดดปานกลาง พบมากตามป่าในประเทศไทย หรือปลูกกันตามบ้าน ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ ฯลฯไม้ที่ปลูกได้ไม่ยาก ตัดกิ่งออกมาซัก 2-3 คืบ ปักขำให้รากออกมาก็ดีก็ย้ายไปปลูกลงในแปลง รักษาเหมือน พืชไม้ทั่วๆไป
ใบ เป็นยา ให้เก็บขนาดกึ่งกลางที่บริบูรณ์ ไม่แก่หรือเปล่าอ่อนจนถึงเกินไป ใบของพญายอสามารถลดอาการักเสบของหูได้ดิบได้ดี โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย “บิวทานอล” วงศ์สถิต ฉั่วกุล รวมทั้งแผนกได้เรียนรู้พบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น “เฟลโวนนอยต์” ส่วนด้านที่มีการต่อต้านพิษงูยังไม่ชัดเจน แต่ไม่เป็นอันตรายพอที่จะใช้
ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด, บวม, แดง ร้อนแต่ว่าไม่มีไข้) จากแมลงที่เป็นพิษกัดต่อย ดังเช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากมายน้อยตามรอบๆที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำอย่างระมัดระวัง เพิ่มเติมแอลกอฮอล์เพียงพอเปียกยา ตั้งทิ้งเอาไว้ 1 สัปดาห์ หมั่นคนยาทุกเมื่อเชื่อวัน กรองน้ำยา ใช้น้ำ และก็กากทาบบริเวณที่เจ็บปวดบวม หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
พญายอ หรือ เสมหะพังพอน ด้วยเหตุว่าเสลดพังพอนมีทั้งตัวผู้ละตัวเมีย แม้กระนั้นตัวผู้ไม่นิยมนำมาใช้เนื่องจากว่ามีฤทธิ์อ่อน และก็เพื่อไม่ให้งงจึงเรียกเสลดพังพอนตัวเมียว่า "พญายอ" โดยมากเอามาทำเป็นยาสมุนไพรไทยจัดอยู่ในกลุ่มพืชถอนพิษ  “พญายอ” เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นยาใช้ภายนอกรักษาด้านนอก มีสรรพคุณบรรเทาการอักเสบของผิวหนังได้ดี  มีฤทธิ์ลดการอักเสบ มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส
คุณลักษณะของผงพญายอสำหรับการบำรุงผิวพรรณ
- ใช้แก้สิวเม็ดผดผื่นคัน ด้วยการนำมาดองกับเหล้า แล้วผสมดินสอพองใช้ทาแก้สิวและเม็ดผดผื่นคัน
- ใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ผสมกับเหล้าใช้เป็นยาแก้ผื่นคัน ไฟลามทุ่ง ผื่นคัน แผลไฟลุกน้ำร้อนลวก
- ใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวก พญายอมีคุณประโยชน์ช่วยดับพิษร้อนเจริญ
- อีกตำราเรียนกล่าวว่านอกจากจะใช้รักษาแผลไฟลุกน้ำร้อนลวกได้แล้ว ยังช่วยรักษาแผลยุ่ยเนื่องมาจากถูกแมงกะพรุนไฟ แผลหมากัด และแผลที่เกิดจากการเช็ดกกรดได้อีกด้วย
- ใช้รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย นำมาพอก จะรู้สึกเย็นๆซึ่งยาจะช่วยดูดน้ำเหลืองได้ดี ทำให้แผลแห้งไว
- ใช้แก้ฝี ด้วยการผสมกับเกลือรวมทั้งเหล้า ใช้พอกบริเวณที่เป็น เปลี่ยนยาทุกเช้าและเย็น
- ใช้เป็นยาขับพิษ ถอนพิษ โดยยิ่งไปกว่านั้นพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ดังเช่นว่า งู ตะขาบ แมงป่อง มด ยุง อื่นๆอีกมากมาย
- พญายอ ใช้รักษาอาการอักเสบ รักษาแผลร้อนในปาก แก้เริม (แผลผิวหนังชนิดเริม) อีสุกอีใส แก้งูสวัด ไฟลามทุ่ง และใช้เป็นยาถอนพิษต่างๆเอาน้ำมาดื่มหรือเอาน้ำมาทาแผลและเอากากพอกบริเวณแผล
- มีฤทธิ์แก้อาการแพ้ ลดการอักเสบ สามารถลดการอักเสบเรื้อรังได้
- มีฤทธิ์ลดความเจ็บปวด ช่วยลดอาการปวด
- มีฤทธิ์ต้านทานไวรัสก้าวหน้าและไม่เป็นพิษต่อเซลล์

กรรมวิธีพอกขัดผิวด้วยผงพญายอ

  • ชำระล้างผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและขัดถูเครื่องแต่งหน้าให้สะอาดก่อนขั้นตอนการขัดพอกผิว
  • ใช้ผสมกับน้ำสะอาด (หรือ ผงสมุนไพรอื่นๆน้ำผึ้ง น้ำนม หรือโยเกิร์ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ)
  • สามารถใช้พอกหรือขัดได้ทั้งผิวหน้าแล้วก็ผิวกาย เป็นประจำ สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง


     - สำหรับผิวหน้า พญายอถ้าเป็นสิวอักเสบ ห้าม ขัดโดยเด็ดขาด ให้ใช้เป็นการพอกผิวแทน เพื่อไม่ให้เชื้อสิวลามไปทั่วใบหน้า และเพื่อไม่ให้เป็นการก่อกวนผิวหน้ามากเกินความจำเป็น พอกทิ้งเอาไว้ประมาณ 15 นาที
     - หากใช้ขัด (สำหรับผู้ที่ไม่เป็นสิว และผิวกาย) ให้ขัดให้เบามือที่สุด โดยประมาณเพียงแค่ลูบคลำมานะจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย ห้ามกดแรงลงบนนิ้วขณะขัด และก็ให้ขัดแค่ 5 นาทีก็เพียงพอที่สารสำคัญจะออกฤทธิ์แล้ว เมื่อครบ 5 นาทีให้พอกทิ้งเอาไว้จนกระทั่งแห้ง (บางทีอาจใช้ระยะเวลาพอกทิ้งไว้โดยประมาณ 15 นาที)

  • พญายอ ภายหลังจากแห้งแล้ว ให้ทำความสะอาดโดยการล้างด้วยน้ำธรรมดา (ไม่สมควรใช้น้ำอุ่น) ล้างแบบค่อยที่สุดหรือให้เปิดฝักบัวเบาๆแล้วก็ปลดปล่อยให้น้ำรดผ่านผิวไปสัก 2-3 นาที แล้วก็ใช้ฝ่ามือคลำให้ค่อยที่สุด โดยใช้หลักการล้างเดียวกับการขัดหน้าเป็นพยายามจะไม่ให้นิ้วโดนผิวหน้าเลย
  • ล้างหน้าล้างตาเสร็จแล้ว ดูดซึมหน้าให้แห้ง


Tip  เพื่อการบำรุงที่มากขึ้น เมื่อพอกหรือขัดผิวด้วยผงสมุนไพรแล้ว ให้เอาน้ำผึ้งผสมน้ำธรรมดาในอัตราส่วน 1 ช้อนชาเท่ากัน ทาให้ทั่วผิวหน้า แล้วนวดวนเบาๆทั่วบริเวณใบหน้าสักบางส่วน ทิ้งน้ำผึ้งไว้ 10 นาที ก็ล้างออก เพื่อเป็นการคืนความชุ่มชื่นให้แก่ผิว อีกทั้งช่วยให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระจ่างใส มองอ่อนกว่าวัยยิ่งขึ้น http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรเสลดพังพอน (พญายอ)

3
อื่นๆ / รู้จัก พญายอ สมุนไพรฆ่าเชื้อไวรัส
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2018, 06:51:20 PM »

พญายอ
พญายอเป็นไม้พุ่งแกมเลื้อย เถาและใบมีสีเขียวใบไม้ไม่มีหนาม ใบยาวเรียวปลายแหลม ออกตรงข้ามเป็นคู่ ดอกออกเป็นช่อ อยู่ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 3-6 ดอก กลีบดอกเป็นดอกปลายแยกสีแดงอมส้ม
พญายอขึ้นได้งามในดินที่สมบูรณ์ แสงแดดปานกลาง พบได้ทั่วไปตามป่าในประเทศไทย หรือปลูกกันตามบ้าน ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ตัดกิ่งออกมาซัก 2-3 คืบ ปักขำให้รากออกมาดีแล้วก็ย้ายไปปลูกในแปลง ดูแลรักษาเหมือน พืชไม้ทั่วไป
ใบ เป็นยา ให้เก็บขนาดกลางที่สมบูรณ์ ไม่แก่หรือไม่อ่อนจนเกินไป ใบของพญายอสามารถลดอาการักเสบของหูได้ดี โดยเฉพาะส่วนที่สกัดด้วยสารละลาย “บิวทานอล” วงศ์สถิต ฉั่วกุล และคณะได้ศึกษาพบว่าสารสำคัญตัวหนึ่งเป็น “เฟลโวนนอยต์” ส่วนด้านที่มีการต้านพิษงูยังไม่ชัดเจน แต่ปลอดภัยพอที่จะใช้
ใบพญายอรักษาอาการอักเสบเฉพาะที่ (ปวด, บวม, แดง ร้อนแต่ไม่มีไข้) จากแมลงที่มีพิษกัดต่อย เช่น ตะขาบ แมงป่อง ผึ้ง ต่อ แตน รักษาโดยการเอาใบสดจากพญายอนี้มาสัก 10-15 ใบ (มากน้อยตามบริเวณที่เป็น) ล้างให้สะอาด ใส่ลงในครกตำยา ตำให้ละเอียด เติมแอลกอฮอล์พอชุ่มยา ตั้งทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ หมั่นคนยาทุกวัน กรองน้ำยา ใช้น้ำ และกากทาบบริเวณที่เจ็บปวดบวม หรือที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย
ข้อมูลจากงานวิจัยระบุว่า สารสกัดจากใบพญายอ สามารถฆ่าเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส งูสวัด (varicella zoster virus) ทั้งภายในและภายนอกเซลล์ คือ ยับยั้งไวรัสโดยตรง และยับยั้งการเพิ่มจำนสวนของไวรัส
ผู้ป่วยโรคเริมบริเวณอวัยยะสืบพันธุ์ที่ติดเชื้อครั้งแรกและติดเชื้อซ้ำ เมื่อรักษาโดยทาแผลของผู้ป่วยด้วยครีมพญายอ (5%) เปรียบเทียบกับยามาตรฐาน acyclovir พบว่า แผลของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาจากสารสกัดใบพญายอและ acyclovir จะตกสะเก็ดภายในวันที่ 3 และหายภายในวันที่ 7 แสดงว่าครีมพญายอและครีม acyclovir มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยโรคเริมบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ให้หายได้เร็วพอกัน แต่ครีมพญายอ ไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง ในขณะที่ครีมทำให้แสบและราคาแพง
ผู้ป่วยโรคงูสวัด เมื่อรักษาโดยทาแผลด้วยครีมพญายอ (5%) วันละ 5 ครั้งทุกวัน ปรากฎว่าแผลจะตกสะเก็ดภายใน 1-3 วัน และหายภายใน 7-10 วัน พบว่าผู้ป่วยจะหายเร็วกว่าการใช้ยาชนิดอื่น และไม่พบอาการข้างเคียงใดๆ จากการใช้สารสกัดใบพญายอ
เห็นได้ชัดว่า สมุนไพรไทย พญายอ มีสรรพคุณมากมาย อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้สมุนไพร คุณผู้อื่นต้องศึกษาให้ละเอียด
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
รากของพญาปล้องทอง ประกอบด้วยสาร Lupeol, B-Sitosterol, Stigmasterol และมีการทดลองพบว่าสารสกัดด้วยสารละลายบิวทานอล (butanol) จากใบของพญาปล้องทอง มีสารประกอบฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) สามารถระงับอาการอักเสบได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้มีการผลิต ครีมพญายอ ขึ้นเพื่อนำมารักษาผู้ป่วยโรคงูสวัดได้ ทำให้แผลตกสะเก็ดหายเร็ว ลดอาการปวดได้ดี และไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ครีมพญายอ จึงไม่ทำให้เกิดอาการแสบระคายเคือง มีการนำมาออกจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง 1-3 เมตร มีลำต้นและกิ่งก้านสีเขียวเข้ม ใบเป็นใบเลี้ยงเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน รูปรีแคบขอบขนานกว้าง 1-3 ซม. ยาว 4-12 ซม. ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีแดงส้ม มีเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียยาวโผล่พ้นหลอดออกมา ปลายแยกเป็น 2 ปาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่ค่อยออกดอก ส่วนมากขึ้นตามป่า หรือปลูกกันตามบ้าน ดังนั้นการขยายพันธุ์จึงทำได้โดยการปักชำหรือ การแยกเหง้าแขนงไปปลูก
วิธีการปลูก
การปลูกพญายอ ส่วนใหญ่ใช้กิ่งปักชำโดยเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ปราศจากโรค ไม่แก่ หรือไม่อ่อนเกินไป ตัดกิ่งพันธุ์ให้มีความยาว 6-8 นิ้ว และมีตาบนกิ่งประมาณ 1-3 ตา ให้มีใบเหลืออยู่ที่ปลายยอด ประมาณ 1/3 ของกิ่ง ทาปูนแดงบริเวณรอยตัดของต้นตอ และกิ่งพันธุ์เพื่อป้องกันเชื้อรา ปักชำลงในถุงที่มีวัสดุปักชำเป็นดินร่วนปนทราย จะช่วยให้อัตราการออกรากของกิ่งชำสูง คุณภาพของรากดี และสะดวกในการขุดย้ายต้นไปปลูก โดยปักชำกิ่งลงในวัสดุปลูกลึกประมาณ 3 นิ้ว เอียง 45 องศา รดน้ำให้ชุ่มและรักษาความชื้นให้เพียงพอ โดยกิ่งชำไม่ควรถูกแสงแดดโดยตรง และควรดูแลความชื้นในอากาศ กิ่งปักชำจะออกรากภายใน 3-4 สัปดาห์ เมื่อกิ่งชำที่มีอายุ 3-4 สัปดาห์ ที่ชำไว้ในแปลงชำหรือในถุงชำ โดยใช้ช้อนขุดหรือเสียมแซะกิ่งชำลงปลูกในหลุมปลูกที่เตรียมไว้ 1 ต้นต่อหลุม กลบดิน และกดดินที่โคนให้แน่น รดน้ำหลังจากปลูกทันที
การเก็บ เก็บใบขนาดกลาง ไม่แก่หรืออ่อนจนเกินไป การเก็บเกี่ยวให้ใช้วิธีการตัดต้นเหนือระดับผิวดินประมาณ 10 ซม. หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว ต้นตอเดิมยังงอกแตกแขนงเติบโตได้อีก และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไปได้
การดูแลรักษา ควรให้น้ำในระยะ 1-2 เดือนแรก ควรรดน้ำทุกวัน ถ้าแดดจัดควรรดน้ำเช้า-เย็น เมื่ออายุ 2 เดือนขึ้นไปแล้วอาจให้น้ำวันเว้นวัน ในฤดูฝนถ้ามีฝนตกอาจจะไม่ต้องให้น้ำ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินอุดมสมบูรณ์ ชอบดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ไม่ชอบดินลูกรังหรือดินเหนียว ชอบอากาศร้อนชื้น ขึ้นได้ดีทั้งที่มีแดดและที่ร่ม
ลักษณะใบพญาปล้องทอง
ส่วนที่นำมาใช้ ใช้ได้ทั้งใบ และราก
ใบ

  • นำมารักษาอาการอักเสบ ถอนพิษ รักษาแผลร้อนในในปาก เริม งูสวัด ให้ใช้ใบสด 10-20 ใบ นำมาตำผสมกับเหล้าหรือ น้ำมะนาว คั้นเอาน้ำดื่มหรือเอาน้ำทาแผลและเอากากพอกแผล
  • นำมาทาบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อยเป็นผื่นคัน ให้ใช้ใบสด 5-10 ใบ ตำขยี้ทาบริเวณที่เป็นแผลที่แพ้ จะยุบหายได้ผลดี
  • นำมาแก้แผลน้ำร้อนลวก ให้ใช้ใบตำเคี่ยวกับน้ำมะพร้าวหรือน้ำมันงา เอากากพอกแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกหรือไฟไหม้ แผลจะแห้ง หรือ นำใบมาตำให้ละเอียดผสมกับสุรา มีสรรพคุณดับพิษร้อนได้ดี


รากพญายอ
ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ ขับระดู แก้ปวดเมื่อยบั้นเอว
http://www.disthai.com/

4

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เติบโตในแถบอินเดีย แอฟริกา รวมทั้งเอเซียอาคเนย์ ใบแล้วก็ลำต้นนำมาใช้เป็นยารักษาโรคตามหมอแผนโบราณของประเทศอินเดียแล้วก็จีนมาอย่างยาวนาน ใช้รักษาหลายโรค ได้แก่ โรคซิฟิลิส โรคหอบหืด หรือโรคสะเก็ดเงิน และยังนำมาทำครัวได้อีกด้วย
ใบบัวบก
ใบบัวบกประกอบด้วยสารออกฤทธิ์หลักที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพทางด้านร่างกายอยู่หลากหลายประเภท ดังเช่น ซาโปนิน (Saponin) หรือไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) ทวีปเอเชียติวัวไซด์ (Asiaticoside) กรดทวีปเอเชียติก (Asiatic Acid) มาเดแคสโซไซด์ (Madecassoside) และกรดมาดีค้างสสิค (Madecassic Acid) จึงทำให้ประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ โดยมั่นใจว่ามีคุณประโยชน์หลายสิ่งหลายอย่าง ได้แก่ บรรเทาอาการอักเสบ แม้ใช้กินอาจมีคุณสมบัติช่วยลดระดับความดันโลหิตในเส้นเลือดดำ และนำมาใช้รักษาโรคหรืออาการที่เกิดจากการตำหนิดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตต่างๆเป็นต้นว่า ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ การต่อว่าดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ โรคงูสวัด โรคเรื้อน อหิวาต์ โรคบิด โรคเท้าช้าง วัณโรค โรคพยาธิใบไม้ในเลือด ฯลฯ นอกเหนือจากนั้น ยังมีความเห็นกันว่าถ้าหากใช้ใบบัวบกทาที่ผิวหนังอาจช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสมานบาดแผล ลดเลือนรอยแผลเป็น รวมถึงปัญหาท้องลายที่เป็นผลมาจากการมีครรภ์ แม้กระนั้นข้อรับรองหรือหลักฐานทางด้านการแพทย์มีมากมายน้อยมีมากน้อยแค่ไหนที่จะช่วยยืนยันความเชื่อถือ สรรพคุณ แล้วก็ความปลอดภัยของใบบัวบกสำหรับการรักษาโรคกลุ่มนี้
การดูแลรักษาด้วยใบบัวบกที่อาจเห็นผล
เส้นโลหิตขอด มีการเล่าเรียนชิ้นหนึ่งกล่าวว่าใบบัวบกอาจมีส่วนช่วยบำรุงรักษารวมทั้งสร้างสมดุลสำหรับเพื่อการเจริญวัยของเยื่อเกี่ยวข้อง (Connective Tissues) เพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นเลือด มีผลต่อความดันในเส้นเลือดฝอยและเส้นเลือดขอด ลดอัตราการกรองของเส้นเลือดฝอยโดยปรับปรุงแก้ไขการไหลเวียนของเลือด นอกเหนือจากนี้ ยังมีการศึกษาเล่าเรียนโดยการทบทวนงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยที่เกี่ยว 8 ชิ้นเกี่ยวกับการดูแลและรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบกในผู้เจ็บป่วยที่มีปัญหาเส้นเลือดขอดเรื้อรัง พบว่าอาการปวดขา ขาหนัก แล้วก็อาการบวมน้ำทุเลาลงอย่างเป็นจริงเป็นจัง แม้สารสกัดจากใบบัวบกบางทีอาจช่วยทุเลาอาการคนป่วยเส้นเลือดขอดเรื้อรังลงได้ แต่ว่าจากการวิจัยกล่าวว่าบทสรุปข้างต้นจำเป็นต้องตีความด้วยความระแวดระวังเนื่องจากความจำกัดต่างๆของงานศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งยังจำเป็นจะต้องเรียนเพิ่มเพื่อหาหลักฐานที่มีความถูกต้องแล้วก็มีคุณภาพมากพอสำหรับเพื่อการประเมินสมรรถนะการรักษาโดยใช้สารสกัดจากใบบัวบก
การรักษาด้วยใบบัวบกที่เป็นไปได้ แต่ว่ายังมีหลักฐานช่วยเหลือไม่พอ
โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ใบบัวบกอาจช่วยสำหรับเพื่อการลดปริมาณไขมันในเส้นโลหิตได้ จากการเรียนชิ้นหนึ่งโดยให้อาสาสมัครโรคเส้นโลหิตแดงแข็งที่ไม่แสดงอาการกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกเป็นเวลา 6 เดือน แล้วก็อีกกลุ่มไม่รับประทาน แล้วตรวจค้นความหนาแน่นของไขมันหรือพลัค (Plagues) ที่เกาะอยู่ตามเยื่อบุของเส้นโลหิต พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลของอาสาสมัครทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความต่างกัน แต่ในกรุ๊ปที่ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกพบว่า อนุมูลอิสระในเลือดลดลง ปริมาณไขมันหรือพลัคที่เส้นเลือดแดงใหญ่ที่คอรวมทั้งขาลดลง รวมถึงลักษณะของพลัคอีกทั้งความดกและก็ความยาวก็ลดลงด้วยเหมือนกัน ทั้งยังยังไม่เจออาการที่ไม่พึงประสงค์ สามารถทนต่ออาการใกล้กันได้ แล้วก็มีการบันทึกผลของการตรวจเลือดเป็นประจำ เพราะว่าหลักฐานส่งเสริมคุณสมบัติของใบบัวบกต่อโรคเส้นเลือดแดงแข็งยังไม่เพียงพอ จึงควรต้องศึกษาต่อไป
คุ้มครองลิ่มเลือด การกินใบบัวบกอาจช่วยคุ้มครองป้องกันการเกิดลิ่มเลือดที่ขาซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการโดยสารเครื่องบินเป็นเวลานาน จากหลักฐานที่ได้รับการพัฒนาเสนอแนะว่าใบบัวบกบางทีอาจช่วยลดของเหลวและเพิ่มการไหลเวียนเลือดในคนที่ขึ้นรถเครื่องบินติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง อย่างไรก็แล้วแต่ ยังไม่เป็นที่กระจ่างว่าการเรียนชิ้นนี้จะเป็นการลดการสั่งสมของลิ่มเลือด เนื่องด้วยหลักฐานส่งเสริมคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการป้องกันลิ่มเลือดยังไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องศึกษาต่อไป
กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ในผู้เจ็บป่วยโรคเบาหวาน งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยหนึ่งให้คนไข้เบาหวานที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือดฝอยปริมาณ 50 คน รับประทานสารสกัดจากใบบัวบกซึ่งมีสารสามเทอร์พีนอยด์เป็นส่วนสำคัญ ขนาด 60 มก. 2 ครั้งต่อวันเป็นเวลา 6 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่รับประทานยาหลอก พบว่าสารสามเทอร์พีนอยด์ของใบบัวบกเป็นประโยชน์ต่อการไหลเวียนเลือดในเส้นเลือดฝอยของคนไข้เบาหวาน แต่ว่าหลักฐานส่งเสริมคุณลักษณะของใบบัวบกต่อการไหลเวียนของโลหิตยังไม่พอ ก็เลยจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
แผลโรคเบาหวาน มีการทำการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสมรรถนะและผลกระทบของการกินสารสกัดจากใบบัวบกต่อแผลโรคเบาหวาน โดยแบ่งคนเจ็บเบาหวานปริมาณ 200 คนออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกรุ๊ปหนึ่งกินสารเอเชียว่ากล่าววัวไซด์ซึ่งเป็นสกัดจากใบบัวบกขนาด 50 มิลลิกรัม แล้วก็อีกกรุ๊ปรับประทานยาหลอกปริมาณ 2 แคปซูลหลังมื้ออาหารวันละ 3 ครั้ง และก็มีการให้คะแนนทุก 7 วัน พบว่าแผลของผู้ป่วยที่กินสารสกัดจากใบบัวบกมีการหดรั้ง (Wound Contraction) ที่ดีมากกว่าและไม่เจอผลกระทบ หรือพูดได้ว่าสารสกัดจากใบบัวบกอาจมีประสิทธิภาพในการรักษาแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และก็สามารถใช้ได้โดยสวัสดิภาพโดยไม่เกิดผลข้างเคียง แม้กระนั้นเนื่องจากหลักฐานส่งเสริมคุณสมบัติของใบบัวบกต่อการรักษาแผลโรคเบาหวานยังไม่เพียงพอ จึงจะต้องศึกษาต่อไป
แผลเป็น สารออกฤทธิ์ของใบบัวบก อย่างเช่น เอเชียติเตียนโคไซด์ กรดเอเชียว่ากล่าวก มาเดแคสโซไซด์ และกรดมาดีค้างสสิค เป็นสารช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกายและก็อาจมีประสิทธิภาพสำหรับในการรักษาแผลต่างๆทั้งแผลขนาดเล็ก แผลไฟไหม้ แผลเป็นจากโรคสะเก็ดเงินหรือโรคหนังแข็ง รวมทั้งรอยแผลแบบนูน ซึ่งจากงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยชิ้นหนึ่งได้ชี้แนะว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบกบริเวณผิวหนังภายหลังเย็บแผลแล้ว 2 ครั้งต่อวัน สม่ำเสมอนาน 6-8 สัปดาห์ อาจช่วยลดการเกิดแผลได้ รวมทั้งแผลเป็นแบบนูนหรือคีลอยด์ แต่ด้วยเหตุว่าหลักฐานช่วยเหลือคุณสมบัติของใบบัวบกต่อแผลยังน้อยเกินไป จึงจำเป็นจะต้องศึกษาต่อไป
ท้องลาย จากการมีครรภ์ ได้มีงานค้นคว้าชี้แนะให้คนที่กำลังตั้งท้องทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี รวมทั้งคอลลาเจน บ่อยๆทุกๆวันในช่วง 6 เดือนสุดท้ายก่อนที่จะมีการคลอด ซึ่งอาจช่วยปัญหารอยแตกได้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีการทดสอบโดยให้หญิงตั้งครรภ์จำนวน 100 คน ทาครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบบัวบก วิตามินอี แล้วก็คอลลาเจน-อีลาสติน ไฮโดรไลเซท ทาบริเวณผิวหนังที่มีรอยแตกเปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่าการทาครีมที่มีส่วนผสมของใบบัวบกอาจทำให้กำเนิดรอยแตกหรือท้องลายน้อยกว่าในกรุ๊ปที่ใช้ยาหลอก แม้กระนั้นเนื่องมาจากหลักฐานเกื้อหนุนคุณลักษณะของใบบัวบกต่อรอยแตกหรือท้องลายยังไม่แน่นอน จึงจำเป็นต้องศึกษาต่อไป
ลดความกังวลใจ การดูแลรักษาแบบแพทย์แผนจีนมีการนำใบบัวบกมาใช้เพื่อบรรเทาอาการเศร้าหมองรวมทั้งความรู้สึกวิตกกังวล ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนทดลองชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับความสามารถของใบบัวบกสำหรับเพื่อการลดความไม่ค่อยสบายใจ โดยสุ่มให้อาสาสมัครรับประทานใบบัวบกในจำนวน 12 กรัมหรือกินยาหลอก จากผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่าใบบัวบกมีฤทธิ์ต่อต้านความรู้สึกวิตกกังวล ช่วยลดความเครียด แต่ว่ายังคงจำเป็นต้องเรียนเพิ่มอีกถัดไปถึงคุณภาพของใบบัวบกในการรักษาโรคตื่นตระหนก
โรคแล้วก็อาการอื่นๆเช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นลมแดด การตำหนิดเชื้อฟุตบาทเยี่ยว โรคตับอักเสบ โรคดีซ่าน ท้องเสีย ของกินไม่ย่อย ซึ่งยังจึงควรศึกษาวิจัยหาความสามารถและก็ความปลอดภัยสำหรับในการรักษาต่อไป

ความปลอดภัยสำหรับในการรับประทานใบบัวบก
 การใช้สารสกัดจากใบบัวบกทาบริเวณผิวหนังอาจมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ว่าการกินใบบัวบกอาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก คนที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคนที่อยู่ในตอนให้นมบุตร เพราะยังไม่มีหลักฐานด้านการแพทย์พอเพียงที่จะสนับสนุนถึงเรื่องความปลอดภัยทั้งยังต่อเด็ก มารดา หรือลูกในท้อง
การกินใบบัวบกบางทีอาจเป็นต้นเหตุให้กำเนิดความเสียหายต่อตับ โดยเหตุนี้ผู้ที่เป็นโรคตับหรือมีปัญหาเกี่ยวกับตับไม่ควรกินใบบัวบก เนื่องจากอาจจะส่งผลให้อาการต่างๆแย่ลงได้ รวมทั้งไม่สมควรรับประทานใบบัวบกร่วมกับยาที่มีผลต่อตับในกลุ่มพวกนี้ เช่น พาราเซตามอล อะไม่โอดาโรน คาร์บามาซีตะกาย ไอโซไนอะสิด ซิมวาสแตติเตียนน เป็นต้น
การกินใบบัวบกในจำนวนมากอาจจะเป็นผลให้รู้สึกง่วงนอนได้มากกว่าปกติ หรือถ้าหากกินร่วมกับยานอนหลับหรือยาความกลุ้มอกกลุ้มใจลดลง อย่างเช่น โคลนาซีแพม ลอราซีแพม ฟิโนบาร์บิทอล รวมทั้งโซลพิเดม
ควรจะหยุดรับประทานใบบัวบกอย่างต่ำ 2 อาทิตย์สำหรับคนที่คิดแผนเข้ารับการผ่าตัด เพราะว่าบางทีอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่ใช้สำหรับในการผ่าตัดแล้วก็อาจก่อให้รู้สึกง่วงหงาวหาวนอนได้มากขึ้น
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินใบบัวบก ถ้าหากอยู่ในช่วงการใช้ยาหรืออาหารเสริมประเภทอื่นๆอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าอาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ปรารถนาถ้าเกิดกินใบบัวบกในระหว่างการรักษาของคนป่วยโรควิตกกังวล คนป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่หรูหราคอเลสเตอรอลในเลือดสูง คนเจ็บอัลไซเมอร์ รวมทั้งคนที่ใช้ยานอนหลับหรือยาคลายกังวล แล้วก็คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเหตุว่าอาจก่อให้กดประสาทเยอะขึ้น http://www.disthai.com/

5

บัวบก
ใบบัวบกสมุนไพรจีนโบราณที่ได้ยินชื่อกันมานาน นี่คือ คุณประโยชน์ของใบบัวบกที่ทราบแล้วต้องรักเจ้าสมุนไพรนี้มากกว่าเดิม
          เชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็คงจะเคยทราบกันมานักต่อนักว่าเวลาช้ำในให้ดื่มน้ำใบบัวบก เนื่องจากจะช่วยทำให้หายจากอาการบอบช้ำในเร็วขึ้น แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วเจ้าสมุนไพรที่มีนามว่าใบบัวบก ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนที่ประยุกต์ใช้กันตั้งแต่โบร่ำโบราณนั้นก็ยังมีคุณประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย ทั้งช่วยบำรุงรักษาสุขภาพ รักษาโรค หรือแม้แต่ช่วยบำรุงความงาม ต้องการทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะว่าใบบัวบก สมุนไพรที่เชื้อเชิญให้รู้สึกเหม็นเขียวจะมีคุณประโยชน์อะไรดีๆอีกบ้าง ถ้าอย่างนั้นทดลองไปดูที่เราหยิบมานำเสนอในวันนี้กันดีกว่า บอกได้คำเดียวเลยว่า ทราบแล้วต้องลืมกลิ่นเขียวๆพวกนั้นไปเลยแน่นอน

  • ขจัดปัญหาเส้นโลหิตขอด


          เมื่อเส้นโลหิตสูญเสียความยืดหยุ่นก็ทำให้เส้นเลือดดำเกิดการฉีกขาดและก็ทำให้เลือดไหลออกมาคั่งอยู่บริเวณขา เป็นสาเหตุที่นำไปสู่อาการบวมที่เรียกว่าอาการเส้นโลหิตขอดนั่นเอง โดยมีการเรียนพบว่าการรับประทานใบบัวบก สามารถลดอาการบวมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น โดยในการศึกษาวิจัยนั้นได้ทำการทดสอบกับอาสาสมัครกว่า 90 คน ที่มีลักษณะอาการของเส้นโลหิตขอด รวมทั้งเมื่อกินใบบัวบกเข้าไปและพบว่าอาการเส้นเลือดขอดนั้นดีขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่กินยาหลอก รวมทั้งเมื่อทำการอัลตราซาวด์ก็พบว่าผู้ที่รับประทานใบบัวบกมีการรั่วไหลของหลอดโลหิตดำต่ำลงค่ะ

  • สมานแผลรวมทั้งรักษาโรคผิวหนังบางประเภท


          หนึ่งในสารสำคัญที่นำมาซึ่งการทำให้ใบบัวบกเปลี่ยนเป็นสมุนไพรที่มากคุณประโยชน์ก็คือสารตรีเตอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ที่มีการเรียนรู้กับสัตว์แล้วพบว่าสามารถช่วยสมานบาดแผลได้ โน่นก็เป็นด้วยเหตุว่าสารดังที่กล่าวมาข้างต้นจะปฏิบัติหน้าที่สำหรับในการเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระให้กับบาดแผล และก็ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณรอยแผลมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รอยแผลเบาๆหายในช่วงเวลาที่ลดลง อีกทั้งสารจากใบบัวบกก็ยังช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นได้อีกด้วย วิธีใช้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำใบบัวบกมาตำแล้วพอกให้ยาก เนื่องจากว่าเดี๋ยวนี้มีแบบที่เป็นครีมผสมสารสกัดไว้ทาโดยยิ่งไปกว่านั้น แค่เพียงเลือกให้เหมาะสมกับประเภทรอยแผลก็ช่วยได้มากเลยล่ะ

  • ระบายความร้อน


          ความร้อนภายในร่างกายหากสูงมากจนเกินไปอาจจะก่อให้ร่างกายเกิดลักษณะของการมีไข้ ตัวร้อน อยากกินน้ำ ตลอดจนการอักเสบ ฉะนั้นการกินใบบัวบกที่มีฤทธิ์เย็น ก็เลยสามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ ทั้งยังยังช่วยขับพิษร้อนออกจากร่างกายได้อีกด้วย

  • ขับพิษร้อน รวมทั้งความชุ่มชื้น


          โรคต่างๆที่เกิดจากความร้อนแล้วก็ความชุ่มชื้น เป็นต้นว่า โรคดีซ่าน นิ่วในทางเดินฉี่ หรือโรคบิด สามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานใบบัวบก เพราะใบบัวบกนั้นมีฤทธิ์ขมเย็น สามารถช่วยสลายความชุ่มชื้นภายในร่างกายแล้วก็ขับความร้อนออกมาได้ แต่ก็ควรจะกินในจำนวนที่สมควร เนื่องจากถ้าหากกินมากมายๆอาจจะส่งผลให้ร่างกายเย็นจนถึงเหลือเกินและเป็นโทษได้
สรรพคุณใบบัวบก ประโยชน์เลอค่า

  • ลดความกระวนกระวายใจ ช่วยให้จิตใจสงบ


          สารไตรเตอร์ปินอยด์ (Triterpenoids) ซึ่งเป็นสารที่อยู่ในใบบัวบกนั้น นอกจากจะช่วยสำหรับในการรักษาแผลและก็รักษาโรคผิวหนังบางจำพวกได้และจากนั้นก็ยังมีฤทธิ์สำหรับในการลดความกระวายกระวนและก็ช่วยกระตุ้นกลไกลักษณะการทำงานของสมอง โดยมีการเรียนรู้หนึ่งพบว่าผู้ที่รับประทานใบบัวบกมีลัษณะทิศทางที่จะตระหนกตกใจกับเสียงรบกวนน้อยกว่าผู้ที่รับประทานยาหลอก แต่ว่าก็จะต้องใช้ในจำนวนที่สูงมากมาย จึงยังไม่มีการยืนยันกระจ่างว่าควรใช้ปริมาณใดก็เลยจะได้ผลและไม่ส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายตามมาค่ะ

  • รักษาโรคหนังแข็ง


          เหตุเพราะใบบัวบก มีฤทธิ์สำหรับการลดการอักเสบต่างๆภายในร่างกาย จึงสามารถใช้บรรเทาลักษณะของคนเจ็บโรคหนังแข็งได้ โดยมีการเล่าเรียนกับสตรี 13 ผู้ที่มีลักษณะอาการของโรคหนังแข็งพบว่า การใช้ใบบัวบกสามารถลดลักษณะของการปวดตามข้อ และก็ลดการเกิดหนังแข็ง รวมถึงทำให้การเคลื่อนไหวของนิ้วมือเป็นไปในทางที่ แต่ดังนี้ก็จำต้องอยู่ในปริมาณที่หมอควบคุมเพียงแค่นั้น

  • ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ


          ใครที่ชอบนอนไม่หลับเสมอๆลองหาใบบัวบกมารับประทานก็ดีแบบเดียวกันนะ ด้วยเหตุว่าใบบัวบกไม่เฉพาะแต่ช่วยลดความกระวนกระวายใจเพียงแค่นั้น แต่ก็ยังช่วยทำให้จิตใจสงบรวมทั้งบรรเทาลงได้ ทำให้สามารถนอนหลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยแค่เพียงกินเป็นประจำก่อนนอน ก็สามารถที่จะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์เลย
คุณประโยชน์ใบบัวบก ผลดีเลอค่า

  • ลดความดันเลือด


        กรมความก้าวหน้าหมอแผนไทยและการแพทย์หนทาง ได้ออกมาเสนอแนะว่าใบบัวบกเป็นเลิศในสมุนไพรที่ช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะว่าเจ้าใบบัวบกนั้นจะไปทำให้เส้นเลือดดำรวมทั้งเส้นเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดภาวการณ์ความตึงเครียดอันเป็นมูลเหตุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความดันโลหิตสูง ทั้งนี้ขั้นตอนการรับประทานก็ง่ายดายมาก เพียงแค่นำใบบัวบกไปคั้นน้ำแล้วเอามาดื่ม จะนำไปผสมกับน้ำผึ้งสักบางส่วน หรือผสมกับน้ำผลไม้อื่นๆเพื่อลดความเหม็นเขียวก็ทำได้จ้ะ

  • ลดอาการบวม


          อาการบวมช้ำมีสาเหตุจากการที่ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณดังที่กล่าวมาข้างต้นดำเนินงานไม่ปกติเป็นเหตุให้เกิดอาการคั่งของเลือด การกินใบบัวบกไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำคั้นดื่ม หรือแบบที่เป็นสารสกัดแคปซูล สามารถช่วยลดอาการบวมช้ำรอบๆบาดแผลได้ และยังลดอาการอักเสบที่ก่อให้เกิดอาการบวมได้อีกด้วย

  • บำรุงสมอง


          ใบบัวบกเป็นพืชอีกชนิดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยคุ้มครองสารอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์สมอง และก็ช่วยคลายความเหน็ดเหนื่อยของสมอง เพิ่มแนวทางการทำงานของสมองและความจำ แถมยังสามารถลดภาวการณ์เศร้าหมอง แล้วก็สามารถช่วยยับยั้งลักษณะของโรคอัลไซเมอร์ที่เกิดขึ้นในสมองได้
คุณประโยชน์ใบบัวบก ประโยชน์เลอค่า

  • รักษาอาการติดเชื้อ


          ใบบัวบกเป็นสมุนไพรอีกหนึ่งประเภทที่ช่วยรักษาโรคไข้หวัดได้อย่างมีคุณภาพ แถมช่วยรักษาอาการติดเชื้อโรคในทางเดินฉี่ แล้วก็อาการติดโรคแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆได้อีกมากมาย พูดได้ว่าไม่ว่าจะติดเชื้อโรคใดๆ ใบบัวบกสามารถช่วยรักษาได้หมด แต่ทั้งนี้ก็จะต้องใช้ในจำนวนที่เหมาะสม รวมทั้งภายใต้การดูแลของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญนะ

  • บรรเทาอาการเมื่อยล้า


          เว้นแต่รักษาลักษณะการป่วยต่างๆแล้ว ใบบัวบกยังสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลียได้ และก็ถ้าเกิดกินในตอนอากาศร้อนๆด้วยละก็ น้ำใบบัวบกก็สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายรวมทั้งดับกระหายได้เป็นอย่างดีเลยเชียวล่ะ

สรรพคุณใบบัวบก คุณประโยชน์เลอค่า

  • บำรุงผิวพรรณให้อ่อนวัย


          ใบบัวบก เป็นอีกหนึ่งในสมุนไพรเพื่อความสวยงามที่อยู่ใกล้ตัวมากๆที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากใบบัวบกมีสารที่ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนรวมทั้งอิลาสตินในร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น ดูอ่อนวัย นอกนั้นสารต้านอนุมูลอิสระในใบบัวบกก็ยังช่วยยั้งการเกิดริ้วรอยแห่งวัย จึงไม่น่าแปลกเลยล่ะถ้าหากคุณจะได้มองเห็นชื่อของเจ้าใบบัวบกยอดเยี่ยมในส่วนผสมของเครื่องทำให้หมดจดผิว ทั้งนี้ยังสามารถนำใบบัวบกสดๆมาใช้พอกหน้าได้อีกด้วย โดยมีวิธีดังนี้จ้ะ
           - ใบบัวพอกหน้า บำรุงผิวสวยใส ลบรอยตีนกา
วิธีทำ

  • นำใบบัวบกสดมาล้างชำระล้าง และจากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • นำมาปั่นหรือบดกับน้ำที่สะอาด 1 แก้ว
  • นำมาพอกหน้า หรือนำสำลีชุบน้ำใบบัวบกขึ้นมาทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 15 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำเย็น ทำเป็นประจำวันแล้ววันเล่าก่อนนอนจะช่วยให้บริเวณใบหน้ามองอ่อนกว่าวัย
  • กำจัดเซลลูไลท์


          ผู้หญิงที่หนักใจกับเซลลูไลท์ที่เป็นศัตรูความสวยงามของคุณผู้หญิงอยู่ ขอบอกใบบัวบกช่วยคุณได้จ้ะ แค่เพียงรับประทานใบบัวบกเป็นประจำก็จะช่วยให้เซลล์ไขมันเซลลูไลท์ถูกขับออกมาจากร่างกายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดปฏิบัติงานได้ดีขึ้น และลดการอักเสบอันมีสาเหตุจากเซลลูไลท์ได้อีกด้วยล่ะ

  • บำรุงเส้นผมและก็หนังศีรษะ


          หลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับผมร่วงก็คงจะเสาะหาทุกแนวทางเพื่อบำรุงให้เส้นผมและก็หนังหัวแข็งแรงเพื่อที่จะได้มีผมดกดำ ใบบัวบกก็เป็นอีกสมุนไพรหนึ่งที่มีคุณประโยชน์เด่นในด้านนี้ โดยปัญหาผมตกโดยมากก็มีเหตุมาจากรากผมที่อ่อนแอและการไหลเวียนของโลหิตบนหนังศีรษะไม่ดี ซึ่งใบบัวบกนี้มีฤทธิ์สำหรับการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตบริเวณหนังศีรษะ แล้วก็ยังช่วยบำรุงรักษาให้รากผมแข็งแรง คุ้มครองปกป้องผมตกทำให้ผมที่ขึ้นใหม่มีความแข็งแรงและก็ดกดำเงางามได้โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีแต่อย่างใด
          ได้มองเห็นคุณประโยชน์ดีๆของใบบัวบกกันไปแล้วอย่างนี้ คนไหนกันแน่ที่ยังส่ายหน้าให้กับกลิ่นเขียวๆของใบบัวบก ก็น่าจะลองหันกลับมามองดูเสียใหม่ ถึงแม้อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกลิ่นแรงไปเสียหน่อย แม้กระนั้นคุณประโยชน์ที่ได้รับก็ดีแล้วไม่น้อยเลย ถ้าหากไม่ลองเสียดายแย่เลยนะ http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรบัวบก

6

บัวบก
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่เราต่างรู้จักกันดีในฐานะของผักท้องถิ่น นิยมเอามารับประทานกับน้ำพริกหรือเมนูอาหารต่างๆแบบใหม่ๆแล้วก็ยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำใบบัวบกเพื่อดับหิว แก้บอบช้ำใน แล้วก็เพื่อช่วยบำรุงร่างกาย ซึ่งจัดว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ในแถบทวีปเอเชียพวกเรานี้เอง ด้วยคุณค่าที่นานัปการ จึงทำให้มันเป็นยารักษาโรคและตัวช่วยดูแลสุขภาพ ในขณะนี้เริ่มมีการทำวิจัย สกัดสารสำคัญในใบบัวบกประยุกต์ใช้ในการรักษาในรูปของยาแคปซูล และบัวบกผงสำหรับชงดื่มอีกด้วย
ลักษณะของใบบัวบก
บัวบก มีชื่อเรียกทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Centella asiatica อยู่ในตระกูล Umbelliferae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกันกับผักชี ส่วนชื่อท้องถิ่นถูกเรียกในชื่อที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ผักแว่น ผักหนอก รวมทั้งกะโต่ ฯลฯ  ลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นพืชล้มลุก มีกอติดอยู่ที่พื้นดิน ลำต้นจะเลื้อยแพร่กิ่งไม้ไปตามพื้นดินในแนวราบ แก่ยืนยาวได้นานหลายปี การแตกรากรวมทั้งใบจะเกิดขึ้นตามข้อ ลักษณะเป็นใบลำพัง มีรูปร่างเหมือนไต จะออกเป็นกรุ๊ปตามข้อ ขอบใบหยัก มีก้านใบยื่นยาวออกมา ดอกเป็นสีม่วงผสมแดง ผลแบน ออกเป็นดอกคนเดียวหรือช่อขนาดเล็กประมาณ 3-4 ดอก มีเอกลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของกลิ่น และก็รสชาติที่ขมปนหวาน
คุณประโยชน์ของใบบัวบักที่นิยมนำมากิน
พวกเราอาจคุ้นชินว่าบัวบกเป็นพืชสมุนไพรแก้ช้ำในเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้วสมุนไพรจำพวกนี้เป็นประโยชน์สำหรับเพื่อการรักษาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การดูแลรักษาโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเดิน รักษาโรคในกระเพาะอาหาร ช่วยทำนุบำรุงสมอง และช่วยเพิ่มความจำ เป็นต้น การกินใบบัวบกแบบใหม่ๆจะทำให้ร่างกายได้สารสำคัญหลายประเภท ที่พบได้ทั่วไปเป็น "สารไกลโคไซด์" (Glycosides) ซึ่งจัดว่าเป็นสารที่ผลเข้าไปขวางการเกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์รวมทั้งเยื่อต่างๆภายในร่างกาย มีส่วนช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนที่ผิว กระดูก รวมทั้งเอ็น ทำให้แผลสมานตัวเข้าพบกันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
คุณประโยชน์ของใบบัวบก ไม่ว่าจะเป็นการทานฯลฯดิบๆหรือเอามาคั้นเป็นน้ำดื่ม ล้วนมีสรรพคุณทางยาที่ไม่ต่างอะไรกัน
เพราะว่ามีฤทธิ์เป็นยาเย็น จะช่วยลดการเกิดอาการร้อนใน ช่วยลดการเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อม ในกรุ๊ปสตรีที่อยู่ในวัยใกล้หมดเมนส์ ต้องใช้สมองในการทำงานมากๆใบบัวบกจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความจำได้ดี ช่วยลดความเคร่งเครียด ลดการอักเสบที่ผิวหนัง อาการบวมช้ำและก็ร่องรอยแตกต่างจากปกติที่เกิดบนผิวหนัง ยิ่งกว่านั้นผู้ที่บริโภคใบบัวบกข้างหลังการผ่าตัด จะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วขึ้น รวมทั้งลดการติดเชื้อได้
สรรพคุณของบัวบกกับผลที่ได้รับจากการวิจัย
งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยได้เอ่ยถึงบัวบกเอาไว้ว่า เป็นพืชที่มีคุณประโยชน์โดดเด่นในด้านการบำรุงสมองเช่นเดียวกันกับแปะก๊วย ช่วยกระตุ้นสมองสำหรับเพื่อการจดจำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น แล้วก็ช่วยวิวัฒนาการศึกษาทางสมอง แล้วก็ด้วยลักษณะเด่นเหล่านี้ทำให้มันกลายเป็นพืชที่ถูกจดสิทธิบัตรสารสกัดจากบัวบกที่มีหน้าที่่ช่วยเพิ่มความจำ
จากการทดสอบในลูกหนู พบว่ามีความจำและการเล่าเรียนที่ ส่วนในคน มีการทดสอบในเด็กพิเศษ ด้วยการกินบัวบกวันละ 500 มก. ต่อเนื่องกัน 3 เดือน เปรียบเทียบกับกรุ๊ปควบคุม พบว่ามีความรู้ความเข้าใจสำหรับในการทำความเข้าใจที่ดีมากยิ่งกว่า ส่วนในผู้สูงอายุให้ทดลองกินสารสกัดบัวบก 750 มก. ต่อเนื่องกัน 2 เดือน พบว่า อีกทั้งความจำและการเล่าเรียน ทั้งยังยังช่วยลดอารมณ์แปรปรวน ทำให้คนสูงอายุมีอารมณ์เบิกบานเยอะขึ้นเรื่อยๆด้วย ในรายที่เป็นวัยทำงาน ได้ทำทดลองกับเพศหญิงอายุโดยประมาณ 33 ปี กินสารสกัดบัวบก 500 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พบว่าช่วยลดความตึงเครียด ความไม่ค่อยสบายใจ รวมทั้งภาวะซึมเศร้าลงได้
เมื่อเจาะลึกลงไปถึงระดับเซลล์ เจอหลักการทำงานของสารสกัดบัวบกที่ตรงเข้าออกฤทธิ์กับสมอง ช่วยทำให้การหายใจระดับเซลล์ด้านในสมองดำเนินการก้าวหน้าขึ้น มีสารต้านทานอนุมลอิสระ ช่วยสร้างสมดุลสารสื่อประสาท และต่อต้านการเสื่อมสลายของเซลล์สมองได้
การนำใบบัวบกมาใช้บริโภคเพื่อเป็นยา
บัวบกสามารถประยุกต์ใช้เป็นยาได้นานาประการ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของต้นสด เม็ด หรือใบ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบนำมาใช้สูงที่สุด การเลือกใบบัวบกที่ดี ควรเลือกใบที่โตเต็มกำลังและก็บริบูรณ์ นำมาใช้ตากแห้งป่นเป็นผุยผงใส่ลงในแคปซูลประมาณ 500 มิลลิกรัม กินเป็นยาบำรุงร่างกาย
นำเอาใบบัวบกสด 1 กำมือ มาคั้นให้ได้น้ำ หรือตำให้ถี่ถ้วนแล้วผสมกับน้ำ 1 แก้ว คนจนเข้ากันแล้วหลังจากนั้นกรองให้เหลือแค่น้ำ ผสมน้ำตาลหรือเกลือก็ได้ตามชอบ ดื่มทีละ 1 แก้ว ก่อนที่จะกินอาหารอีกทั้ง 3 มื้อ โดยประมาณ 5-7 วัน จะช่วยลดอาการร้อนในและแก้บอบช้ำในได้
กรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคความดันเลือดสูง ให้สามารถดื่มน้ำใบบัวบกทุกวี่วัน ติดต่อกันราวๆ 7 วัน จะช่วยลดระดับความดันให้อยู่ในระดับปกติ
เม็ดของบัวบกที่มีรสขมและก็เย็น นิยมนำมาใช้แก้ไข้ ลดลักษณะของการปวดศีรษะ และก็แก้บิด

ข้อควรปฏิบัติตามสำหรับการใช้ใบบัวบก
ก่อนรับประทานใบบัวบกเพื่อเป็นยา ต้องตรวจทานสุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตนก่อนว่าฐานรากแล้วมีโรคประจำตัวอะไรที่มีความเสี่ยงไหม เนื่องจากว่าสารบางประเภทในใบบัวบก จะเข้าไปทำให้อาการโรคกำเริบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆได้
เพราะว่าบัวบกเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น การรับประทานมากจนเกินความจำเป็นจะทำให้สะสมในร่างกายจนรู้สึกหนาวเยอะขึ้นเรื่อยๆได้
หลบหลีกการกินใบบัวบกติดต่อกันแต่ละวัน หรือกินครั้งละมากๆเมื่อกินติดต่อกันประมาณ 1 อาทิตย์แล้ว ก็ควรหยุดพัก 1 อาทิตย์ และหลังจากนั้นก็ค่อยกลับมากินใหม่
สำหรับกินใบบัวบกสดๆต่อเนื่องกันวันแล้ววันเล่า ควรกินในรูปร่างประมาณวันละ 3-6 ใบ ไม่ควรเกินไปกว่านี้
ถ้าร่างกายมีลักษณะอาการอ่อนแรง วิงเวียน ใจสั่น หรือหัวใจเต้นไม่ปกติ รู้สึกคันตามผิวหนัง ท้องเสีย ภายหลังจากการกิน ควรจะหยุดกินในทันทีรวมทั้งรีบเข้าหาหมออย่างเร่งด่วน
ในกลุ่มของผู้คนที่จะต้องกินยาแก้แพ้ ยานอนหลับ หรือยากันชัก ไม่สมควรกินใบบัวบก ด้วยเหตุว่าจะยิ่งไปเพิ่มฤทธิ์ให้รู้สึกง่วงซึมเพิ่มมากขึ้น
ใบบัวบกคือพืชสมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายทั่วไปตามท้องตลาด แพงถูก แม้กระนั้นจำนวนมากด้วยสรรพคุณทางยา ที่จะเป็นทางเลือกสำหรับในการรักษาโรคต่างๆและใช้สำหรับบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ http://www.disthai.com/

7

บัวบก
บัวบก ชื่อสามัญ Gotu kola
บัวบก ชื่อวิทยาศาสตร์ Centella asiatica (L.) Urb. จัดอยู่ในสกุลผักชี (APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE)
สมุนไพรบัวบก มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า ผักหนอก (ภาคเหนือ), ผักแว่น (ภาคใต้), กะโต่ เป็นต้น จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชีย เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีกลิ่นแรง มีรสขมหวาน
เมื่อกล่าวถึงบัวบก สมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาทีไร ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงคิดไปว่ามันเพียงแค่ช่วยแก้อาการช้ำในเฉยๆ(ส่วนอาการอกหักนี้ไม่เกี่ยวกันนะ) แต่อันที่จริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณมากมาย เพราะว่าได้รับการกล่าวขานเกี่ยวการดูแลรักษาโรคได้หลายแบบ อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเดิน อาการท้องอืด แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนแรงของสมอง
ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายแบบ เป็นต้นว่า บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต่อต้านการอักเสบ รวมทั้งยังมีกรดมาดิแคสสิค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และกรดอะมิโน ดังเช่น แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสหนดิน เป็นต้น
ใบบัวบกเหมาะสำหรับผู้ที่ขี้ร้อน มีภาวการณ์เข้มแข็ง หรือมีความร้อนชื้น ด้วยเหตุว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น
บัวบกคุณประโยชน์ของใบบัวบกประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากใบบัวบก
ประโยชน์ของใบบัวบก
บัวบกเป็นพืชที่มีแคลเซียมในระดับปานกลางถึงสูง แต่ว่ามีระดับสารออกซาเลตที่มีอันตรายต่อสภาพทางด้านร่างกายในปริมาณต่ำ
ใบบัวบกช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ย้อนอายุแล้วก็วัย
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยสร้างเสริมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านการเสื่อมของเซลล์ต่างๆภายในร่างกาย
ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากใบบัวบก ช่วยบำรุงรวมทั้งรักษาสายตา ฟื้นฟูรอบดวงตา เพราะว่าบัวบกมีวิตามินเอสูง
ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการใช้ใบบัวบกล้างน้ำสะอาด คั้นเอาแต่น้ำเอามาหยดที่ตา 3-4 ครั้งต่อวัน
ช่วยบำรุงรักษาประสาทและสมองเหมือนใบแปะก๊วย
ช่วยทำให้ความจำรวมทั้งทำให้มีปฏิภาณความฉลาดเพิ่มมากขึ้น
ช่วยเพิ่มความจำในคนสูงอายุ
มั่นใจว่าใบบัวบกมีส่วนช่วยเพิ่มความฉลาดทางสติปัญญา ความฉลาด แล้วก็ความรู้ความเข้าใจสำหรับการเรียนรู้
ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยชะลออาการของโรคโรคสมองเสื่อมในคนวัยแก่ สตรีวัยทอง โรคอัลไซเมอร์หรืออาการลืมระยะสั้นได้
ช่วยเพิ่มสมาธิ แก้สมาธิสั้น
ช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจเฉพาะหน้า
ช่วยแก้ลักษณะของการปวดศีรษะ ปวดหัวด้านเดียว
ช่วยแก้อาการเวียนหัวศีรษะ
ช่วยเครียดลดลง
ช่วยเสริมการทำงานของกาบา (GABA) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลของจิตใจ ก็เลยช่วยบรรเทาและก็ทำให้หลับง่ายขึ้น
ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้ดียิ่งขึ้น
ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย
ช่วยบำรุงรักษาโลหิตในร่างกาย
ช่วยบำรุงรักษาหัวใจ
ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ช่วยให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์แจ่มใส
ช่วยทำให้เค้าหน้าสดใสเหมือนเป็นวัยรุ่น
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยบำรุงเสียง
ช่วยรักษาอาการเจ็บคอ ด้วยการใช้บัวบกสดโดยประมาณ 1 กำมือ นำมาตำคั้นเอาน้ำแล้วเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อนแกง แล้วจิบรับประทานบ่อยๆ
ช่วยแก้อยากกินน้ำคุณประโยชน์ใบบัวบก
ใบบัวบกมีสรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน ตัวร้อน
ใบบัวบกมีสารยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยต้านทานโรคมะเร็ง
ช่วยรักษาโรคโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานก้าวหน้า
ช่วยรักษาโรคโรคตับเหลืองจากสภาวะร้อนชื้น ด้วยการใช้บัวบก 30 กรัม น้ำตาลกรวด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม
ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
ช่วยถนอมอาหารโรคหืด
ช่วยรักษาโรคความดันเลือดสูง ด้วยการใช้ต้นสด 1 กำมือต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่ม หรือจะใช้บัวบกใหม่ๆอีกทั้งต้นราวๆ 30 กรัมเอามาค้นเอาน้ำ เพิ่มน้ำตาลนิดหน่อยแล้วดื่มกินราว 5-7 วัน
ช่วยรักษาโรคลมชัก
ช่วยรักษาโรคหลอดลมอักเสบ
ช่วยรักษาอาการเต้านมอักเสบเป็นหนองในช่วงแรก ด้วยการใช้บัวบกและเปลือกของลูกหมาก 1 ผล เอามาต้มกับสุราดื่ม
ช่วยแก้คนเป็นบ้า
ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับเลือด
ช่วยลดความดันเลือด เพิ่มความยืดหยุ่นให้เส้นโลหิต และช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
ช่วยรักษาโรคที่มีสมุฏฐานจากเสมหะ
ช่วยแก้อาการอ่อนแรง อ่อนแรง
ช่วยแก้ไข้
ช่วยห้ามเลือดกำเดา ด้วยเหตุว่าทำให้เลือดเดิน แม้กระนั้นเลือดจะไม่ออกมาจากเส้นโลหิตแล้วก็ยังเป็นเหตุให้ใจยักษ์อีกด้วย
ช่วยแก้อาการช้ำใน บาดเจ็บจากการกระทบชน
เป็นพืชที่ย่อยได้ง่าย
ช่วยให้เจริญอาหาร รับประทานอาหารได้มากขึ้น
ช่วยแก้อาการท้องเสีย
สารสกัดจากใบบัวบกมีฤทธิ์ป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ช่วยแก้อาการเริ่มที่จะเป็นบิด
ช่วยรักษาโรคบิดหรือมีมูกเลือดผสมเมื่อถ่าย
ช่วยรักษากระเพาะเป็นแผล
ใช้เป็นยาระบาย ช่วยระบายท้อง แก้ลม
ใช้เป็นยาขับฉี่
แก้อาการปัสสาวะติดขัด ด้วยการกางใบบัวบกโดยประมาณ 50 กรัม นำมาตำแล้วพอกรอบๆสะดือ เมื่อชิ้งฉ่องคล่องก็ดีแล้วค่อยเอาออก
ช่วยขับความร้อนชื้นทางเดินเยี่ยว คุ้มครองการเกิดนิ่ว
ช่วยรักษาโรคนิ่วทางเท้าฉี่ด้วยการใช้บัวบก 50 กรัมต้มกับน้ำแช่ข้าวครั้งที่ 2 แล้วเอามาดื่ม
ช่วยรักษาอาการมีหนองออกจากฉี่
ช่วยแก้อาการน้ำดีในร่างกายมากเกินความจำเป็น
ช่วยรักษาโรคม้ามโต
ช่วยรักษาอาการติดเชื้อของไวรัสตับอักเสบ
แก้อาการปวดข้อรูมาตอยด์
ใช้เป็นยาห้ามเลือด ใส่แผลสด ด้วยการกางใบสดประมาณ 20 ใบเอามาล้างให้สะอาด ตำพอกแผลสด
ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วยิ่งขึ้น ช่วยเร่งการผลิตเยื่อ
ช่วยแก้อาการฟกช้ำดำเขียว ด้วยการใช้ใบบัวบกมาตีให้แหลกแล้วเอามาโปะบริเวณที่บวมช้ำ หรือจะใช้ใบบัวบกประมาณ 40 กรัม ต้มกับเหล้าแดงโดยประมาณ 250 cc. ราวๆ 1 ชั่วโมงแล้วเอามาดื่ม
ใช้บัวบกตำนำมาพอกรักษาความร้อนบวมของโรคไฟลามทุ่ง หรือใช้รักษาอาการด้วยการใช้น้ำคั้นบัวบกเอามาผสมกับแป้งข้าวเหนียวทำเป็นแป้งเหลว พอกบริเวณที่เป็น
ช่วยรักษาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
ช่วยรักษาโรคผิวหนังต่างๆได้แก่ โรคเรื้อน โรคสะเก็ดเงิน หิด ฝึกหัด เป็นต้น
ช่วยระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุก่อให้เกิดหนอง
ช่วยลดอาการอักเสบของแผลได้อย่างดีเยี่ยมรวมทั้งใช้ทารักษาแผลอักเสบจากการผ่าตัดได้อีกด้วย
ช่วยรักษาผิวหนังเป็นด่างขาว
ใช้เป็นยาทำลายพิษ ช่วยลดลักษณะของการปวดแสบปวดร้อนจากแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้ต้นสดของบัวบกราว 3 ต้นเอามาล้างน้ำให้สะอาด ตำให้แหลกแล้วเอามาพอกแผลไฟไหม้
บัวบกมีการนำมาผลิตเป็นแคปซูลวางขาย มีสรรพคุณในการช่วยทำนุบำรุงสมองเป็นหลัก (Brain tonic)
ตอนนี้มีการนำไปทำเป็นยาเป็นแผนปัจจุบันในชนิดผงใช้โรยแผล และในแบบเป็นเม็ดกินเพื่อรักษาแผลผ่าตัด แผลสด ไฟลุก น้ำร้อนลวก หรือฝีหนองได้ รวมทั้งยังช่วยคุ้มครองการเกิดแผลอีกด้วย
ช่วยแก้อาการก้างติดคอ ด้วยการนำบัวบกไปต้มน้ำ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆกลืนน้ำลงคอ
ใบแล้วก็เถาบัวบกใช้รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริกกะปิคั่ว หมี่กรอบ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ลาบ ก้อย แกงเผ็ด ยำใบบัวบก ซุปหน่อไม้ เป็นต้น
น้ำคั้นจากใบบัวบกนำมาทำเป็นน้ำมันบัวบกใช้ชโลมศีรษะ มีสรรพคุณช่วยบำรุงรักษาหนังหัวและก็เส้นผม ช่วยให้เส้นผมดกดำ แก้ปัญหาผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย
น้ำใบบัวบกเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับหน้าร้อนอย่างมาก เพราะว่ามีฤทธิ์เป็นยาเย็นดับร้อนในร่างกายได้สารพัด
สารสกัดจากใบบัวบก มีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองผิวและก็ปลอดภัยต่อสภาพทางด้านร่างกาย
สารสกัดจากใบบัวบกมีการประยุกต์ใช้เพื่อเป็นส่วนประกอบสำหรับในการผลิตเครื่องแต่งหน้า
มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาใช้ทำเป็นอุปกรณ์ปิดแผล
ลบรอยตีนกาตื้นๆด้วยน้ำใบบัวบก ด้วยการนำบัวบกมาล้างน้ำให้สะอาด นำไปปั่นจนกระทั่งละเอียด แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้สำลีชุบน้ำทาทั่วรอบๆหางตาหรือทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ราว 15 นาทีแล้วล้างออก โดยควรทาทุกๆวันก่อนนอน
มีการนำสารสกัดจากใบบัวบกมาผลิตเป็นสบู่ใบบัวบก ซึ่งผู้สร้างกล่าวถึงว่าช่วยรักษาสิว ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างขาวใส ผิวหน้าเต่งตึงได้

ขั้นตอนการทำน้ำบัวบก
แนวทางการทำน้ำบัวบกกระบวนการทำน้ำบัวบก ควรจะเลือกใช้ใบบัวบกที่แก่กว่า รับประทานเป็นผักสด โดยใช้อีกทั้งรากนำมาล้างน้ำทำความสะอาด
ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนนำมาบด
คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บด แล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำลำดับที่สองเพื่อให้ได้ตัวยาสมุนไพรที่ยังเหลืออยู่ (ควรที่จะใช้น้ำสะอาด และห้ามใช้น้ำร้อนหรือนำน้ำที่คั้นได้ไปต้ม)
กรองน้ำบัวบกด้วยผ้าขาวบางห่างๆ(แบบผ้ามุ้ง ถี่มากจะกรองมิได้)
หลังกรองจะมีกากให้ทิ้งไป ให้รินเฉพาะน้ำส่วนใสๆมาดื่ม
น้ำบัวบกจะต้องคั้นใหม่ๆจากใบสดๆและไม่ควรจะเก็บน้ำที่คั้นได้ไว้นานหรือควรจะแช่เย็นเก็บไว้
น้ำเชื่อมถ้าหากทำมาจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยมากขึ้น
คุณประโยชน์ของน้ำใบบัวบกช่วยแก้ร้อนใน ช้ำใน
ไข่เจียวบัวบก
ใบบัวบกวัตถุดิบที่จะต้องตระเตรียมเช่น บัวบกสด 20 กรัม / ไข่ 2 ฟอง / น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ / น้ำปลาบางส่วน / น้ำมันพืชสำหรับใช้สำหรับทอด
นำบัวบกมาล้างจนกระทั่งสะอาดแล้วหั่นซอกซอยเป็นชิ้นเล็กๆ
นำไข่มาตอกแล้วตีไข่ เพิ่มเติมเครื่องปรุงต่างๆ
นำใบบัวบกที่ซอยแล้วผสมลงไปในไข่ คนจะกว่าจะเข้ากัน
นำมาทอดในไฟอ่อนจนกระทั่งไข่สุก
สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ แล้วก็หน้ามืดหัว
ข่างปองบัวบก (บัวบกชุบแป้งทอด)
ตระเตรียมวัตถุดิบดังต่อไปนี้ บัวบกสด / ไข่ไก่ / แป้งทอดกรอบ / กระเทียมหั่นหยาบคาย / หอมแดงหั่นหยาบ / เกลือ / พริกไทยป่น
นำบัวบกสดที่ได้มาล้างทำความสะอาด แล้วหั่นหยาบๆให้พอดิบพอดีคำ
นำแป้งที่ใช้สำหรับในการทอดกรอบมาผสมกับไข่ไก่ กระเทียม หอมแดง พริกไทย และเกลือ ผสมเข้าด้วยกัน
นำบัวบกที่หั่นจัดแจงไว้ นำมาชุบกับแป้งที่ผสมไว้
หลักจากนั้นตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน
แล้วจึงน้ำบัวบกที่ชุบแป้งแล้ว นำมาทอดให้เพียงพอเหลืองกรอบแล้วยกลงให้สะเด็ดน้ำมัน
เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย นำมาจิ้มรับประทานกับน้ำจิ้มไก่ตามใจชอบได้เลย
คุกกี้บัวบก
ให้จัดเตรียมวัตถุดิบดังต่อไปนี้ บัวบกหั่นละเอียด 2 ถ้วยตวง / ไข่ไก่ 1 ฟอง / แป้งอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง / เนยสดรสเค็ม 2 ถ้วยตวง / น้ำตาลทราย 1.1/2 ถ้วยตวง / ผงฟู 2 ช้อนชา / กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
นำใบบัวบกมาล้างชำระล้างแล้วหั่นอย่างถี่ถ้วน โดยตัดก้านและใบออกจากกัน ก้านให้หั่นเป็นท่อนเล็กๆส่วนใบนำมาเรียงซ้อนกันแล้วหั่นตามทางขวางและก็กลับมาหั่นอีกข้าง แล้วพักไว้
นำแป้งแล้วก็ผงฟูมาร่อนผ่านที่กรอง 2 รอบ แล้วพักไว้
นำเนยสดมาตีให้เข้ากับน้ำตาลด้วยความเร็วปานกลางกระทั่งขึ้นฟู ราวๆ 1 นาที
ใส่ไข่ไก่และก็กลิ่นวานิลลาลงไป แล้วตีให้ถูกกัน
ค่อยๆใส่แป้งที่ร่อนไว้แล้วลงไปทีละน้อยๆ (ครั้งละ 1 ส่วน 3 ของแป้งทั้งหมด) แล้วตีแป้งให้เข้ากับส่วนประกอบทั้งปวง
นำบัวบกที่หั่นละเอียดแล้วใส่ลงไปในแป้ง แล้วผสมกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะเข้ากันอีกรอบ
นำไปอบในตู้อบ โดยวางใส่ถาดที่ทาเนยหรือกระดาษทนไฟ ซึ่งจะต้องตักแป้งให้ได้ตามขนาดที่อยากได้
ใช้เวลาอบราวๆ 6-8 นาที ด้วยอุณหภูมิราวๆ 250 องศา หรือดูว่าขอบเริ่มเหลืองก็เป็นอันใช้ได้แล้ว เสร็จแล้ว คุกกี้บัวบก
แนวทางการทำน้ำมันบัวบก
จัดเตรียมส่วนประกอบดังนี้ บัวบก 4 โล / น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าว 1 ลิตร / น้ำที่สะอาด 1 ลิตร
นำบัวบกมาล้างน้ำทำความสะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
เพิ่มน้ำลงไปในบัวบก แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปปั่นจนกระทั่งละเอียด
เสร็จแล้วให้กรองมัวแต่น้ำบัวบกที่ได้จากการปั่น
นำน้ำบัวบกที่กรองได้ไปต้มกับน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวโดยใช้ไฟอ่อนๆราว 80 องศาเซลเซียส
ต้มไปเรื่อยกระทั่งเหลือแต่น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว โดยให้ดูลักษณะกากของน้ำมัน จะมีลักษณะแห้งแบบทราย นับได้ว่าเป็นอันใช้ได้ ชูลงจากเตาแล้วกรองเอาน้ำมัน เท่านี้ก็เรียบร้อย
การใช้น้ำมันบัวบก
ใช้น้ำมันที่ได้เอามาชโลมเส้นผม แล้วนวดให้ทั่วหนังหัว
นวดเสร็จแล้วให้หมักทิ้งไว้โดยประมาณ 30 นาที
ครบเวลาแล้วให้สระผมด้วยน้ำอุ่นพร้อมยาสระผมตามเดิม เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย
น้ำมันบัวบก คุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาหนังหัวและเส้นผม ช่วยทำให้เส้นผมดกดำ ไขปัญหาผมตก ผมหงอกก่อนวัย
การเตือนและคำแนะนำ
สรรพคุณของใบบัวบกการรับประทานใบบัวบกคุณควรใคร่ครวญพื้นฐานของร่างกาย อย่ามองแต่ว่าสรรพคุณเพียงอย่างเดียว
บัวบกไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีภาวการณ์เย็นพร่อง หรือขี้หนาว ท้องขึ้นเป็นประจำ
การกินบัวบกในปริมาณที่มากเหลือเกิน จะก่อให้ธาตุในร่างกา
http://www.disthai.com/

Tags : ประโยชน์บัวบก

8

สมุนไพรรากสามสิบ
สมุนไพร รากสามสิบแคปซูล รากสามสิบ แบบล้วน  คุณประโยชน์แล้วก็ผลดี ข้อที่ไม่อนุญาต ผลกระทบจากรากสามสิบ สำหรับหญิงที่มีปัญหาเรื่องกระชับช่องคลอด
อยู่ยังไงให้ชีวิต Sex ดียิ่งขึ้น กระชับช่องคลอด เพิ่มน้ำหล่อลื่น ทำให้กระชับ (รีแพร์) แบบสาวๆ ทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง มีความชุ่มชื้น รวมทั้ง มีความสุขทางเพศ รักษาภาวการณ์ระดูผิดปรกติ ปวดเมนส์ มีบุตรยาก ตกขาว หมดอารมณ์ทางเพศ  กามตายด้าน บำรุงนม บำรุงท้อง คุ้มครองป้องกันแท้ง ราคาแพงส่ง รวมทั้ง ราคาถูก แบรนด์ รีวิวเยอะ กว่า 8 ปี
สมุนไพรย้ำ กระชับ ช่องคลอด ตกขาว เมนส์ อารมณ์เพศแปรปรวน ไร้สมรรถภาพทางเพศผู้หญิง รากสามสิบ ราชินีสมุนไพรชีวิตของการการเป็นสามีภรรยา  ดูแลปัญหาระบบข้างในช่องคลอดไม่กระชับและก็มีปัญหาชีวิตครอบครัวบนเตียงมีเหม็นอับ ไม่พึ่งหวังตกขาวมดลูกต่ำ สตรีวัยทอง ดูแลปัญหาเมนส์มาผิดปกติ
สมุนไพร รากสามสิบ แคปซูล กระชับช่องคลอด
ปัญหาลับๆดังเช่นว่า ช่องคลอดหย่อนยานไม่กระชับ ปวดท้องเวลามีเมนส์ ระดูไม่ตรงเวลา เป็นปัญหาต่างๆที่รบกวนจิตใจของสตรีกว่า 98% รวมทั้ง หน้าอกเล็กแบบ หย่อน หน้าท้องป่อง หรือปัญหากลุ่มนี้เกิดจากการขาดสมดุลในฮอร์โมน ชี้แนะ กวาวเครือขาว แล้วก็ รากสามสิบ ซื้อ กวาวเครือขาว รวมทั้ง รากสามสิบ
รากสามสิบ กระชับช่องคลอด
สรรพคุณ ผลดี รวมทั้ง ข้อกำหนด ผลข้างเคียง
สมุนไพรไทย รากสามสิบแบบแคปซูล กระชับสำหรับสตรี  ไม่ว่าจะเป็นอันมากเสือโคร่ง โด่งไม่ทราบล้ม สาวน้อยตกเตียง กระทั่งมาถึงรากสามสิบหรือต้นสาวร้อยสามีนี้แหละ ต่างคนต่างมึนงง ว่ามันเป็นยังไง สรรพคุณ ทำให้กลับมาเป็น ใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี สาว(female rejuvention) กระชับช่องคลอด รักษาสภาวะระดูมาแตกต่างจากปกติ ปวดรอบเดือน สภาวะมีลูกยาก ตกขาว อารมณ์ทางเพศเสื่อมโทรม  ภาวะหมดเมนส์ บำรุงนม บำรุงครรภ์ ป้องกันการแท้ง ยิ่งไปกว่านี้ยังคงใช้เป็นยาบำรุงกำหนัดในเพศชายได้ด้วยขอรับ  ยิ่งกว่านั้นยังมีการนำมาใช้เป็นยาแก้ไอ ยาแก้โรคกระเพาะ แก้ไข้ แก้อักเสบ ได้เช่นกัน เป็นสมุนไพรที่มีการออกฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจน 
ต้น รากสามสิบ แคปซูล หมอยาในอดีตสมัยจะเรียกกันว่า"สาวร้อยผัว" ส่วนมากใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ทำให้มีแรง กระชุ่มกระชวย ไม่แก่ เสมือนๆสาวสองพันปี
ในตำราเรียนอายุรเวทใช้สมุนไพรชนิดนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเป็นยาบำรุงในเพศหญิง สำหรับในการทำให้เพศหญิงกลับมาเป็นสาว (female rejuvenation) นอกเหนือจากนี้ ยังช่วยขจัดปัญหาอื่นๆของเพศหญิง ดังเช่น ภาวะประจำเดือนไม่ดีเหมือนปกติ ปวดประจำเดือน ภาวะมีลูกยาก ตกขาว ภาวะไม่มีอารมณ์ทางเพศ ภาวะหมดระดู (menopause) บำรุงน้ำนม บำรุงท้อง ปกป้องการแท้ง (habitual abortion)

สมุนไพรรักษาโรค รากสามสิบ กระชับข้างในสตรี ชุดกระชับแบบสาวน้อย
" รากสามสิบ " เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีการทำการค้นคว้ากันมากพอควร ในด้านการศึกษาเรียนรู้ในห้องแลปเจอฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาเป็นต้านทานเชื้อแบคทีเรียแล้วก็เชื้อรา คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ แก้การอักเสบ แก้ปวด มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งโรคเบาหวาน เป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็ง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ ลดระดับไขมันในเลือด คุ้มครองปกป้องกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นมาจากความดันเลือดสูง ขับนม ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหารยั้งพิษต่อตับ
ในตำราอายุรเวทใช้ รากสามสิบ เป็นสมุนไพรหลักสำหรับ บำรุงในหญิง  ในการ ทำให้สตรีกลับมาเป็นสาว ยิ่งกว่านั้นยังช่วยไขปัญหาอื่นๆของผู้หญิงอาทิเช่น ภาวการณ์ประจำเดือนเปลี่ยนไปจากปกติ ปวดประจำเดือน สภาวะมีลูกยาก ตกขาว ภาวะอารมณ์ทางเพศเสื่อมถอย ภาวการณ์หมดเมนส์ สมุนไพรรักษาโรค รากสามสิบ แคปซูล กระชับช่องคลอด อาการตกขาว ปจด.เพิ่มอารมณ์เพศ
#รากสามสิบ ถือเป็นสมุนไพรที่มีสาระมากมายสำหรับหญิงช่วยสำหรับในการสร้างสมดุล แก่ระบบฮอร์โมนเพศหญิงจาก #รากสามสิบแคปซูล
เป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติหลัก ในทางเภสัชมีการชี้แนะว่าพืชที่ให้ เอสโตรเจน เป็นผลดีกว่าการใช้ตัวยาปรับสมดุลฮอร์โมน เพราะไม่เป็นผลข้างๆในทางลบ "ราชินีแห่งสมุนไพร"
เหตุผลที่ สาวๆนิยมใช้ รากสามสิบ ง่ายๆเป็น ทานแล้วได้ผล
1 ช่วยกระชับช่องคลอด  ทำให้แฟนไม่เบื่อ เกือบจะไม่รู้เลยว่าเราเคยมาก่อนรึไม่  เหมือนเป็นครั้งแรกของพวกเรา
2 ช่วยฆ่าเชื้อโรคในช่องคลอด ทำให้ช่องคลอดสะอาด ไม่กังวลเรื่อง เหม็นอับ อีกต่อไป
3 เป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ ไม่ใช่สารเคมี ไม่หลงเหลือ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว
4 ราคาถูก เพราะเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกได้ในประเทศไทย ภูมิปัญญาไทยๆไม่เสียค่านำเข้าใดๆ
 ขนาดกิน
4 ขวด เริ่มกระชับ เป็นสุข
6 กระชับแบบสาวน้อย เป็นสุขแน่นอน
12 คำตอบยาวนาน รวมทั้ง สำเร็จแทบถาวร (รายตัว)
รากสามสิบ แคปซูล
ชุดนี้แถม ผสม ฮี่ยุ่มหรือหญ้ารีแพร์ 1 ต่อ 1 กับ รากสามสิบ
รากสามสิบ "  เป็น สมุนไพรที่คนประเทศไทยรวมทั้งคนเอเชียใช้กันมานานแล้ว  คนจำนวนมากรู้จักในชื่อ เรียกนาๆประการในแต่ละภาค ชื่อในภาคกึ่งกลางหรือคนทั่วไปเรียกขานว่า "รากสามสิบ" หรือ "สามร้อยราก"นั่นเอง หมอยาโบราณโดยมากจะทราบว่าสาวร้อยสามีเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี จึงให้ชื่อว่า "สาวร้อยสามี" ชื่อนี้ซึ่งก็คือไม่ว่า สาวใดจะอายุมากแค่ไหนก็ยังสามารถมีลูกมีสามีได้(ไม่ได้คือสาวใจแตก)  ความหมายคล้ายสาวสองพันปีที่ยังสาวเสมอนั่นเอง รวมทั้งเป็นที่น่าตกอกตกใจว่าในประเทศอินเดียก็เรียกสมุนไพรชนิดนี้คล้ายกับประเทศไทย โดยในภาษาสันสกฤต เรียกว่า ศตวารี (Shtavari) แปลว่า ต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก หรือบางแบบเรียนกล่าวว่าหมายคือผู้หญิงที่มีร้อยสามี "Satavari" http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

9

รากสามสิบ
รากสามสิบ สรรพคุณสมุนไพรไทยเพื่อสุขภาพที่คนต้องการมีลูกห้ามพลาด
          รากสามสิบ สรรพคุณเด่นๆของสมุนไพรตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องเป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งคนไม่ใช่น้อยอาจเคยเห็นสมุนไพรรากสามสิบแบบแคปซูลกันมาบ้าง แล้วทราบไหมขาว่า ประโยชน์ซึ่งมาจากรากสามสิบ สมุนไพรตัวเด็ดนี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่ช่วยคนต้องการมีลูกเท่านั้น
รากสามสิบ สมุนไพรนี้มีที่มา
          รากสามสิบตามที่เป็นจริงแล้วถูกเรียกหลายชื่อมากมายๆดังเช่น สาวร้อยสามี จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ) ผักชีช้าง ผักหนาม (ภาคอีสาน) สามร้อยราก สามสิบ ชีช้าง จั่นดิน หรือม้าสามต๋อน มีชื่อสามัญว่า Shatavari
          ส่วนลักษณะต้นรากสามสิบเป็นไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีหนามแหลม มีเหง้าและก็รากใต้ดินเหมือนรากของต้นกระชาย ดอกมีขนาดเล็ก สีขาว แยกเป็นช่อ มีกลิ่นหอมหวน ฯลฯที่ส่งผลสดลักษณะกลม ผิวเรียบมัน และก็มีเมล็ดสีดำ
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี
สรรพคุณรากสามสิบ
          รากสามสิบถูกเปรียบเทียบให้เป็นพลังที่การบูรณะความสาว (Female Rejuvenation) เป็นยาโบราณที่หมอแผนโบราณและก็แพทย์สมุนไพรใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรีมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งก็นับเป็นที่มาของชื่อสาวร้อยสามี ชื่อเล่นอีกชื่อของรากสามสิบนั่นเอง โดยคนสมัยก่อนมักจะนำรากมาต้มรับประทานหรือปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง ซึ่งบอกต่อๆกันว่า จะช่วยบำรุงสตรีให้ไมว่าจะอายุมากแค่ไหนก็มีลูกได้ง่าย
          นอกจากนี้สมุนไพรรากสามสิบยังผ่านการค้นคว้าวิจัยสรรพคุณมาเยอะมาก โดยพบว่า รากสามสิบมีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาตามนี้ประจำตัวอยู่ด้วย
          - ฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรียรวมทั้งเชื้อรา
          - คลายกล้ามมดลูก
          - บำรุงหัวใจ
          - ลดการอักเสบ
          - แก้ปวด
          - ยับยั้งโรคเบาหวาน
          - ปราบเซลล์มะเร็ง
          - กระตุ้นภูมิต้านทาน
รากสามสิบ
          - ต้านภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ
          - ลดระดับไขมันเลือด
          - คุ้มครองป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
          - ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นมาจากความดันโลหิตสูง
          - มีฤทธิ์ใกล้เคียงฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง)
          - ช่วยสร้างสมดุลฮอร์โมนเพศหญิง
          - ขับน้ำนม
          - ช่วยให้การตกไข่สมบูรณ์
          - ช่วยบำรุงกำลังท่านชาย
          - เสริมความแข็งแรงของน้ำกามน้ำเชื้อ
          - ยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
          - ลดอาการกรดเกินในกระเพาะ
          - ยับยั้งพิษต่อตับ
          - แก้ริดสีดวงทวาร
          - ขับลม
          - ขับเยี่ยว
          - ขับเสมหะ
          - บำรุงเด็กในครรภ์
          - แก้ตกเลือด
          - รักษาโรคคอพอก
          - แก้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ครั่นตัว
          - ฝนรากทาเป็นยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้
          - กระตุ้นประสาท บำรุงกำลัง
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี
          และก็ด้วยคุณประโยชน์ของรากสามสิบที่มีฤทธิ์ใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยจังหวัดพะเยาจีงได้ทำการศึกษาเรียนรู้เรื่อง ผลของสารสกัดรากสามสิบต่อการปกป้องการสลายเนื้อกระดูกและอวัยวะสืบพันธุ์ ในหนูแรทที่ถูกตัดรังไข่ เนื่องจากว่าเล็งเห็นว่า โรคกระดูกพรุนซึ่งมักจะเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนั้น มีสาเหตุหลักจากการลดน้อยลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนตอนหลังหมดเมนส์ โดยสำเร็จการทดลองมาว่า หนูที่ได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบภายหลังจากถูกตัดรังไข่ มีน้ำหนักมวลกระดูกที่มากกว่ากลุ่มหนูถูกตัดรังไข่แต่มิได้รับสารสกัดสมุนไพรรากสามสิบ
          นอกเหนือจากนั้นสารสกัดรากสามสิบยังไม่ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวในเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเหตุนี้ก็เลยสรุปได้ว่า สารสกัดรากสามสิบอาจมีประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการปกป้องการสลายของเนื้อกระดูกในตัวทดลองได้ โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียอะไรก็แล้วแต่ต่ออวัยวะสืบพันธุ์ แต่ว่ายังคงต้องทดลองเสริมเติมเพื่อศึกษาว่า สารสกัดรากสามสิบจะทำให้เกิดผลกระทบใดๆก็ตามกับอวัยวะอื่นไหม
รากสามสิบ สมุนไพรบำรุงสตรี       

หารากสามสิบได้จากที่ไหน
          ถึงแม้ต้นรากสามสิบจะยังมีให้มองเห็นอยู่ในประเทศไทย แต่ว่าก็ไม่จำเป็นที่ต้องไปขุดหารากสามสิบมาต้มรับประทานให้เหน็ดเหนื่อย เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้มีสารสกัดรากสามสิบในรูปแคปซูลมาให้เลือกซื้อเยอะมาก แต่ว่าดังนี้ควรตรวจสอบให้แน่ว่าแคปซูลรากสามสิบมียี่ห้อแล้วก็ได้รับการยืนยันจากองค์การของกินและยาหรือไม่
          แม้กระนั้นถ้าหากใครสามารถหาต้นรากสามสิบสดๆได้ จะนำมาต้มยารับประทานเองเราก็มีสูตรยาสมุนไพรรากสามสิบมาให้ด้วยค่ะ
น้ำรากสามสิบ (สูตรเริ่มแรก)
     ส่วนผสม

  • สมุนไพรรากสามสิบ ใช้ส่วนราก 2.5 กก.
  • น้ำ 10 ลิตร


     วิธีทำ

  • นำรากสามสิบมาล้างให้สะอาด
  • ปอกและก็ดึงไส้ออก
  • หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ล้างให้สะอาดอีกรอบ
  • ต้มน้ำให้เดือด
  • ใส่รากสามสิบ ลงในหม้อต้ม
  • เคี่ยวโดยประมาณ 3 ชั่วโมง
  • ชิมรส แล้วก็สามารถเติมน้ำตาลกรวดหรือใบเตยเพิ่มความหอมลงไปได้
รากสามสิบแช่อิ่ม
     ส่วนผสม

  • สมุนไพรรากสามสิบ ใช้ส่วนราก 2.5 กก.
  • น้ำตาล 1.5 กิโล
  • น้ำ 5 ลิตร
    กระบวนการทำ

  • นำรากสามสิบมาล้างให้สะอาด
  • ปอกเปลือกและดึงไส้ออก
  • หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • ล้างให้สะอาดอีกครั้ง
  • ต้มน้ำให้เดือด
  • เพิ่มเติมน้ำตาลทราย ลงในหม้อต้ม
  • เคี่ยวกระทั่งน้ำตาลละลายหมด
  • ใส่รากสามสิบ
  • ต้มต่อจนถึงเป็นสีเหลืองทอง
รากสามสิบ
สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้สมุนไพรรากสามสิบ
          ด้วยเหตุว่าสมุนไพรรากสามสิบออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ด้วยเหตุนั้นก็เลยจัดเป็นยาสมุนไพรที่ไม่ปลอดภัยนักต่อเพศหญิงที่มีการเสี่ยงโรคมะเร็งอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น คนที่มีอาการป่วยเป็นโรคเนื้องอกในมดลูก (Uterine Fribrosis) หรือมีก้อนเนื้อในเต้านม (Fibrocystic Breast) เป็นต้น โดยเหตุนั้นไม่ว่าจะใช้สมุนไพรอะไรก็ควรจะขอความเห็นแพทย์ก่อนจะยอดเยี่ยมนะคะ       
          มองเห็นคุณประโยชน์รากสามสิบกันไปแล้วหลายคนเริ่มสนใจต้องการหารากสามสิบมาบำรุงสุขภาพกันบ้าง แต่ก็อย่าลืมที่เตือนไว้นะคะ ก่อนซื้อแคปซูลรากสามสิบมากิน ควรตรวจตราแหล่งที่มาแล้วก็ตรา และก็การยืนยันจากหน่วยงานที่น่าไว้วางใจด้วย http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

10

รากสามสิบ
รากสามสิบ ชื่อสามัญ Shatavari8
รากสามสิบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Asparagus racemosus Willd. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Protasparagus racemosus (Willd.) Oberm.) จัดอยู่ในสกุลหน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGACEAE) และอยู่ในสกุลย่อย ASPARAGOIDEAE4
สมุนไพรรากสามสิบ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆว่า สามร้อยราก (กาญจนบุรี), ผักหนาม (นครราชสีมา), ผักชีช้าง (จังหวัดหนองคาย), จ๋วงเครือ (ภาคเหนือ), เตอสีเบาะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), เพียงพอควายเมะ (กะเหรี่ยง-จังหวัดเชียงใหม่), ชีช้าง, ผักชีช้าง, จั่นดิน, ม้าสามต๋อน, สามสิบ, ว่านรากสามสิบ, ว่านสามสิบ, ว่านสามร้อยราก, สามร้อยสามี, สาวร้อยผัว, ศตาวรี เป็นต้น
ลักษณะของรากสามสิบ
ต้นรากสามสิบ จัดเป็นไม้เถาเนื้อแข็งเลื้อยพันต้นไม้อื่นด้วยหนาม (หนามเปลี่ยนแปลงมาจากใบเกล็ดรอบๆข้อ) สามารถเลื้อยป่ายปีนต้นไม้อื่นขึ้นไปได้สูงโดยประมาณ 1.5-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเป็นเถาห่างๆลำต้นเป็นสีเขียวหรือสีขาวแกมเหลือง เถามีขนาดเล็กเรียว กลม เรียบ ลื่น รวมทั้งเป็นมัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโดยประมาณ 2-5 มม. เถาอ่อนเป็นเหลี่ยม ตามข้อเถามีหนามแหลม หนามมีลักษณะโค้งกลับ ยาวโดยประมาณ 1-4 มิลลิเมตร รอบๆข้อมีกิ่งแตกกิ่งแบบรอบข้อ และกิ่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวลักษณะแบนเป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม กว้างประมาณ 0.5-1 มิลลิเมตร รวมทั้งยาวประมาณ 0.5-2.5 มม. ทำแทนใบ มีเหง้ารวมทั้งรากอยู่ใต้ดิน ออกเป็นกลุ่มเหมือนกระสวย ลักษณะของรากออกเป็นพวงเหมือนรากกระชาย ลักษณะอวบน้ำ เป็นเส้นกลมยาว มีขนาดโตกว่าเถามากมาย มีเขตการกระจายชนิดในประเทศไทย ประเทศอินเดีย ศรีลังกา ชวา จีน มาเลเซีย แล้วก็ออสเตรเลีย พบขึ้นตามป่าในเขตร้อนชื้น ป่าเขตร้อนแห้ง ป่าผลัดใบ ป่าโปร่งหรือตามเขาหินปูน
ต้นรากสามสิบ
สามร้อยราก
ใบรากสามสิบ ใบเป็นใบคนเดียว แข็ง ออกรอบข้อเป็นฝอยๆเล็กคล้ายหางกระรอก หรือออกเรียงสลับเป็นกลุ่ม 3-4 ใบ ใบเป็นสีเขียวดก รูปแบบของใบเป็นรูปเข็มขนาดเล็ก ปลายใบแหลม เป็นรูปเคียว โคนใบแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 0.5-1 มิลลิเมตร แล้วก็ยาวประมาณ 10-36 มิลลิเมตร แผ่นมักโค้ง สันเป็นสามเหลี่ยม มี 3 สัน มีหนามที่ซอกกลุ่มใบ ก้านใบยาวราว 13-20 เซนติเมตร
ใบรากสามสิบ
ดอกรากสามสิบ ออกดอกเป็นช่อกระจะ ยาวราว 2-4 เซนติเมตร โดยจะออกที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบและก็ข้อเถา ดอกย่อยมีขนาดเล็ก ดอกเป็นสีขาวและก็มีกลิ่นหอมยวนใจ มีโดยประมาณ 12-17 ดอก ก้านดอกย่อยยาวประมาณ 2 มม. มีกลีบรวม 6 กลีบ แยกเป็น 2 วง วงนอก 3 กลีบ รวมทั้งวงในอีก 3 กลีบ กลีบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลีบมน ขอบเรียบ กลีบกว้างราว 0.5-1 มิลลิเมตร และก็ยาวโดยประมาณ 2.5-3.5 มิลลิเมตร กลีบมีลักษณะบางและย่น โคนกลีบเชื่อมชิดกันเป็นหลอดรูปดอกเข็มยาวราว 2-3 มม. ส่วนปลายแยกเป็นแฉก ดอกมีเกสรผู้เชื่อมรวมทั้งอยู่ตรงกันข้ามกับกลีบรวม เป็นเส้นเล็ก 6 อัน ก้านยกอับเรณูเป็นสีขาว อับเรณูเป็นสีน้ำตาลเข้ม รังไข่เป็นรูปไข่กลับ อยู่เหนือวงกลีบ ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร มี 2 ช่อง ในแต่ละช่องมีออวุล 2 เม็ด หรือมากยิ่งกว่า ส่วนก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรเพศเมียแยกเป็น 2 แฉกขนาดเล็ก โดยจะมีดอกในตอนโดยประมาณเมษายนถึงมิถานายน1,2,4,5
ดอกรากสามสิบ
ผลรากสามสิบ รูปแบบของผลเป็นรูปทรงออกจะกลม หรือเป็นพู 3 พู ผิวผลเรียบเป็นมัน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-6 มม. ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะกลายเป็นสีแดงหรือสีม่วงแดง ข้างในผลมีเม็ดราวๆ 2-6 เมล็ด เม็ดเป็นสีดำ เปลือกมีลักษณะแข็งแต่ว่าเปราะ ผลิดอกออกผลในช่วงประมาณเมษายนถึงก.ค.1,8
ผลรากสามสิบ
เม็ดรากสามสิบ

คุณประโยชน์ของรากสามสิบ
รากสามสิบมีรสฝาดเย็น มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ใช้เป็นยาชูกำลัง (ราก)
ตำราเรียนยาไทยจะใช้รากเป็นยาแก้กษัย (ราก)
ในประเทศประเทศอินเดียจะใช้รากเป็นยากระตุ้นประสาท (ราก)
รากใช้ผสมกับเหง้าขิงป่ารวมทั้งต้นจันทน์แดง ผสมกับเหล้าโรงใช้เป็นยาแก้วิงเวียน (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาลดความดันโลหิตรวมทั้งลดไขมันในเลือด (ราก)
รากสามสิบมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยไปกระตุ้นรูปแบบการทำงานของตับอ่อนให้เพิ่มการหลั่งสาร insulin (ราก)
ทั้งต้นหรือรากเอามาต้มกับน้ำเป็นยารักษาโรคคอพอก (ราก, ทั้งต้น)
ผลมีรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาแก้พิษไข้เซื่องซึม แก้พิษไข้กลับไข้ซ้ำ มักใช้ร่วมกับผลราชดัด เพื่อเป็นยาดับพิษไข้จากบิดเรื้อรัง (ผล)
รากมีรสฝาดเย็น ใช้กินเป็นยาแก้พิษร้อนในอยากดื่มน้ำ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้ไอ (ราก)
ช่วยขับเสมหะ4 แก้การต่อว่าดเชื้อที่หลอดลม (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาช่วยขับลม รวมทั้งช่วยลดกรดในกระเพาะ (ราก)
ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับไส้ แก้อาการอาหารไม่ย่อย รักษาแผลในกระเพาะ โรคกระเพาะ (ราก)
รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการท้องร่วง แก้บิด (ราก)
ใบมีสรรพคุณเป็นยาระบาย (ใบ)
แบบเรียนยาสมุนไพรประจำถิ่นของจังหวัดอุบลราชธานีจะใช้รากเอามาต้มกับน้ำเป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (ราก)
รากมีคุณประโยชน์เป็นยาแก้ขัดเบา ขับฉี่ ช่วยหล่อลื่นรวมทั้งกระตุ้น (ราก)
ช่วยรักษาอาการระดูแตกต่างจากปกติของสตรี (ราก)
ทั้งยังต้นหรือรากเอามาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ตกเลือด (ราก, ทั้งยังต้น)
ในประเทศอินเดียจะใช้รากสามสิบเป็นยากระตุ้นสมรรถนะทางเพศทั้งชายรวมทั้งหญิง คนทางภาคเหนือบ้านพวกเราจะใช้รากสามสิบทำเป็นยาดอง ใช้กินเป็นยาบำรุงสำหรับผู้ชาย กินแล้วครื้นครึกราวกับม้า 3 ตัว จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ม้าสามต๋อน” ส่วนแพทย์ยาโบราณจะใช้เป็นยาบำรุงสำหรับสตรี ซึ่งเป็นสาเหตุของชื่อ “สาวร้อยสามี” หรือ “สามร้อยสามี” พูดอีกนัยหนึ่งไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ยังสามารถมีลูกมีสามีได้ อายุมากแค่ไหนก็ยังดูสาวเสมอ แม้กระนั้นไม่ใช่กินแล้วจะสามารถมีสามีได้เป็นร้อยคน ในตำราเรียนอายุรเวทจะใช้สมุนไพรประเภทนี้เป็นสมุนไพรหลักสำหรับเพื่อการบำรุงสตรี ทำให้กลับมาเป็นสาว ช่วยขจัดปัญหาต่างๆของสตรี ไม่ว่าจะเป็นภาวการณ์เมนส์แตกต่างจากปกติ ภาวะหมดรอบเดือน ปวดรอบเดือน ตกขาว มีลูกยาก หมดอารมณ์ทางเพศ ช่วยบำรุงรักษาครรภ์ บำรุงน้ำนม คุ้มครองการแท้ง ฯลฯ สำหรับวิธีการใช้ก็ให้นำรากมาต้มกิน หรือนำรากมาตากแห้งแล้วบดเป็นผุยผงปั้นเป็นลูกกลอนรับประทานกับน้ำผึ้ง นอกนั้นยังใช้กระตุ้นนมในวัวนมได้อีกด้วย (ราก)
ใช้เป็นยาบำรุงตับและก็ปอดให้กำเนิดกำลังปกติ แก้ตับแล้วก็ปอดพิการ (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้พิษจากแมลงป่องกัดต่อย (ราก)
รากใช้ฝนทาแก้อาการปวดฝี ทำให้เย็น ช่วยทำลายพิษฝี พิษปวดแสบปวดร้อน (ราก)
ช่วยทุเลาอาการระคายเคือง (ราก)
รากใช้รับประทานเป็นยาแก้ลักษณะของการปวดเมื่อยล้า ครั่นตัว (ราก)
ช่วยแก้อาการปวดข้อรวมทั้งคอ (ราก)
ใบมีสรรพคุณช่วยขับนม ช่วยให้เจริญอาหาร (ใบ)
รากใช้เป็นยาบำรุงเด็กอ่อนในครรภ์ บำรุงน้ำนม บำรุงร่างกายหลังการคลอดบุตรของสตรี (ราก)
ใน “พระตำราคุณประโยชน์ (แลมหาพิกัด)” ได้เอ๋ยถึงสรรพคุณของรากสามสิบไว้ว่า “ผักหวานเพศผู้มีรสหวาน แก้กำเดา แก้จักขุโรค รากสามสิบอีกทั้ง 2 มีคุณมากกว่าผักหวาน” กำเดาหรือไข้กำเดา มีอยู่ 2 จำพวก อย่างแรก คือ ตัวร้อน ไม่อยากอาหาร ปวดศีรษะ รวมทั้งอีกอย่างหนึ่ง คือ มีลักษณะร้ายแรงมากยิ่งกว่า มีเม็ดผุดขึ้นตามร่างกาย มีลักษณะคัน ไอ มีเสลด รวมทั้งมีเลือดออกทางปากรวมทั้งจมูก (ราก)
ส่วนในหนังสือ “พระหนังสือเวชศาสตร์ช่วยเหลือ” ได้เอ๋ยถึงตำรับยารักษาคนธาตุหย่อน อันมีตัวยารากสามสิบรวมอยู่ด้วยร่วมกับสมุนไพรจำพวกอื่นๆอีกหลายอย่าง โดยกล่าวว่ามีสรรพคุณ (ที่ค่อนข้างจะเข้าใจยาก) ว่าช่วยจำเริญชีวิตให้เกิดกำลัง ให้บำรุงธาตุไฟ ให้เจริญอินทรีย์แต่ละอย่าง มีกำลังเดินทางมากต่างกัน รับประทานเข้าไปแล้วหาโทษมิได้ ใช้ได้ทั้งยังเด็ก คนชรา คนมีกำลัง คนผอม คนไม่มีกำลัง คนธาตุหย่อน ให้ประกอบยานี้กันเหอะ อนึ่ง กินแล้วให้เกิดขึ้นบุตร ให้อกโคนแค่นดวงจันทร์ง 4 มีกำลัง ถึงกระหักดีแล้ว หมอก็นับถือรักษาด้วยยานี้เถอะ (ราก)
อีกตำรับหนึ่งเป็นยาแก้โรคซูบซีด แก้โรคหอบหืด แก้ปิดตะ รวมทั้งแก้โรคลมต่างๆจะมีสมุนไพรอยู่ร่วมกัน 20 อย่างและรากสามสิบ (ราก)
ใน “พระคัมภีร์วรโยคสาร” ตำรับยา “วะระทุ่งนาทิภาควิชา” เป็นตำรับยาที่ประกอบไปด้วยรากไม้ 17 อย่าง และก็รากสามสิบ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ใช้แก้อันตะวิทราโรค หรือโรคที่มีลักษณะทิ่มแทงในลำไส้ใหญ่ ใช้เป็นยาแก้มันทาคินี แก้เสมหะ แก้ลุกลุมโรคหายแล และก็ยังมีตำรับยาอีกอย่างก็คือ ตำรับยาแก้เสมหะ ที่มีสมุนไพรรวมอยู่ด้วย 16 อย่าง แล้วก็รากสามสิบ (ราก)
ตำรับยาบำรุงครรภ์ แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ ประกอบไปด้วยสมุนไพร 13 ชนิด อย่างเช่น รากสามสิบ แก่นสน กฤษณา กระลำพัก ขอนดอก ชะลูด อบเชย เปลือกสมุลแว้ง เทียน 5 บัวน้ำทั้ง 5 โกฐอีกทั้ง 5 จันทน์ทั้งยัง 4 และเทพทาโร (ใช้อย่างละเสมอกัน) นำทั้งสิ้นมาใส่ในหม้อฉาบหรือหม้อดิน เพิ่มน้ำลงไปให้ท่วมยาสูงราว 6-7 ซม. แช่ทิ้งไว้โดยประมาณ 15 นาที แล้วนำขึ้นตั้งด้วยไฟอ่อนๆต้มต้มราวๆ 30 นาที น้ำยาเดือดแล้วก็มีกลิ่นหอมหวนจึงชูลงจากเตา ใช้ดื่มก่อนกินอาหารเช้าตรู่และเย็น วันละ 2 เวลา เป็นยาบำรุงครรภ์อย่างดี (ราก)
นอกเหนือจากนี้ยังมีสรรพคุณของรากสามสิบตามเว็บไซต์ต่างๆนอกจากที่กล่าวมา สมุนไพรชนิดนี้ยังมีสรรพคุณช่วยสร้างสมดุลให้แก่ระบบฮอร์โมนผู้หญิง แก้วัยทองคำ เพิ่มขนาดหน้าอกและก็สะโพก ช่วยไขปัญหาช่องคลอดอักเสบ ขจัดกลิ่นในช่องคลอด ช่วยกระชับช่องคลอด ทำให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ช่วยกระชับรูปทรง ลดไขมันส่วนเกิน บำรุงโลหิต บำรุงผิวพรรณ ลดสิว ลดฝ้า ทำให้ผิวขาวใส ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดกลิ่นตัว กลิ่นปาก ช่วยสร้างเสริมและก็ปรับปรุงความจำและเชาวน์ (ไม่มีอ้างอิง)
ขนาดและวิธีการใช้ : การใช้รากตาม ให้ใช้รากประมาณ 90-100 กรัม เอามาต้มกับน้ำวันละครั้งในตอนเวลาเช้า
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของรากสามสิบ
สารสำคัญที่เจอ ดังเช่น asparagamine, cetanoate, daucostirol, sarsasapogenin, shatavarin, racemosol, rutin
สมุนไพรรากสามสิบมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ลดการอักเสบ แก้ลักษณะของการปวด คลายกล้ามของมดลูก บำรุงหัวใจ ป้องกันกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลดอาการหัวใจโตที่เกิดขึ้นจากความดันโลหิตสูง ขับน้ำนม มีฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน ยับยั้งเบาหวาน ลดระดับไขมันในเลือด กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านอาการเม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็ง ยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ยับยั้งพิษต่อตับ
สารสำคัญที่เจอในรากเป็นสาร steroidal saponins ซึ่งเป็นสารที่ปฏิบัติภารกิจเอาอย่างฮอร์โมนเพศ ก็เลยน่าจะมีบทบาทสำหรับในการรักษาอาการที่เกิดขึ้นในตอนวัยหมดระดูของสตรี รวมไปถึงการช่วยปกป้องรักษาการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมทั้งโรคกระดูกพรุน
จากการศึกษา
ในหนูแรทโดยใช้สารสกัดจากรากด้วยเอทานอล แบ่งเป็น 2 ตอน คือ ตอนกะทันหันและก็ตอนยาวสม่ำเสมอ โดยการเรียนในตอนกระทันหันป้อนสารสกัดเอทานอลจากรากสามสิบในขนาด 1.25 กรัมต่อโล ให้กับหนูแรทที่ไม่เป็นเบาหวาน หนูแรทที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 1 รวมทั้งประเภทที่ 2 พบว่าไม่มีผลลดระดับน้ำตาลในเลือด แต่ช่วยทำให้ทนต่อการเพิ่มขึ้นของกลูโคส ในนาทีที่ 30 ดีขึ้น ส่วนการศึกษาช่วงยาวสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง นาน 28 วัน ให้กับหนูที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ รวมทั้งเพิ่มระดับของอินซูลิน 30%เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระดับอินซูลินในตับอ่อน รวมทั้งเพิ่มไกลโคเจนที่ตับ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโรคเบาหวานควบคุม ก็เลยสรุปได้ว่าฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจาก[url=http://www.disthai.com/16660416/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%9A-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2]รากสามสิบ[/url]น่าจะเป็นผลมาจากการหยุดยั้งการสรุปยแล้วก็การดูดซึมสารคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งเพิ่มการหลั่งอินซูลิน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อการเอาไปใช้รักษาคนไข้เบาหวานได้9
จากการทดสอบทางคลินิกเป็นการใช้รักษาโรคกระเพาะในคนจริงๆโดยการกินผงแห้งของราก พบว่าได้ประสิทธิภาพที่ดีสำหรับการรักษาแผลที่กระเพาะรวมทั้งลำไส้เล็ก จากการที่กรดเกิน
เมื่อปี ค.ศ.1997 ที่ประเทศอินได้ทำการตรวจสอบและลองใช้รากสามสิบกับคนเจ็บความดันโลหิตสูงชนิด mild hypertension โดยทดลองเปรียบเทียบกับยาลดระดับความดัน (Propranolol) ใช้ระยะเวลากระทำทดสอบนาน 3 เดือน ผลการทดสอบพบว่า คนไข้มีความดันเลือดลดลง < 90 mm.Hg. และลดไขมันได้ประสิทธิภาพที่ดี

  • K. Mitra รวมทั้งภาควิชา (คริสต์ศักราช1996) ที่ประเทศอินเดียได้กระทำการตรวจสอบและลองใช้สารสกัดจากรากสามสิบกับตัวทดลองที่ถูกกระตุ้นด้วย Streptozotocin ผลของการทดลองพบว่า สารสกัดดังที่กล่าวมาข้างต้นสามารถกระตุ้นตับอ่อนของหนูให้เพิ่มการหลักhttp://www.disthai.com/


    Tags : สมุนไพรรากสามสิบ

11
อื่นๆ / ความเป็นมาของต้นราชพฤกษ์
« เมื่อ: สิงหาคม 15, 2018, 12:12:23 PM »

ราชพฤกษ์
ภูมิหลังของต้นราชพฤกษ์
   จากสมัยก่อนก่อนหน้านี้กว่า 50 ปี ทางราชการมีความมานะบากบั่นบ่อยมากสำหรับในการกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยเฉพาะการกำหนด ต้นไม้ แล้วก็ ดอกไม้ ประจำชาติ เริ่มต้นที่กรมป่าไม้ได้เชิญให้พสกนิกรพึงพอใจต้นราชพฤกษ์หรือคูณมาตั้งแต่ตอนปี พุทธศักราช2494 โดยรัฐบาลมีมติให้ถือวันที่ 24 เดือนมิถุนายน เป็นวันต้นไม้รายปีของชาติ (arbour day) มีการชวนให้ปลูกต้นไม้ที่มีคุณประโยชน์ชนิดต่างๆเยอะมาก ในเวลาเดียวกันก็ได้มีการเสนอว่า ต้นราชพฤกษ์ น่าจะถือเป็นต้นไม้ประจำชาติ
ราชพฤกษ์
   กระทั่งในปี พุทธศักราช2506 มีการสัมมนาเพื่อกำหนดเครื่องหมายต้นไม้และสัตว์ประจำชาติเป็นครั้งแรก โดยกรมป่าไม้ได้เสนอให้ ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูณ พืชที่มีความมงคลที่มีคุณประโยชน์แล้วก็รู้จักกันอย่างมากมายฯลฯไม้ประจำชาติ สำหรับสัตว์ประจำชาติก็คือ ช้างเผือก สัตว์ที่มีคุณค่าเกี่ยวพันกับประเพณีไทยและประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน การเสนอครั้งนั้นมิได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุดังกล่าวตลอดระยะเวลาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเครื่องหมายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยจึงมีนานาประการ ตั้งแต่สถานที่สำคัญๆ สัตว์ ดอกไม้ ที่คนไทยเคยชินและพบเห็นบ่อยมาก ดังเช่น พระปรางค์วัดใกล้รุ่งฯ เรือสุพรรณหงส์ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกพุทธรักษา แมวไทย เช่นเดียวกับ ต้นราชพฤกษ์ และก็ ช้างเผือก ยังคงถูกชมเชยให้เป็นเครื่องหมายประจำชาติตลอดมา
            ปี พ.ศ.2530 มีการเกื้อหนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์อีกครั้ง เพื่อเป็นการสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ โดยมีการเกื้อหนุนให้ปลูกต้นราชพฤกษ์ทั่วทั้งประเทศปริมาณ 99,999 ต้น เวลานี้ก็เลยมีต้นราชพฤกษ์อยู่มากไม่น้อยเลยทีเดียวทั้งประเทศไทย
            ข้อสรุปเรื่องเครื่องหมายประจำชาติดูเหมือนจะยังไม่กระจ่าง จนกระทั่งตอนปี พ.ศ.2544 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ได้นำเรื่องดังที่กล่าวมาแล้วกลับมาเสนออีกที รวมทั้งมีข้อสรุปเสนอให้มีการกำหนดเครื่องหมายประจำชาติ 3 สิ่งคือ ดอกไม้ สัตว์และสถาปัตยกรรม และก็การใคร่ครวญก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเสนอให้กำหนดดอกไม้ประจำชาติคือ ดอกราชพฤกษ์ สัตว์ประจำชาติหมายถึงช้างไทย แล้วก็สถาปัตยกรรมประจำชาติคือ ศาลาไทย
            เหตุที่เลือก ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติเพราะว่ามีความเหมาะสมในหลายๆด้านเป็นเป็นดอกไม้จากต้นไม้ที่ถูกเสนอให้เป็นต้นไม้ประจำชาติเมื่อครั้งที่กรมป่าไม้เสนอไว้ เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืน คงทน ปลูกขึ้นได้ดีทั่วทุกภาคของประเทศ เป็นต้นไม้พื้นบ้านที่รู้จักแพร่หลาย มีชื่อเรียกหลายชื่อแตกต่างกันในแต่ละภาค ได้แก่ คูน คูน อ๋อดิบ ราชพฤกษ์เป็นไม้มงคลใช้ประโยชน์ในพิธีการสำคัญๆดังเช่น ลงหลักเมือง ลงเสาเอก ทำคฑาจอมพลแล้วก็ยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร ในช่วงฤดูร้อนราชพฤกษ์จะมีดอกสะพรั่งอีกทั้งต้น ช่อดอกมีทรงสวยสดงดงาม สีเหลืองอร่ามเป็นเครื่องหมายของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำประเทศ แล้วก็เป็นสีเดียวกับวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นอกเหนือจากนี้ความสวยของช่อดอก แล้วก็ความหมายที่ดียังถูกจำทดลองแบบประดับไว้บนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนอีกด้วย
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
ส่งดอกไม้ประจำชาติไทยหมายถึงดอกราชพฤกษ์ (Golden shower) หรือ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของ ดอกราชพฤกษ์หมายถึงCassia fistula
           ดอกไม้สีเหลืองสวยงามที่พบได้ทั่วไปมองเห็นได้ทั่วไปตามข้างถนนสายต่างๆคือสีสันของ ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ต้นไม้มงคลที่ได้รับการยกย่องให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย ทั้งยังมั่นใจว่าเป็นต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้วจะเสริมให้คนภายในบ้านทรงเกียรติขั้นชื่อ เสียงมากเพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งใกล้เข้าสู่เวลาแห่งการเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้านอาเซียนกันแล้ว ในวันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำข้อมูลเกี่ยวกับดอกไม้ประจำชาติไทยอย่าง ดอกราชพฤกษ์ มาให้ทำความรู้จักกันจ้า
ประวัติดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน ฯลฯไม้พื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ รวมทั้งศรีลังกา โดยนิยมปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้ง และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 แต่ว่าก็ยังไม่ได้บทสรุปแจ่มแจ้ง ตราบจนกระทั่งมีการลงนามให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ตอนวันที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2544

ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เนื่องจากว่า ต้นราชพฤกษ์ มีดอกสีเหลืองยกช่อ มองสง่างาม อีกทั้งยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชการเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" และมีการลงนามให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นเลิศใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย รวมทั้ง 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เพราะว่าฯลฯไม้ท้องถิ่นที่รู้จักกันอย่างมากมาย รวมทั้งมีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับจารีตหลักๆในไทยแล้วก็เป็นต้นพืชที่มีความมงคลที่นิยมนำมาปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย ได้แก่ ใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ เป็นต้น
  • มีสีเหลืองงาม พุ่มงามเต็มต้น เปรียบเป็นสัญลักษณ์ที่พุทธศาสนา
  • มีอายุยืนนาน และก็คงทน
ลักษณะทั่วไป
           เป็นต้นไม้ขนาดกลาง สูงราวๆ 10-20 เมตร มีดอกเป็นช่อสีเหลืองอร่าม แต่ละช่อยาวราว 20-40 ซม. โดยกลีบดอกไม้จะเป็นสีเหลือง 5 กลีบ มีผลยาวราว 30-60 เซนติเมตร มีกลิ่นแรง แล้วก็มีเม็ดที่เป็นพิษ
การปลูกดอกราชพฤกษ์
           นิยมปลูกด้วยเม็ด โดยจะมีการเจริญวัยช้าในช่วง 1-3 ปีแรก แต่ต่อจากนั้นจะมีการเติบโตเร็วขึ้น แล้วก็มีดอกตอนอายุโดยประมาณ 4-5 ปี
การรักษา
           แสงสว่าง : ต้องการแสงอาทิตย์จัด หรือกลางแจ้ง และเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ถูกใจน้ำน้อย ควรจะรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนก้าวหน้า
           ดิน : สามารถเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ดินร่วนซุยคละเคล้าทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยมูลสัตว์ ในอัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น แล้วก็ควรให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
การขยายพันธุ์
           แนวทางขยายพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยมเป็นการเพาะเมล็ด โดยใช้เม็ดใหม่ๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่จะต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน เพราะเหตุว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ แล้วต่อจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ผ่านวัน จึงค่อยเทน้ำออกให้เหลือปริมาณพอเพียงหล่อเลี้ยงเม็ดได้ แล้วหลังจากนั้นทิ้งไว้อีกคืนก็จะพบรากผลิออก และสามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเชื่อเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           มั่นใจว่าฯลฯพืชที่มีความมงคล ที่ควรจะปลูกเอาไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และถ้าปลูกเอาไว้ในบ้านจะช่วยทำให้ทรงเกียรติยศ เกียรติ และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยเวท โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เหตุเพราะเป็นพืชที่มีความเป็นสิริมงคลนาม http://www.disthai.com/

12


ราชพฤกษ์

คูน ผลดีและก็สรรพคุณของคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
ประวัติความเป็นมาดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นเมืองของเอเชียใต้ ตั้งแต่ปากีสถาน ประเทศอินเดีย ประเทศพม่า รวมทั้งศรีลังกา โดยนิยมนำมาปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเติบโตก้าวหน้าในที่โล่ง แล้วก็เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2506 แม้กระนั้นก็ยังมิได้ผลสรุปแน่ชัด จวบจนกระทั่งมีการลงชื่อให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 ต.ค. พ.ศ. 2544
ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เพราะว่า ต้นราชพฤกษ์ ออกดอกสีเหลืองยกช่อ มองสง่างาม ทั้งยังยังมีสีตรงกับ สีทุกวันพระราชการเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของพระเจ้าแผ่นดิน" และมีการเซ็นชื่อให้ต้นราชพฤกษ์ เป็นเลิศใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เนื่องจากฯลฯไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และก็มีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวกับจารีตหลักๆในไทยแล้วก็ฯลฯพืชที่มีความมงคลที่นิยมนำมาปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค อีกทั้งยังใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ ฯลฯ
  • มีสีเหลืองแพรวพราว พุ่มไม้สวยเต็มต้น เทียบเป็นเครื่องหมายแห่งพุทธศาสนา
  • มีอายุยืนนาน แล้วก็แข็งแรง


คูน หรือ ราชพฤกษ์ (Golden Shower, Indian Laburnum) เป็นพืชสมุนไพรชนิดยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเรียกตามแคว้นต่างๆตัวอย่างเช่น ภาคเหนือเรียก ราชพฤกษ์, ต้นลมแล้ง หรือชัยพฤกษ์ ส่วนจังหวัดปัตตานีเรียก ลักเคย หรือลักเกลือ รวมทั้งกะเหรี่ยง-กาญจนบุรีเรียก กุเพยะ เป็นต้น ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรพื้นเมืองของทวีปเอเชียใต้ไปจนถึงอินเดีย ศรีลังกา รวมทั้งเมียนมาร์ และคูนหรือราชพฤกษ์นี้ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทยอีกด้วย
————– advertisements ————–
การดูแลและรักษา
           แสง : อยากแสงแดดจัด หรือที่โล่งแจ้ง และเติบโตได้ดิบได้ดีในที่โล่งเป็นพิเศษ
           น้ำ : ชอบน้ำน้อย ควรจะรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนได้ดิบได้ดี
           ดิน : สามารถเติบโตได้ดิบได้ดีในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยมูลสัตว์ ในอัตรา 2-3 โลต่อต้น รวมทั้งควรจะให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
การขยายพันธุ์
           แนวทางเพาะพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยม คือ การเพาะเมล็ด โดยใช้เมล็ดสดๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่ต้องเลือกขลิบรอบๆด้านป้าน เนื่องจากว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ จากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ข้ามวัน แล้วก็ค่อยเทน้ำออกให้เหลือปริมาณพอเพียงหล่อเลี้ยงเม็ดได้ แล้วต่อจากนั้นทิ้งไว้อีกคืนก็จะพบรากงอก แล้วก็สามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเลื่อมใสเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าเป็นต้นพืชที่มีความเป็นสิริมงคล ที่ควรปลูกเอาไว้ภายในทิศตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งถ้าปลูกเอาไว้ภายในบ้านจะช่วยทำให้มีเกียรติตำแหน่ง เกียรติ และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยเวท โดยใช้ใบทำน้ำพระพุทธมนต์สะเดาะเคราะห์ เนื่องจากว่าเป็นไม้มงคลนาม
ลักษณะทั่วไปของคูน
สำหรับต้นคูนนั้นจัดว่าเป็นไม้ต้นขนาดกึ่งกลาง โดยลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา มักขึ้นตามป่าผลัดใบ หรือในดินซึ่งสามารถถ่ายเทน้ำเจริญ ส่วนใบจะมีสีเขียวเป็นมัน โคนมน เนื้อใบเกลี้ยงรวมทั้งบาง ดอกจะออกเป็นช่อ มีกลีบทรงไข่กลับอยู่ 5 กลีบ รวมทั้งมองเห็นเส้นกลีบชัดแจ้ง ฝักอ่อนมีสีเขียวรวมทั้งจะเป็นสีดำเมื่อแก่จัด และในฝักจะมีผนังเยื่อบางๆกันเป็นช่องๆอยู่ตามแนวขวางของฝัก และภายในช่องพวกนี้จะมีเม็ดสีน้ำตาลแบนๆอยู่
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
คุณประโยชน์และก็สรรพคุณของคูน
ใบ – ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนัง ฆ่าเชื้อโรคต่างๆช่วยระบายท้อง สามารถใช้พอกแก้ลักษณะของการปวดข้อ หรือแก้ลมตามข้อ รวมทั้งช่วยแก้โรคอัมพาตของกล้ามบนบริเวณใบหน้า หรือนำไปต้มกินแก้เส้นทุพพลภาพ แล้วก็โรคเกี่ยวกับสมอง ให้รสเมา
ดอกราชพฤกษ์ – ช่วยระบายท้อง แก้ไข้ แก้พรรดึก (ท้องผูก) แล้วก็โรคกระเพาะของกิน และแผลเรื้อรัง ให้รสขมเปรี้ยว
ราก – ช่วยสำหรับในการฆ่าเชื้อโรคกุฏฐัง ระบายพิษไข้ แก้กลากหรือเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึมหนักบริเวณศีรษะ รวมทั้งช่วยถ่ายสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนออกจากร่างกาย แก้อาการหายใจขัด ทำให้สดชื่นหน้าอก แก้ลักษณะของการมีไข้ ไปจนกระทั่งรักษาโรคหัวใจ ถุงน้ำดี มีฤทธิ์ถ่ายแรงกว่าเนื้อในฝัก สามารถใช้ได้กับเด็กหรือสตรีตั้งท้อง ไม่มีผลข้างเคียงอะไรก็แล้วแต่ให้รสเมา
แก่น – ช่วยสำหรับในการขับพยาธิไส้เดือน ให้รสเมา
กระพี้ – ช่วยแก้โรครำมะนาด ให้รสเมา
เนื้อในฝัก – ใช้พอกเพื่อช่วยแก้ลักษณะของการปวดข้อ แก้ตานขโมย แก้ไขไข้มาลาเรีย แก้บิด ถ่ายพยาธิ หรือคนที่มีลักษณะท้องผูกเรื้อรัง แล้วก็ถ่ายเสมะรวมทั้งแก้พรรดึก (ท้องผูก) ไปจนถึงระบายพิษไข้ สามารถใช้ได้ในเด็กและก็สตรีท้อง ไปจนกระทั่งเป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนหรือไข้ท้อง ให้รสหวานเอียน
เปลือกฝัก – ทำให้แท้งลูก ทำให้คลื่นไส้ และขับรกที่ค้างอยู่ออกมา ให้รสเฝื่อนเมา
เม็ด – ทำให้อาเจียน ให้รสฝาดเมา
เปลือกต้น – ช่วยแก้อาการท้องร่วง ใช้ฝนผสมกับต้นหญ้าฝรั่น น้ำดอกไม้เทศ แล้วก็น้ำตาล รับประทานเพื่อให้เกิดลมเบ่ง ให้รสฝาดเมา
เปลือกราก – ช่วยแก้ไข้ไข้มาลาเรีย และก็ระบายพิษไข้ ให้รสฝาด
ดอกคูน หรือ ดอกราชพฤกษ์
ต้นคูนมักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนแล้วก็กึ่งเขตร้อน สามารถเติบโตเจริญในที่โล่ง แล้วก็ปลูกได้ง่ายอีกทั้งในดินซึ่งร่วนซุย ดินร่วนซุยผสมทราย หรือดินร่วนซุยเหนียว รวมทั้งยังทนต่อสภาพภูมิอากาศแห้งและดินเค็มได้ดิบได้ดี แม้กระนั้นแม้อากาศหนาวจัดอาจส่งผลให้ติดโรคราหรือโรคใบจุดได้http://www.disthai.com/

Tags : สมุนไพรราชพฤษ์

13

ชื่อสกุล : LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia fistula L.
ชื่อสามัญ : Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree
ชื่อพื้นเมืองอื่น : คูน (ภาคเหนือ) ; ปูโย, เปอโซ, ปือยู, แมะหล่าหยู่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; คูณ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ) ; ชัยพฤกษ์, ราชพฤกษ์ (ภาคกึ่งกลาง) ; กุเพยะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
ประเภทนี้ตำราเรียนหลังเล่มเสนอ ชื่อใหม่เป็นเพียงแต่ระดับประเภทย่อยหมายถึงCassia javanica L.subsp javanica K.& S.S .Larsen พืชจำพวกนี้เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก ถึงขนาดกึ่งกลาง สูงได้ถึง ๑๕ เมตร เมื่อลำต้นอย่างอ่อนอยู่มีน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมาจากกิ่งแก่ที่หลุดร่วงไป แต่เมื่อต้นแก่ขึ้นจะหายไป ลำต้นไม่เป็นปุ่มปม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน มีใบย่อย ๕-๑๕ คู่ ก้านใบยาว ๑.๕-๔ เซนติเมตร ศูนย์กลางใบยาว ๒๐-๓๐ ซม. ใบย่อยรูปไข่แกมรูปมูลหรือรูปขอบขนาน กว้าง ๑.๕-๓ เซนติเมตร ยาว ๒-๕ ซม. ปลายใบกลมหรือมน โคนใบกลม ใต้ใบมีขนละเอียดอยู่เอนราบกับผิวใบ ก้านใบย่อยสั้นมาก ดอกออกเป็นช่อตามกิ่ง ก้านช่อดอกใหญ่แล้วก็แข็ง ไม่แตกแขนง ยาว ๕-๑๖ ซม. เมื่อเริ่มบานมีสีชมพูแล้ว กลายเป็นสีแดงเข้ม เมื่อใกล้โรยเปลี่ยนเป็นสีออกขาว ดอกย่อยมีก้านเรียวยาว ๓-๕ ซม.[url=http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] มีกลีบเลี้ยงมี สีแดงเข้มถึงสีแดงอมน้ำตาล รูปไข่ ปลายแหลม ยาว ๗-๑๐ มิลลิเมตรกลีบรูปไข่กลับ กว้าง ๗-๘ มม. ยาว ๒๕-๓๕มิลลิเมตร โคนกลีบดอกเป็นก้านยาวราว ๓ มม.  เกสรเพศผู้มี ๑๐ อัน ปริมาณยาวไม่เท่ากัน รังไข่เรียว ขนหุ้มบางๆผลเป็นฝักรูปกระบอกขนาดวัดผ่าศูนย์กลางราม ๑-๑.๕ ซม. ยาว ๒๐-๖๐ ซม. ห้อยลงมาจากกิ่ง ฝักแก่สีดำ เกลี้ยง ไม่มีขน ไม่แตก มีเม็ดจำนวนมาก รวมทั้งรูปแบนเกือบจะกลม สีน้ำตาลเป็นมัน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ต้น (T) สูงโดยประมาณ 5-15 เมตร เปลือกต้นเรียบ เกลี้ยง สีเทาอ่อนหรือสีเทาอมน้ำตาล สีเทาอมขาว หรือสีนวล
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบเรียงสลับ ลักษณะใบย่อยรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบมน แผ่นใบสีเขียว มีใบย่อยประมาณ 4-12 คู่
ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ เป็นช่อแขวนระย้าออกตามกิ่งหรือออกตามง่ามใบ ออกดอกแบบสมมาตรข้างๆ มีกลีบดอกไม้ 5 กลีบ สีเหลืองสด โดยกลีบดอกไม้เหนือสุดจะเรียงอยู่รอบในสุด ดอกมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆ
ผล เป็นฝักกลม ทรงกระบอกยาว ผิวเรียบ แล้วก็มีเปลือกแข็ง ด้านในมีผนังแบนสีน้ำตาล กั้นเป็นห้องและก็มีเมล็ดห้องละ 1 เมล็ด ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือดำ
เม็ด มีเนื้อหุ้มห่อนิ่มๆสีน้ำตาลไหม้ หรือสีดำ ลักษณะกลมมนแล้วก็แบน มีรสหวาน
นิเวศวิทยา
ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วไป มีมากมายทางภาคเหนือ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับรวมทั้งปลูกข้างถนนเพื่อความสวย
การปลูกรวมทั้งแพร่พันธุ์
ปลูกง่ายรวมทั้งเจริญวัยได้ในดินแทบทุกจำพวก แต่ว่าจะถูกใจดินร่วนผสมทราย เพาะพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ดและตอนกิ่ง

ผลดีทางยา
รสแล้วก็คุณประโยชน์ในตำราเรียนยา
ราก รสเมา เป็นยาบำรุง รักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี เป็นยาถ่ายอย่างแรง รักษาลักษณะของการมีไข้ ระบายพิษไข้ ถ่ายสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ฆ่าเชื้อคุดทะราด แก้ขี้กลากเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึม หนักหัว
เปลือกราก รสฝาด ต้มดื่มแก้ไข้มาลาเรียรวมทั้งระบายพิษไข้ ใช้ร่วมกับเนื้อในฝักเป็นยาแก้ไข้ไข้มาลาเรียแล้วก็เป็นยาระบาย
แก่น รสเมา ใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน รักษาอาการท้องเสีย และช่วยเร่งคลอด
ราชพฤกษ์เปลือกต้น รสฝาดเมา ใช้เป็นยาช่วยเร่งคลอด รักษาอาการท้องเสีย
กระพี้ รสเมา ใช้แก้รำมะนาด
ฝัก เนื้อในฝักรสหวานเอียน ใช้กินเป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอก ฟอกหรือชำระน้ำดี แก้ลมเข้าข้อและก็ขัดข้อ
เปลือกฝัก รสฝาดเมา ทำให้แท้งลูก ขับรกที่ค้าง รวมทั้งทำให้อาเจียน
ใบแก่ รสเมา ใบสดหรือตากแห้ง ใช้เป็นยาถ่าย รักษาอัมพาต ฆ่าเชื้อโรคทั้งผอง ฆ่าพยาธิผิวหนัง รักษาอัมพาตของกล้ามบนใบหน้า พอกแก้ปวดข้อ หรือต้มน้ำดื่มแก้โรคเกี่ยวกับสมอง แก้เอ็นพิการ
ใบอ่อน รสเมา ตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทารักษาโรคกลากโรคเกลื้อน แก้ไข้รูมาติก
ดอก รสเปรี้ยวขม ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร เป็นยาถ่ายพยาธิ ต้มดื่มแก้ไข้ แก้แผลเรื้อรัง ช่วยหล่อลื่นในไส้ ระบายท้อง
เมล็ด ช่วยกระตุ้นให้อาเจียน เป็นยาถ่าย
ราชพฤกษ์ วิธีรวมทั้งจำนวนที่ใช้
แก้อาการท้องผูก โดยเอาเนื้อในฝักแก่หนักราว 5-10 กรัม ต้มกับน้ำ 500 ซีซี ใส่เกลือบางส่วน ดื่มก่อนนอนหรือตอนเวลาเช้าก่อนอาหาร เป็นยาระบายที่เหมาะสำหรับคนที่ท้องผูกเสมอๆ และสตรีท้องก็ใช้ฝักคูณเป็นยาระบายได้
รักษาโรคกระเพาะ โดยใช้ฝักประมาณ 30 กรัม ผสมน้ำ 100 ซีซี ต้มให้เดือดแล้วก็เหลือน้ำ 50 ซีซี ดื่มให้หมดครั้งเดียว วันละ 3 ครั้ง http://www.disthai.com/

Tags : ประโยชน์ราชพฤกษ์

14

น้ำมันเหลือง
ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรน้ำมันเหลืองประสิทธิภาพเยี่ยม ทำมาจากพืชสมุนไพรจำพวกต่างๆกัน สรรพคุณที่ใช้ดม ทา นวด เพื่อทุเลาอาการต่างๆคุณประโยชน์นี้ไม่ด้อยกว่ายาแผนปัจจุบันอย่างยิ่งจริงๆ

  • ใช้ได้กับอาการอย่างไงบ้าง ?


▪ทุเลาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด แก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเหมือนจะเป็นลม
▪แก้เคล็ดขัดยอก ฟกช้ำดำเขียว ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปวดบวม
▪ทาท้องเพื่อขับลมภายในท้อง
▪ทาแก้ผดผื่น ตุ่มคัน
▪ทาก่อนนอนทำให้หลับง่ายขึ้น จิตใจสงบ บรรเทา ทาถูนวดฝ่าเท้า ไล่เลือดลม
▪ใช้ทาแก้ เหน็บชา ตะคริว ปวดสันหลังปวดบั้นเอว ปวดหัวเข่า ฟกช้ำดำเขียว ปวดกล้าม สูดแก้อ้วก หน้ามืด โรคหอบหืด รวมทั้งไซนัส

  • มีสเตอรอยด์ไหม ?


ไม่มีสเตอรอยด์ ไม่มีสารเคมี ทำมาจากสมุนไพรไทย 100% จึงสามารถใช้ทาได้ทุกเพศทุกวัย ทาบีบนวดเบาๆได้ตลอดเมื่อมีลักษณะอาการ ใช้แล้วไม่มีการสะสม ลูกค้าก็เลยติดอกติดใจมากมาย
ลักษณะของน้ำมันเหลืองสมุนไพร
น้ำมันเหลืองสมุนไพร สืบทอด ค่าตำรับไทย ไม่มีส่่วนผสมสารเคมี น้ำหอม เป็นน้ำมันซึ่งสกัดจาก สมุนไพรและว่านต่างๆหลายชนิด ใช้สูดอาการหวัดคัดจมูก เวียนหัวหัว หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมเป็นแล้ง ทาเช็ดนวด ปวด บวมช้ำ เหน็บชา ปวดตามเส้นตามข้อ เอ็น เส้นเอ็น มือเท้าตาย เคล็ดลับขัดยอก เมื่อยกล้ามเหน็ดเสียว ตามร่างกาย โรคผิวหนัง ผื่นผื่นคัน แมลงสัตว์กัดต่อย อื่นๆอีกมากมาย น้ำมันเหลืองสมุนไพร จังหวัดตราดอกบัวสี : ทาแล้วแห้งเร็ว มีกลิ่นหอมสดชื่นของ สมุนไพร ข้อควรคำนึง : ควรที่จะเก็บเอาไว้ภายในที่ร่มไม่ควรถูกแสงอาทิตย์ ใช้ทาถูนวดรวมทั้งสูดดม
ใช้งานได้ดิบได้ดีทั้งยังทางผิวหนังแล้วก็ทางกล้ามเนื้อ เป็นน้ำมันเหลืองสมุนไพรสำหรับอาการเวียนหัวศีรษะเป็นลมเป็นแล้งรวมทั้งอาการคัดจมูกทาเพื่อทุเลาความอ่อนล้า คลายเคียด เคล็ดลับปวดเมื่อยอักเสบบวมแมลงกัดผื่นคัน และก็ เมารถเมาเรือ สามารถทำให้ร่างกายปรับสมดุลได้อย่างเร็ว
ส่วนผสมของน้ำมันเหลืองสมุนไพร

  • เมนทอล 1000 กรัม 2. พิมเสน 400 กรัม 3. การบูร 300 กรัม 4. น้ำมันเข้มข้นสกัดจากสมุนไพร 200 กรัม 5. เอสเซ็นเชียล ออยล์ 50 กรัม 6. กลิ่นที่อยาก
ลักษณะของน้ำมันเหลืองสมุนไพร
ใช้น้ำมันหลืองสมุนไพร 3 หยดและเช็ดบริเวณรอบๆท้องแล้วก็รอบสะดือ เพื่อทุเลาลักษณะของการปวดท้องหรือท้องเฟ้อ ใช้น้ำมันเหลืองสำหรับอาการคัดจมูกโดยการทาที่บริเวณอกรวมทั้งข้างหลัง2-3หยด ทาบริเวณที่ถูกแมลสัตว์กัดต่อย เบาๆหรืออาการปวดเมื่อยแล้วก็อาการอักเสบก ของกล้าม แล้วนวดเบาๆเพื่อให้น้ำมันเหลืองสมุนไพรซึมไปสู่ผิวได้ง่าย 2-3 ครั้งก็จะกระปรี้กระเปร่าขึ้น เก็บน้ำมันในอุณหภูมิปกติและก็ปกป้องรักษามันจากความร้อน.
น้ำมันเหลืองสมุนไพรสร้างขึ้นมาจากสูตรดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่น โดยมีส่วนผสมของน้ำมันที่สกัดจากสมุนไพรเข้มข้นจากประเทศไทยหลากหลายประเภทดังเช่น ไพลเหลือง, ขมิ้นอ้อย,ขมิ้นชัน,ดีปลี,ว่านน้ำ,แล้วก็สมุนไพรอื่นๆอีกมากมาย ที่มีคุณลักษณะในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและร่างกายได้ ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันนี้
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นวิธีสำหรับในการดูแลภาวะผิวแล้วก็สุขภาพที่ขอเสนอแนะเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรแล้วก็พืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ โดนการนำสารสกัดกลิ่นและเนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมสดชื่น และสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้พวกเราผ่อนคลาย รวมถึงช่วยในเรื่องของความชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูคุณประโยช์จากการนวดน้ำมันว่ามีคุณประโยชน์ในด้านใดบ้าง
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยบอสตันเปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่ขยายที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนหลับเจริญขึ้น ทุเลาลักษณะของการเจ็บปวด รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่ระบาด จะทรมาทรกรรมจากอาการเจ็บปวดลดลง อ้วกน้อยครั้ง หรือเปล่าอาเจียนเลย รู้สึกสดชื่นขึ้น ความดันดีมากกว่าเดิม และก็เครียดจากลักษณะการป่วยลดลง ภายหลังจากได้รับการบำบัดด้วยแนวทางนวด
แพทย์ท้องถิ่นหรือการแพทย์แผนไทย เห็นด้วยในสรรพคุณอันแสนวิเศษของยาแผนโบราณตามตำรายาสมุนไพร ตำรับโบราณวัดโพธิ์หรือวัดพระเชเหม็นตุพนบริสุทธิ์มังคลาราม ซึ่งเป็นยาสมุนไพรแผนโบราณขนานเอกที่เป็นที่รู้จักดังแล้วก็ได้รับความเชื่อใจในการรักษาโรคมานานมากแล้ว สมกับคำที่กล่าวไว้ว่า "นวดแผนโบราณ ยาแผนโบราณ ตำราเรียนยาสมุนไพร จะต้องวัดโพธิ์ ความคิดของคนไทยทั้งประเทศของบรรพบุรุษไทย"
บริการนวดน้ำมันนวดรวมทั้งโดยมากสร้างความเข้มแข็ง ระบบภูมิคุ้มกันและช่วยสำหรับการย่อยอาหารดียิ่งขึ้น.
ศิลป์ที่สวยงามของการนวดได้ทวีความรุนแรงมากเพิ่มขึ้นน้ำมันเหลืองมันบางมากมาย. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณสมบัติรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อบริการด้านต่างๆสำหรับในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่เยี่ยมที่สุดสำหรับความต้องการส่วนบุคคลของคุณและก็ผ่อนคลายร่างกายของคุณด้วยการนวดผ่อนคลายแล้วก็ฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อรักษาความสมดุลทางจิตใจวิญญาณของคุณและสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.

15

น้ำมันเหลือง คืออะไร ?
น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ทำจากพืชสมุนไพรชนิดต่างๆกัน คุณประโยชน์ที่ใช้สูดดม ทา นวด เพื่อบรรเทาอาการต่างๆสรรพคุณนี้ไม่ด้อยกว่ายาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นวิธีสำหรับในการดูแลสภาพผิวรวมทั้งสุขภาพที่ขอเสนอแนะเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรแล้วก็พืชต่างๆที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย โดนการนำสารสกัดกลิ่นและก็เนื้อน้ำมันเหล่านั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมสดชื่น รวมถึงสัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความตึงเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย รวมถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นรวมทั้งผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้เราจะพาไปดูประโยช์จากการนวดน้ำมันว่ามีสาระในด้านใดบ้าง
โรคนี้จะไม่อาจจะหายไปได้เอง!
โรคต่างๆเกี่ยวกับข้อจะไม่สามารถที่จะหายขาดได้เอง ถึงแม้ว่าอาการที่แสดงออกมาจะร้ายแรงน้อยลงก็ตาม แล้วก็ท้ายที่สุดก็จะแปลงเป็นโรคเรื้อรังรวมทั้งก่อให้เกิดความลำบากสำหรับในการดำเนินชีวิตมากเพิ่มขึ้น
เมื่อปลดปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยปัญหาเกี่ยวกับข้อที่มีอยู่ก็จะแผ่ขยายไปกระทั่งทำให้มีแค่เพียงการผ่าตัดเพียงแค่นั้นที่จะเป็นทางออกเดียวที่ช่วยได้
ในบางครั้งที่เป็นรุนแรงมากมายจำเป็นจะต้องเปลี่ยนข้อต่อทั้งผองด้วย
ความเจ็บปวดมีก็แค่จะมากเพิ่มขึ้น
การผ่าตัดสามารถหลีกเลี่ยงได้
ฟื้นฟูข้อต่อของคุณให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงเวลาที่โรคยังมิได้แผ่ขยายเกินความจำเป็นนัก
  แพทย์พื้นเมืองหรือการแพทย์แผนไทย สารภาพในสรรพคุณอันดีเลิศของยาแผนโบราณตามตำรายาสมุนไพร ตำรับเก่าแก่วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนใสมังคลาราม ซึ่งเป็นยาสมุนไพรแผนโบราณขนานเอกที่เป็นที่รู้จักโด่งดังรวมทั้งได้รับความเชื่อใจสำหรับในการรักษาโรคมาเนิ่นนานแล้ว สมกับคำที่กล่าวไว้ว่า "นวดแผนโบราณ ยาแผนโบราณ ตำราเรียนยาสมุนไพร จะต้องวัดโพธิ์ ความคิดของคนไทยตลอดชาติของบรรพบุรุษไทย"
ศิลป์ที่งามของการนวดได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆด้วยการนวดน้ำมันบางมากมาย. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณลักษณะรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อให้บริการด้านต่างๆในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งที่มีความต้องการส่วนบุคคลของคุณและบรรเทาร่างกายของคุณด้วยการนวดผ่อนคลายและก็ฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อจะรักษาความสมดุลทางจิตใจวิญญาณของคุณแล้วก็ร่างกายที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.

  • สรรพคุณมีอะไรบ้าง ?


สรรพคุณของน้ำมันเหลือง สมุนไพรนั้น มีเยอะแยะทีเดียว
ทุเลาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด แก้วิงเวียนหัว หน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเป็นแล้ง
แก้กลยุทธ์ปวดเมื่อย ฟกช้ำ ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปวดบวม
ทาท้องเพื่อขับลมข้างในท้อง
ทาแก้ผดผื่น ตุ่มคัน
ทาก่อนนอนทำให้หลับง่ายมากยิ่งขึ้น จิตใจสงบ บรรเทา ทาเช็ดนวดฝ่าเท้า ไล่เลือดลม
ใช้ทาแก้ เหน็บชา ตะคริว ปวดสันหลังปวดบั้นเอว ปวดหัวเข่า ปวดขา บวมช้ำ ปวดกล้าม สูดดมแก้อ้วก ตาลาย โรคหอบหืด รวมทั้งไซนัส
- ทุเลาอาการหน้ามืดศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมเป็นแล้ง
- แก้เคล็ดลับปวดเมื่อย ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย
- ทาท้องเพื่อขับลมด้านในท้อง
- ทาแผลมีดบาด ทาแก้ผดผื่น
- ทาก่อนนอนช่วยให้หลับง่ายดายมากยิ่งขึ้น
- ทุเลาอาการคัดจมูก เนื่องด้วยหวัด
น้ำมันเหลืองผลการศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันเปิดเผยว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะแพร่กระจายที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนหลับก้าวหน้าขึ้น บรรเทาลักษณะการเจ็บปวด รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เผยว่า คนไข้โรคมะเร็งระยะแพร่ไป จะทรมานจากลักษณะของการเจ็บปวดน้อยลง อาเจียนน้อยครั้ง หรือเปล่าคลื่นไส้เลย รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น ความดันดีมากกว่าเดิม และเครียดจากลักษณะการป่วยลดน้อยลง ภายหลังได้รับการบำบัดด้วยวิธีการนวด
การเลือกน้ำมันนวด
การเลือกน้ำมันเหลืองขึ้นกับการใช้งาน แล้วก็คุณประโยชน์ต่างๆของน้ำมันเหลืองแต่ละชนิด โดยส่วนใหญ่น้ำมันรากฐานที่นิยมนำมาผสมทำน้ำมันเหลือง เช่น น้ำมันที่ทำจากเมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งมีวิตามินอี สูงกว่าน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากถั่วเหลือง แล้วก็น้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ รวมทั้งทำลายของเสียที่ทำร้ายเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นโลหิต คุ้มครองการเกิดโรคมะเร็ง นอกเหนือจากนี้น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต้องต่อสภาพทางด้านร่างกาย ทั้งยังยังช่วยทำให้ผิวพรรณนุ่มสดชื่น
โดยดังนี้น้ำมันแต่ละจำพวกจะมีคุณสมบัติ และคุณค่าที่นานับประการ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้สมควรตามการใช้แรงงาน
อุปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์
1.เมนทอล 300 กรัม
2.พิมเสน 100 กรัม
3.การบูร 100 กรัม
4.หัวไพลแก่จัด 200 กรัม
5.น้ำมันงาบริสูทธิ์ 50 กรัม
6.กระทะสำหรับทอดหัวไพล
7.ภาชนะสำหรับผสมสาร ดังเช่น ขวดบรรจุกาแฟ ขวดแก้ว
วิธีทำ
1.ล้างหัวไพลให้สะอาดตากให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแห้ง
2.ทอดหัวไพลในน้ำมันงาโดยใช้ไฟอ่อนๆทอดไปจนกระทั่งน้ำมันเป็นสีเหลือง เสร็จแล้วใส่สมุนไพรครั้งละตัวทอดถึงแม้ว่าจะหมดฟองชูลงจากเตากรองเอากากทิ้ง
3.นำส่วนผสม 3 ชนิด ในอัตราส่วนที่ระบุเป็น(เมนทอล 3 ส่วน พิมเสน 1 ส่วน พิมเสน 1 การบูร 1 ส่วน )เทผสมรวมกันในภาชนะสำหรับผสมสาร
4.ใช้ไม้พายเล็กคนให้ส่วนประกอบทั้งหมดทั้งปวงละลายเป็นของเหลว (ถ้าไม่ใช่ไม้คนอาจใช้กรรมวิธีการเขย่าขวดให้ส่วนผสมละลายก็ได้
5.เติมน้ำมันที่สกัดจากหัวไพลลงไป คนให้เข้าเป็นเนื้อเดียว
6.น้ำมันเหลืองที่ได้บรรจุขวดปิดฝาให้แน่น
คุณประโยชน์น้ำมันเหลือง เป็นผลิตภัณฑ์ ที่คนส่วนใหญ่นิยมทำใช้คุ้นเคย เพราะสมุนไพรหาได้ง่าย ใช้ทาแก้อัมพาต เหน็บชา ปวดสันหลังปวด บั้นท้าย ปวดหัวเข่า ฟกช้ำ ปวดกล้ามเนื้อ ดมกลิ่นแก้คลื่นใส้ วิงเวียน หอบหือ รวมทั้งไซนัส

หน้า: [1] 2 3 ... 11