แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 54
31
เมื่อกล่าวถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ามามีหน้าที่ในชีวิตประจำวันของเราสูงที่สุดนั้น โต๊ะ น่าจะเป็นอย่างแรกๆที่คนอีกจำนวนไม่น้อยระลึกถึง โต๊ะ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ในตอนนี้มีการผลิตออกมาอย่างมากมาย มีหลายรูปแบบ หลายขนาดให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้งานกันทั้งขนาดใหญ่และก็ขนาดเล็ก ซึ่งโดยปกติ โต๊ะมักจะถูกใช้ประโยชน์ประโยชน์ในด้านของการตั้งวาง จัดเก็บสิ่งของต่างๆที่มีอยู่ในบ้าน รวมทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งวางข้าวของระหว่างใช้ซึ่งด้วยขนาดโต๊ะที่มีอยู่อย่างมากมายในขณะนี้ ทำให้การใช้งานผลดีทำได้ไม่เหมือนกัน ถ้าหากเป็นโต๊ะขนาดเล็ก จะสามารถใช้งานผลดีได้น้อยกว่า ส่วนโต๊ะขนาดใหญ่ จะรองรับการใช้งานแรงงานได้มากกว่า อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดของโต๊ะ ก็นำมาซึ่งการทำให้ความสบายสำหรับการใช้งานงานไม่เหมือนกันด้วย โดยโต๊ะขนาดเล็กจะไม่กินพื้นที่ ย้ายที่ได้สะดวก มีความมากมายหลากหลายสำหรับเพื่อการใช้งานมากยิ่งกว่า ในช่วงเวลาที่โต๊ะขนาดใหญ่จะกินพื้นที่มาก มีน้ำหนักมาก โยกย้ายได้ตรากตรำ ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นสำหรับในการใช้สอยน้อย ด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้ ทำให้ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรายต่างพากเพียรสร้างสรรค์โต๊ะที่สามารถใช้งานงานได้มากมาย มีความยืดหยุ่นทางการใช้สอย ย้ายที่สบาย ไม่กินพื้นที่ จนถึงสุดท้ายก็ได้ออกมาเป็น โต๊ะเอนกประสงค์ โต๊ะที่ประสานความยืดหยุ่นในการใช้งาน รวมทั้งความเต็มที่สำหรับในการใช้งานประโยชน์เข้าไว้ร่วมกันได้

โต๊ะเอนกประสงค์ โดยปกติมักถูกวางแบบมาให้เป็นโต๊ะที่มีขนาดกึ่งกลางถึงใหญ่ ช่วยทำให้การใช้งานทำเป็นอย่างเต็มเปี่ยม แม้กระนั้นแต่ ตัวโต๊ะก็ได้มีการออกแบบมาให้สามารถแยกองค์ประกอบได้ เมื่อต้องการเขยื้อน ผู้ครอบครองโต๊ะสามารถถอดองค์ประกอบต่างๆอาทิเช่นขาโต๊ะ พื้นโต๊ะ ออกมาจากกันได้ ในโต๊ะเอนกประสงค์บางรุ่น ยังดีไซน์มาให้ขาโต๊ะสามารถพับเข้าหากันได้ ทำให้สามารถย้ายที่ได้ง่าย ภายใต้น้ำหนักที่เบา เพราะเมื่อส่วนประกอบแยกออกจากกันและพับเข้าหากันได้ ขนาดก็จะเล็กลงน้ำหนักก็จะเบาลงตาม เมื่อถึงพื้นที่ที่อยากได้ตั้งวาง ก็สามารถกางส่วนประกอบทั้งหมดออก แล้วเอามาประกอบเข้าหากัน เปลี่ยนเป็นโต๊ะเหมือนเดิมได้แล้ว ด้วยเหตุนั้นนี้ โต๊ะเอนกประสงค์ ก็เลยเป็นโต๊ะซึ่งสามารถใช้งานได้ตามที่เจ้าของอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นโต๊ะทำงานในห้อง ใช้เป็นโต๊ะสำหรับปาร์ตี้พบปะ หรือจะใช้งานเป็นโต๊ะสำหรับนั่งทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม ที่ในสวนนอกบ้านก็สามารถทำเป็น

เนื่องจากว่าโต๊ะเอนกประสงค์ได้ถูกวางแบบมาให้สามารถใช้งานงานได้สบายเช่นนี้ คนจำนวนไม่น้อยอาจคิดวิตกกังวลขึ้นมาว่า ผู้สร้างจะไปย้ำเรื่องความสบายสบายสำหรับการใช้งาน จนถึงลืมเรื่องความแข็งแรงไปหรือเปล่า ข้อนี้ขอตอบเลยว่า แม้โต๊ะเอนกประสงค์จะถูกวางแบบให้ย้ายที่ได้ ถอดิ้นส่วนได้ แล้วก็ทำให้มีน้ำหนักค่อยก็ตาม แต่ว่าประสิทธิภาพของสิ่งของที่นำมาประกอบในส่วนต่างๆยังคงความแข็งแรงไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เริ่มจากพื้นโต๊ะ ที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่มักใช้สอยพลาสติกคุณภาพดีหรือในบางรุ่นที่ราคาแพงแพงหน่อย พื้นโต๊ะก็มักเป็นกระจกที่ทนต่อการชน สิ่งของตามที่กล่าวมานี้สามารถรับน้ำหนักสิ่งขอที่เอามาวางบนโต๊ะได้อย่างดีเยี่ยม ในโต๊ะบางรุ่นสามารถรับน้ำหนักข้าวของบนโต๊ะได้มากถึง 50 โลอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุนั้นเจ้าของก็เลยพอใจได้ว่า เมื่อนำข้าวของมากมายขึ้นตั้งบนโต๊ะ จะไม่ทำให้โต๊ะมีการยุบ หรือร้าวขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถรับแรงกระแทกได้ดี ไม่มีปัญหาหากแม้เจ้าของจะเผลอทำของหนักร่วงลงบนโต๊ะก็ตาม ในส่วนของขาโต๊ะเอนกประสงค์ ผู้ผลิตจำนวนมากได้ให้ความเอาใจใส่พอควร เพราะเหตุว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักโต๊ะทั้งปวง หากใช้งานอุปกรณ์ที่มีคุณภาพไม่ดี ก็อาจจะก่อให้ขาโต๊ะหัก โต๊ะพังทลายลงมาทั้งที่วางของไว้ด้านบนอยู่ อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำขาโต๊ะโดยมากเป็นอลูมิเนียม รวมทั้งเหล็กกล้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รับน้ำหนักสิ่งของได้อย่างดีเยี่ยม จากข้อมูลพบว่า อลูมินัมแล้วก็เหล็กกล้า สามารถรับน้ำหนักสิ่งของได้แทบร้อยกิโลกรัม ด้วยเหตุนั้นจึงจบปัญหาเรื่องขาหัก โต๊ะทรุด ส่วนการเชื่อมองค์ประกอบแต่ละชิ้น ผู้ผลิตได้เลือกใช้งานสกรูขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถรับแรงกดทับได้มากเป็นร้อยกิโล แม้กระทั่งพับโต๊ะตึงแค่ไหนสกรูก็เป็นไปไม่ได้ขาดหรือหลุดออกมาจากเบ้า ด้วยส่วนประกอบที่ว่ามานี้ เมื่อเอามาประกอบเป็นขาโต๊ะเอนกประสงค์ จึงทำให้โต๊ะสามารถรับน้ำหนักได้พรั่งพร้อม โดยที่ขาของโต๊ะยังคงรูปอยู่ได้ ไม่บิดเบี้ยวผิดรูปราวกับอย่างสิ่งของคุณภาพต่ำอื่นๆ จากคุณลักษณะทั้งพื้นโต๊ะ รวมทั้งขาโต๊ะตามที่กล่าวมา ทำให้โต๊ะเอนกประสงค์ แปลงเป็นโต๊ะซึ่งสามารถใช้งานด้อย่างปลอดภัย รับน้ำหนักสิ่งของได้มาก ทั้งยังย้ายที่ได้สะดวกเพราะเหตุว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นถอดออกมาจากกันได้ อย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับการใช้งานงานโต๊ะเอนกประสงค์เจ้าของโต๊ะจะต้องมีความรอบคอบ ให้ใช้งานโต๊ะดังที่กล่าวมาแล้วสำหรับวางข้าวของแค่นั้น อย่านำโต๊ะเอนกประสงค์ ไปใช้งานอย่างผิดลักษณะ ดังเช่นว่านำไปค้ำจนกระทั่งข้าวของหนักๆหรือนำมาใช้เป็นที่รองยืนเพื่อตะกายขึ้นไปที่สูงเนื่องจากว่าแม้ว่าโต๊ะเอนกประสงค์จะมีความแข็งแรงมากมายแต่ว่ามันก็ถูกดีไซน์มาไว้ใช้งานเฉพาะการวางสิ่งของเท่านั้น ถ้าหากว่าเอาไปใช้งานผิดประเภท อาจจะทำให้โต๊ะได้รับความทรุดโทรม หรือมีอัตราสึกหรอมากขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดา ยิ่งถ้าหากเราเอาไปรองป่ายปีนด้วยแล้ว อาจส่งผลให้โต๊ะรับน้ำหนักไม่ไหว พื้นโต๊ะพัง ขาหัก จนทำให้คนที่ปีนป่ายอยู่ตกลงมาได้รับบาดเจ็บได้

Source: บทความโต๊ะเอนกประสงค์: Index

32
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของพวกเราที่เลอะเทอะได้ง่ายที่สุด ก็คือส่วนเท้า เพราะว่าเป็นส่วนที่เราต้องใช้สัมผัสพื้นเวลาออกเดินไปไหนมาไหน ซึ่งสิ่งสกปรกที่สามารถมาติดเท้าพวกเราได้นั้นมีหลายต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง น้ำสกปรก สิ่งปฏิกูลต่างๆและก็เหงื่อที่จะออกอยู่ตลอดระยะเวลาเมื่อเท้าพวกเราสัมผัสกับพื้น และก็เมื่อเราเดินขึ้นบ้านโดยที่ยังมิได้ชำระล้างเท้าก่อน ย่อมส่งผลให้เกิดคราบสกปรกติดพื้นบ้านได้ ด้วยเหตุนั้น พรมที่ใช้สำหรับเช็ดเท้า ก็เลยเป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกที่อยู่อาศัยต้องมี เพื่อที่เวลาพวกเรากลับจากออกไปด้านนอกมาแล้ว จะสามารถถูทำความสะอาดเท้า จัดการสิ่งสกปรกทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก่อนเข้าบ้านได้ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าในบางบ้านที่มีการล้างเท้าก่อนเข้าบ้านทุกคราว ก็จำต้องมีพรมเช็ดเท้าไว้ใช้ซับน้ำ ถูเท้าให้แห้งก่อนเข้าที่อยู่อาศัยอยู่ดี พรมที่ใช้สำหรับเช็ดเท้า ชื่อนี้มีที่มาจากอุปกรณ์ที่เคยใช้ทำเมื่อครั้งอดีตกาลเพราะว่าเครื่องมือชิ้นนี้ในอดีตกาลเคยถูกทำขึ้นจากไหมพรมเป็นอุปกรณ์หลัก ถ้าคิดไม่ออกว่าเป็นยังไง ให้ลองนึกดูพรมชนิดที่ปูตามวัด ในยุคเก่าตามที่อยู่อาศัยต่างๆชอบใช้พรมที่ทำมาจากอุปกรณ์ในลักษณะเช่นนั้นมาเป็นวัสดุอุปกรณ์ปูหน้าบ้าน สำหรับใช้เพื่อการเช็ดถูเท้าก่อนขึ้นบ้าน แม้กระนั้นเพราะวัสดุชนิดพรมนั้นราคาแพงออกจะแพง และซักล้างได้ไม่สะดวก อมความชื้นกระทั่งเกิดเชื้อราได้ง่าย ทำให้ในขณะนี้ ผู้สร้างหลายรายก็เลยได้เลือกเอาวัสดุอื่นๆมาใช้ตอบแทน ตัวอย่างเช่น พลาสติก ผ้าเคมี หรือนำเศษผ้าประเภทต่างๆที่เหลือจากการตัดเย็บสิ่งทอมาเรียงแล้วเย็บรวมกันอย่างคร่าวๆจนถึงมีความหนาพอที่จะเอาไปใช้ต่อไป แต่แม้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำพรมเช็ดเท้าจะมิได้จำกัดอยู่ที่ไหมพรมอีกต่อไป คนทั่วๆไปก็มักจะยังเรียกวัสดุอุปกรณ์ชนิดนี้ว่า พรมสำหรับเช็ดเท้า อยู่ดี ด้วยความที่ พรมเช็ดเท้า ถูกทำขึ้นจากอุปกรณ์ที่มากมาย ทำให้แม้ว่าจะสามารถใช้ขัดเท้าได้แบบเดียวกัน แม้กระนั้นความเหมาะสมในการใช้งานก็มีความแตกต่างกัน พรมที่ใช้สำหรับเช็ดเท้าบางจำพวกบางทีอาจเหมาะทีจะใช้ได้ในทุกสถานที่ แต่ว่าพรมบางประเภท กลับไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้ในบางสถานที่ โดยจะขออธิบายไว้ดังต่อไปนี้
1. พรมที่ทำจากพลาสติก พรมประเภทนี้มีคุณลักษณะเด่นเป็น ทนต่อการใช้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเป็นที่อับเปียกชื้น หรือสถานที่ที่ถูกแดดส่อง มีอุณหภูมิสูงตลอดระยะเวลา ทนต่อน้ำและก็ความชื้น ไม่กำเนิดเชื้อรา แต่ว่าข้อด้อยของพรมพลาสติกนี้ก็คือ มีประสิทธิภาพสำหรับในการซับน้ำและก็ความชื้นต่ำ เมื่อถูเท้าลงบนพรมจำพวกนี้จะรู้สึกได้เลยว่าเท้าไม่ค่อยแห้ง ทั้งน้ำที่ตกลงไปบนพรม สามารถไหลออกมานอกพรมได้ เพราะเหตุนี้ พรมพลาสติกก็เลยไม่ค่อยเหมาะกับการใช้เพื่อเช็ดถูเท้าที่เปียกให้แห้ง แต่ว่าเหมาะกับการใช้ถูเท้าที่แห้งอยู่แล้วเพื่อนำสิ่งสกปรกออกก่อนมากยิ่งกว่า
2. พรมที่ทำจากเศษผ้าประเภทต่างๆเย็บรวมกัน โดยผ้าที่ถูกประยุกต์ใช้เย็บพรมนี้เรียกได้ว่าหลากหลาย มีผ้าฝ้าย ผ้าลินิน หรือผ้าเคมี ขึ้นอยู่กับว่าผู้ตัดเย็บเลือกสุ่มส่วนประกอบผ้าอะไรขึ้นมาได้ จุดเด่นของพรมประเภทนี้ก็คือ ซับน้ำแล้วก็ความชุ่มชื้นได้ดิบได้ดี ในขณะเดียวกันก็ระบายความชื้นออกมาจากพรมได้ดีด้วยให้ความรู้สึกนุ่มเท้าเวลาเช็ดแต่ว่าข้อเสียของพรมประเภทนี้ก็คือมีช่องว่างระหว่างผ้ามากมาย เป็นเหตุให้เศษสิ่งสกปรกสามารถตกลงไปค้างอยู่ได้ ทั้งยังซักและทำความสะอาดได้ยากเพราะความหนาของพรมมีมากมาย เหมาะกับการใช้เพื่อถูเท้าที่เปียกชุ่มจากการล้างชำระล้างให้แห้ง
3. พรมที่ทำมาจากผ้าเคมี พรมประเภทนี้ชอบถูกตัดเย็บจากผ้าเคมี 3-4 ชิ้น แตกต่างจากพรมแบบที่ 2 ที่ใช้เศษผ้าหลายร้อยชิ้น เนื่องจากว่าพรมจากผ้าเคมีถูกตัดเย็บจากผ้าชิ้นใหญ่ๆทำให้มีช่องว่างระหว่างผ้าน้อย ไม่มีจังหวะที่สิ่งสกปรกจะตกลงไปค้างอยู่สามารถใช้เพื่อเช็ดถูเท้าแห้งๆที่มีอะไรที่สกปรกติดอยู่ได้ นอกจากนั้นพรมยังมีความหนาน้อยสามารถซักและทำความสะอาดได้สะดวก แต่ว่าข้อบกพร่องของพรมจำพวกนี้ก็คือ เพราะว่าใช้วัสดุหลักเป็นผ้าเคมี ทำให้การระบายความชื้นทำได้ต่ำ จำเป็นจะต้องหมั่นนำพรมไปผึ่งแดดเพื่อไม่ให้กำเนิดเชื้อรา พรมจากผ้าเคมีนี้ก็เลยเหมาะสำหรับใช้ขัดเท้าแห้งมากยิ่งกว่า ถ้าจะใช้ประโยชน์ซับน้ำ เราจำเป็นจะต้องหมั่นนำพรมออกไปตากแดดอย่างสม่ำเสมอ
4. พรมที่ทำมาจากไหมพรมจริงๆเดี๋ยวนี้พรมประเภทนี้ไม่ค่อยมีใช้กันตามบ้านแล้วเนื่องจากราคาค่อนข้างจะแพง แต่ว่าก็ยังประสบพบเห็นได้อยู่บ้าง โดยลักษณะเด่นของพรมจำพวกนี้อยู่ที่ความครึ้มที่มาก ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเวลาเช็ดเท้า สามารถซับน้ำได้ในระดับหนึ่ง ส่วนข้อบกพร่องก็คือ มีช่องว่างระหว่างผ้ามากมาย เป็นเหตุให้เศษสิ่งสกปรกสามารถหลุดลงไปค้างได้ ทั้งการทำความสะอาดก็ทำได้ยาก ไม่สามารถที่จะซักได้ จะต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นเพียงอย่างเดียว
พรมเช็ดเท้า นับว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ช่วยให้พื้นบ้านสะอาดอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังช่วยให้เท้าของพวกเรารู้สึกสะอาด สามารถเดินขึ้นบ้าน เข้าที่ทำการได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยตกแต่งที่อยู่อาศัยให้ดูสวยสดงดงามเยอะขึ้นเรื่อยๆได้อีกด้วย

Source: บทความพรมเช็ดเท้า: Index Living Mall

33
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของพวกเราที่เลอะเทอะได้ง่ายที่สุด ก็คือส่วนเท้า เพราะว่าเป็นส่วนที่เราต้องใช้สัมผัสพื้นเวลาออกเดินไปไหนมาไหน ซึ่งสิ่งสกปรกที่สามารถมาติดเท้าพวกเราได้นั้นมีหลายต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง น้ำสกปรก สิ่งปฏิกูลต่างๆและก็เหงื่อที่จะออกอยู่ตลอดระยะเวลาเมื่อเท้าพวกเราสัมผัสกับพื้น และก็เมื่อเราเดินขึ้นบ้านโดยที่ยังมิได้ชำระล้างเท้าก่อน ย่อมส่งผลให้เกิดคราบสกปรกติดพื้นบ้านได้ ด้วยเหตุนั้น พรมที่ใช้สำหรับเช็ดเท้า ก็เลยเป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกที่อยู่อาศัยต้องมี เพื่อที่เวลาพวกเรากลับจากออกไปด้านนอกมาแล้ว จะสามารถถูทำความสะอาดเท้า จัดการสิ่งสกปรกทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก่อนเข้าบ้านได้ นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าในบางบ้านที่มีการล้างเท้าก่อนเข้าบ้านทุกคราว ก็จำต้องมีพรมเช็ดเท้าไว้ใช้ซับน้ำ ถูเท้าให้แห้งก่อนเข้าที่อยู่อาศัยอยู่ดี พรมที่ใช้สำหรับเช็ดเท้า ชื่อนี้มีที่มาจากอุปกรณ์ที่เคยใช้ทำเมื่อครั้งอดีตกาลเพราะว่าเครื่องมือชิ้นนี้ในอดีตกาลเคยถูกทำขึ้นจากไหมพรมเป็นอุปกรณ์หลัก ถ้าคิดไม่ออกว่าเป็นยังไง ให้ลองนึกดูพรมชนิดที่ปูตามวัด ในยุคเก่าตามที่อยู่อาศัยต่างๆชอบใช้พรมที่ทำมาจากอุปกรณ์ในลักษณะเช่นนั้นมาเป็นวัสดุอุปกรณ์ปูหน้าบ้าน สำหรับใช้เพื่อการเช็ดถูเท้าก่อนขึ้นบ้าน แม้กระนั้นเพราะวัสดุชนิดพรมนั้นราคาแพงออกจะแพง และซักล้างได้ไม่สะดวก อมความชื้นกระทั่งเกิดเชื้อราได้ง่าย ทำให้ในขณะนี้ ผู้สร้างหลายรายก็เลยได้เลือกเอาวัสดุอื่นๆมาใช้ตอบแทน ตัวอย่างเช่น พลาสติก ผ้าเคมี หรือนำเศษผ้าประเภทต่างๆที่เหลือจากการตัดเย็บสิ่งทอมาเรียงแล้วเย็บรวมกันอย่างคร่าวๆจนถึงมีความหนาพอที่จะเอาไปใช้ต่อไป แต่แม้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำพรมเช็ดเท้าจะมิได้จำกัดอยู่ที่ไหมพรมอีกต่อไป คนทั่วๆไปก็มักจะยังเรียกวัสดุอุปกรณ์ชนิดนี้ว่า พรมสำหรับเช็ดเท้า อยู่ดี ด้วยความที่ พรมเช็ดเท้า ถูกทำขึ้นจากอุปกรณ์ที่มากมาย ทำให้แม้ว่าจะสามารถใช้ขัดเท้าได้แบบเดียวกัน แม้กระนั้นความเหมาะสมในการใช้งานก็มีความแตกต่างกัน พรมที่ใช้สำหรับเช็ดเท้าบางจำพวกบางทีอาจเหมาะทีจะใช้ได้ในทุกสถานที่ แต่ว่าพรมบางประเภท กลับไม่เหมาะที่จะเอาไปใช้ในบางสถานที่ โดยจะขออธิบายไว้ดังต่อไปนี้
1. พรมที่ทำจากพลาสติก พรมประเภทนี้มีคุณลักษณะเด่นเป็น ทนต่อการใช้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าสถานที่นั้นจะเป็นที่อับเปียกชื้น หรือสถานที่ที่ถูกแดดส่อง มีอุณหภูมิสูงตลอดระยะเวลา ทนต่อน้ำและก็ความชื้น ไม่กำเนิดเชื้อรา แต่ว่าข้อด้อยของพรมพลาสติกนี้ก็คือ มีประสิทธิภาพสำหรับในการซับน้ำและก็ความชื้นต่ำ เมื่อถูเท้าลงบนพรมจำพวกนี้จะรู้สึกได้เลยว่าเท้าไม่ค่อยแห้ง ทั้งน้ำที่ตกลงไปบนพรม สามารถไหลออกมานอกพรมได้ เพราะเหตุนี้ พรมพลาสติกก็เลยไม่ค่อยเหมาะกับการใช้เพื่อเช็ดถูเท้าที่เปียกให้แห้ง แต่ว่าเหมาะกับการใช้ถูเท้าที่แห้งอยู่แล้วเพื่อนำสิ่งสกปรกออกก่อนมากยิ่งกว่า
2. พรมที่ทำจากเศษผ้าประเภทต่างๆเย็บรวมกัน โดยผ้าที่ถูกประยุกต์ใช้เย็บพรมนี้เรียกได้ว่าหลากหลาย มีผ้าฝ้าย ผ้าลินิน หรือผ้าเคมี ขึ้นอยู่กับว่าผู้ตัดเย็บเลือกสุ่มส่วนประกอบผ้าอะไรขึ้นมาได้ จุดเด่นของพรมประเภทนี้ก็คือ ซับน้ำแล้วก็ความชุ่มชื้นได้ดิบได้ดี ในขณะเดียวกันก็ระบายความชื้นออกมาจากพรมได้ดีด้วยให้ความรู้สึกนุ่มเท้าเวลาเช็ดแต่ว่าข้อเสียของพรมประเภทนี้ก็คือมีช่องว่างระหว่างผ้ามากมาย เป็นเหตุให้เศษสิ่งสกปรกสามารถตกลงไปค้างอยู่ได้ ทั้งยังซักและทำความสะอาดได้ยากเพราะความหนาของพรมมีมากมาย เหมาะกับการใช้เพื่อถูเท้าที่เปียกชุ่มจากการล้างชำระล้างให้แห้ง
3. พรมที่ทำมาจากผ้าเคมี พรมประเภทนี้ชอบถูกตัดเย็บจากผ้าเคมี 3-4 ชิ้น แตกต่างจากพรมแบบที่ 2 ที่ใช้เศษผ้าหลายร้อยชิ้น เนื่องจากว่าพรมจากผ้าเคมีถูกตัดเย็บจากผ้าชิ้นใหญ่ๆทำให้มีช่องว่างระหว่างผ้าน้อย ไม่มีจังหวะที่สิ่งสกปรกจะตกลงไปค้างอยู่สามารถใช้เพื่อเช็ดถูเท้าแห้งๆที่มีอะไรที่สกปรกติดอยู่ได้ นอกจากนั้นพรมยังมีความหนาน้อยสามารถซักและทำความสะอาดได้สะดวก แต่ว่าข้อบกพร่องของพรมจำพวกนี้ก็คือ เพราะว่าใช้วัสดุหลักเป็นผ้าเคมี ทำให้การระบายความชื้นทำได้ต่ำ จำเป็นจะต้องหมั่นนำพรมไปผึ่งแดดเพื่อไม่ให้กำเนิดเชื้อรา พรมจากผ้าเคมีนี้ก็เลยเหมาะสำหรับใช้ขัดเท้าแห้งมากยิ่งกว่า ถ้าจะใช้ประโยชน์ซับน้ำ เราจำเป็นจะต้องหมั่นนำพรมออกไปตากแดดอย่างสม่ำเสมอ
4. พรมที่ทำมาจากไหมพรมจริงๆเดี๋ยวนี้พรมประเภทนี้ไม่ค่อยมีใช้กันตามบ้านแล้วเนื่องจากราคาค่อนข้างจะแพง แต่ว่าก็ยังประสบพบเห็นได้อยู่บ้าง โดยลักษณะเด่นของพรมจำพวกนี้อยู่ที่ความครึ้มที่มาก ให้ความรู้สึกนุ่มสบายเวลาเช็ดเท้า สามารถซับน้ำได้ในระดับหนึ่ง ส่วนข้อบกพร่องก็คือ มีช่องว่างระหว่างผ้ามากมาย เป็นเหตุให้เศษสิ่งสกปรกสามารถหลุดลงไปค้างได้ ทั้งการทำความสะอาดก็ทำได้ยาก ไม่สามารถที่จะซักได้ จะต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นเพียงอย่างเดียว
พรมเช็ดเท้า นับว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ช่วยให้พื้นบ้านสะอาดอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังช่วยให้เท้าของพวกเรารู้สึกสะอาด สามารถเดินขึ้นบ้าน เข้าที่ทำการได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยตกแต่งที่อยู่อาศัยให้ดูสวยสดงดงามเยอะขึ้นเรื่อยๆได้อีกด้วย

Source: บทความพรมเช็ดเท้า: Index Living Mall

34
ในวันที่อากาศร้อนๆอย่างงี้ การเปิดพัดลมนอน คงเกิดเรื่องที่เป็นสุขที่สุดแล้วสำหรับคนอย่างเราๆบางคนเปิดจ่อกันแบบไม่สนใจโลก เปิดไปเรื่อยๆจวบจนกระทั่งจะคิดว่าเริ่มหนาวนั่นแหละ ถึงปิดแล้วไปทำอันอื่น หรือไม่ก็เปลี่ยนแปลงโหมดมาเป็นแบบส่ายแทน

แต่ว่าคุณน่าจะเคยรับรู้กันมาบ้างว่า การนอนตากพัดลม เป็นพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพสักมากแค่ไหน แล้วก็มีข้อมูลนาๆประการว่าถ้าหากทำอย่างงั้นแล้วจะกำเนิดอะไรขึ้นบ้าง แถมบางเหตุผลก็น่าสยดสยองเสียด้วย อย่างความเชื่อที่ว่าถ้าเกิดนอนตากพัดลมตลอดคืน จะสูญเสียน้ำจนกระทั่งหมดร่างกาย เปลี่ยนเป็นไหลตายเสียด้วย เพียงพอไปพบข้อมูลอย่างงี้เข้า คุณน่าจะกำเนิดความกังวลใจขึ้นมา และก็พยายามปรับเปลี่ยนนิสัย แม้กระนั้นจนแล้วจนรอดก็ไม่อาจจะแปลงได้ เนื่องจากติดการนอนเปิดพัดลมไปเสียแล้ว วันนี้เราจะมาดูกันเลยดีกว่า ว่าถ้านอนเปิดพัดลมแบบจ่อ จะมีผลรุนแรงแบบนั้นจริงไหม แล้วควรจะปรับเปลี่ยนเช่นไรดี ถ้าในเรื่องที่พวกเราติดพัดลมมากจนถึงจำเป็นแล้วจริงๆ

เริ่มแรก เราจะมาดูกันก่อน ว่าถ้านอนเปิดพัดลมจ่อทั้งคืน จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง
1. ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเท้าหายใจ ข้อนี้ได้ผลสำเร็จเสียที่เห็นได้ชัดและสมเหตุสมผลเยอะที่สุด เนื่องด้วยพัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะดูดลม แล้วเป่ามาที่ตัวคุณตลอดเวลา ลมนั้นจะได้โอกาสผ่านเข้าโพรงจมูกได้ และหากเป่าจ่อเป็นเวลานานๆโพรงจมูกจะแห้งลง จนกระทั่งกำเนิดความระคายเคือง ร่างกายก็จะบากบั่นสร้างเมือกออกมาเพื่อปกคลุมผิวโพรงจมูกไว้ เมื่อเมือกนั้นมีมากจนเกินความจำเป็นก็จะไหลออกมา อย่างที่เราเรียกว่า น้ำมูก นั่นเอง และถ้าหากยังฝืนต่อไปอีก ระบบทางเดินหายใจจะเริ่มมีปัญหา เกิดอาการภูมิแพ้กำเริบ หรือไม่ก็แปลงเป็นหวัดได้
2. เกิดการเจริญวัยของเชื้อโรคในจุดที่คุณนอน ทำให้ได้โอกาสเป็นหวัดได้ง่าย เนื่องด้วยเมื่อเปิดพัดลมจ่อรอบๆนั้นตรงเวลานั้น ความชุ่มชื้นที่จะช่วยรักษาสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศจะถูกพัดออกไปกระทั่งหมด ทำให้อากาศบริเวณนั้นแห้งลง รวมทั้งทำให้เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรียต่างๆเติบโตได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายก็จะมีผลให้เกิดอาการหวัดได้ง่าย
3. ทำให้มีลักษณะอาการผิวแห้ง สูญเสียน้ำบางส่วน ข้อนี้จะต่อเนื่องมาจากข้อที่ 2 เนื่องด้วยพัดลมได้พัดเอาความชื้นออกไปกระทั่งหมด ทำให้อากาศแห้ง และก็นำมาซึ่งการทำให้ความชุ่มชื้นภายในร่างกายของคุณน้อยลงไปเล็กน้อย ก็เลยไม่น่าประหลาดใจเลย ถ้าคุณจำเป็นต้องตื่นมาในตอนเช้าแล้วพบว่าผิวแห้ง แตก ลอกไปบ้าง หรือในบางครั้งอาจมีอาการกระหายน้ำร่วมด้วย แต่ว่าจากความเลื่อมใสที่พูดว่าการโดนพัดลมเป่าจนกระทั่งความชุ่มชื้นหมดตูด ถึงแก่ชีวิต ข้อนี้ขอบอกเลยว่าไม่มีทางเป็นไปได้ การนอนตากพัดลมเพียงแค่คืนเดียว ไม่ได้ส่งผลร้ายแรงมากมายขนาดนั้น แต่ว่าถ้าหากเกิดเรื่องอยากกินน้ำ ผิวแห้ง ข้อนี้สามารถเป็นได้
4. ในบางครั้ง หากว่าข้างในห้องมีฝุ่น แล้วไม่ค่อยได้ทำความสะอาดสักมากแค่ไหน พัดลมจะดูดเอาฝุ่นที่ฟุ้งกระจายยอยู่กลางอากาศ แล้วเป่ามาหาคุณ ฝุ่นละอองพวกนี้จะมีโอกาสเข้าไปติดในโพรงจมูก แล้วก็ตามร่างกายของคุณ จนถึงทำให้คุณมีอาการระคายเคืองโพรงจมูกอย่างหนัก อาจมีไอ จามร่วมด้วย ยิ่งถ้าหากพัดลมของคุณเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นละอองด้วยละก็ ไม่ต้องสืบเลยว่าคุณจะได้รับฝุ่นเข้าร่างกายไปมากน้อยเท่าใด

4 ข้อนี้ เป็นผลกระทบในด้านที่เสียหายของการเปิดพัดลมจ่อตลอดทั้งคืนตอนนอน จะเห็นได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่อันตรายถึงชีวิตอะไร แต่ว่าจะส่งผลต่อสภาพสุขภาพของคุณในระยะยาวได้เยอะพอสมควร ทางที่ดี พวกเรามาแก้ปัญหาการติดพัดลม ต้องนอนตากพัดลมกันดีกว่า อย่าเพิ่งจะตกอกตกใจว่าจำเป็นต้องยกพัดลมออกหรือเปล่า ไม่ต้องทำถึงกับขนาดนั้น แค่วิธีที่จะบอกต่อไปนี้ ก็ช่วยทำให้คุณอยู่ร่วมกับพัดลมได้แบบสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว
1. แปลงความประพฤติจากการที่จำเป็นต้องเปิดพัดลมจ่อตลอดเวลา ทดลองเปลี่ยนมาใช้วิธีเปิดระบบส่ายให้พัดลมดู โอกาสนี้ลมก็จะไม่มาอยู่เพียงแค่จุดที่คุณนอนอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องเริ่มแบบหักดิบก็ได้ ทดลองเลือกคืนที่อากาศไม่ค่อยร้อนมาก แล้วเปิดพัดลมส่ายมอง หลังจากนั้นเบาๆทดลองเปิดแกว่งทุกคืน ครู่หนึ่งหนึ่งร่างกายก็จะเคยชิน สามารถเปิดพัดลมแกว่งได้ตลอดเวลา ไม่ว่าอากาศจะร้อนสักเท่าใดแล้ว
2. ถ้าหากคุณใช้พัดลมดิจิทัล ทดลองเปลี่ยนมาใช้โหมด Natural หรือโหมด Random (BLINK) กันบ้าง โหมดนี้จะเป็นการทำให้พัดลมหมุนสักระยะหนึ่ง แล้วจะปิดตัวลงชั่วประเดี๋ยว และก็กลับมาหมุนใหม่ ราวกับได้สายลมธรรมชาติ โหมดนี้จะช่วยให้ตัวคุณไม่ต้องรับลมมากจนเกินไป จบปัญหาเรื่องโพรงจมูกอักเสบเพราะเหตุว่าตากลมไปได้เลย
คนไหนที่มีปัญหาติดนอนจ่อพัดลม ขอให้ปรับพฤติกรรมเสียใหม่ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงของคุณเอง ยืนยันว่าถ้าแก้นิสัยนอนติดพัดลมนี้ออกไปได้ สุขภาพของคุณจะดีขึ้นถึง 50% เลยแหละ แม้กระนั้นก็ไม่จำเป็นต้องหักดิบมากมายจนกระทั่งเครียดเหลือเกินละ เดี๋ยวจะเปลี่ยนเป็นว่านอนไม่หลับ พักไม่พอกันไปอีก เบาๆปรับไป อีกพักหนึ่งก็จะทำได้เอง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความพัดลม: Index

35
ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า ของกินหลักที่คนไทยนิยมบริโภคกันมาเป็นเวลายาวนาน ก็คือ ข้าว รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถทำให้ข้าวสวยพร้อมต่อการกินได้ ก็คือ หม้อหุงข้าว

หม้อหุงข้าวในช่วงปัจจุบันถือได้ว่ามีการปรับปรุงไปมาก จากเดิมที่มีแต่ว่าหม้อหุงข้าวแบบกดปกติ ก็ปรับปรุงมาเป็นหม้อหุงข้าวระบบดิจิทัลซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมควบคุมการหุงข้าวได้ สามารถเลือกได้ว่าจะให้หุงข้าวออกมาเป็นลักษณะใด นุ่ม เหลว แข็ง หรือเป็นโจ๊ก แถมยังสามารถตั้งโปรแกรมเพื่อใช้ทำกับข้าวรายการอาหารต่างๆนอกเหนือจากการหุงข้าวได้อีกด้วย เนื่องจากว่าหม้อหุงข้าวระบบดิจิทัลสามารถใช้งานได้มากแบบนี้นี่เอง ทำให้เป็นที่นิยมสูงขึ้นเรื่อยจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ นอกเหนือจากนั้น หลายท่านเริ่มมีความเห็นกันว่า หม้อหุงข้าวดิจิทัลสามารถหุงข้าวได้สวยกว่าหม้อปกติ เวลาที่หม้อธรรมดาหุงไม่ค่อยสวยสักเท่าไร แล้วก็แปลงเป็นความเชื่อฝังหัวจนกระทั่งกำเนิดค่าความนิยมว่าจะต้องซื้อแต่ว่าหม้อหุงข้าวดิจิทัลเพียงแค่นั้น ปริศนาคือ ความเลื่อมใสดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจริงเท็จอย่างไร หม้อหุงข้าวระบบกดปกติสู้หม้อแบบดิจิทัลไม่ได้จริงๆหรือ วันนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ประการแรก จำต้องขอชี้แจงแนวทางการทำงานของหม้อหุงข้าวแบบกดธรรมดาก่อน หม้อหุงข้าวประเภทนี้จะดำเนินการโดยการเปลี่ยนไฟฟ้าให้เป็นความร้อน ก่อนจะส่งผ่านแผ่นความร้อนไปสู่ไส้หม้อที่เป็นวัสดุนำความร้อน เมื่อไส้หม้มีข้าวและก็น้ำใส่อยู่อย่างถูกต้อง หม้อหุงข้าวจะกระทำการส่งความเข้าสู่ไส้หม้อ จนทำให้ข้าวและก็น้ำข้างในหม้อเริ่มเดือด และก็จะปฏิบัติงานแบบนี้ไปเรื่อยๆกระทั่งน้ำในหม้อจะเดือดแล้วระเหยออกไปกระทั่งหมด สวิตซ์หม้อข้าวก็จะดีดขึ้นอัตโนมัติ เพราะฉะนั้นการจะควบคุมให้ข้าวในหม้อสวยหรือไม่สวย ก็เลยขึ้นอยู่กับการใส่น้ำ ถ้าหากใส่น้ำในระดับที่เหมาะสม เหมาะสมกับชนิดของข้าวที่นำมาหุง ข้าวก็จะงาม สามารถกินได้อย่างอร่อย แต่ว่าถ้าหากใส่น้ำไม่เพียงพอ น้ำจะแห้งไปก่อนที่จะข้าวจะสุก ผลที่ตามมาก็คือข้าวแข็ง ดิบ ส่วนหากใส่น้ำมากเกินไป ข้าวจะถูกต้มในน้ำนานเกินความจำเป็นจนถึงเริ่มเหลว กว่าหม้อจะดีด ข้าวก็แฉะกระทั่งไม่น่ารับประทาน ด้วยเหตุนั้นการที่คนอีกหลายๆคนบ่นว่าใช้หม้อหุงข้าวแบบกดปกติแล้วข้าวไม่สวย ก็เลยมิได้มีเหตุมาจากตัวหม้อข้าว แม้กระนั้นเกิดจากการใส่น้ำในจำนวนที่ไม่เหมาะสมมากกว่า

ส่วนหม้อหุงข้าวดิจิทัล โดยธรรมดาก็จะมีหลักการทำงานคล้ายกับห้อหุงข้าวแบบกดปกติ เพียงแค่หม้อหุงข้าวจำพวกนี้จะมีส่วนเสริมคือ แผงควบคุม ทำให้สามารถสั่งงานหม้อให้ดำเนินงานนอกเหนือจากการหุงข้าวได้ ดังเช่น ให้ทำข้าวต้ม ทำโจ๊ก หรือแม้แต่การสั่งให้หุงข้าวแบบนุ่มน้อย นิ่มมากมาย ก็สามารถทำได้ ต่างจากหม้อหุงข้าวแบบกดปกติที่มิได้มีแผงควบคุม ไม่อาจจะสั่งงานนอกเหนือจากการหุงข้าวได้ ด้วยความที่หม้อแบบดิจิทัลสามารถสั่งงานได้หลายประเภท ทำให้แม้กระทั้งผู้ที่กะปริมาณน้ำสำหรับการหุงข้าวไม่เป็น ก็สามารถหุงข้าวให้ออกมาสวยได้ ฉะนั้นจึงทำให้คนอีกหลายๆคนเกิดความเข้าใจผิดว่า หม้อหุงข้าวแบบดิจิทัลสามารถหุงข้าวได้สวยกว่าหม้อแบบกดธรรมดา เพราะว่าความจริง ถ้าเกิดใส่น้ำลงในหม้อในจำนวนไม่เหมาะสมกับชนิดข้าวที่หุง ข้าวก็ออกมาไม่สวยได้เช่นกัน

ด้วยเหตุผลตามที่กล่าวมานี้ ก็เลยนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า หม้อหุงข้าวแบบธรรมดากับหม้อหุงข้าวดิจิทัล จริงๆแล้วก็มีคุณภาพสำหรับในการใช้งานที่เท่าเทียมกัน สามารถหุงข้าวได้อย่างสวยงามเช่นกัน เพียงแต่หม้อหุงข้าวแบบดิจิทัล จะเหนือกว่าในทางของเมนูใช้งานที่ทำได้มากมายกว่า ในตอนที่หม้อหุงข้าวแบบกดธรรมดาจะสามารถใช้งานได้หลักๆเฉพาะการหุงข้าวเท่านั้น ในหม้อรุ่นใหม่จะปรับให้สามารถดึงสวิตซ์เพื่อตัดแนวทางการทำงานของหม้อได้เอง ไม่ต้องรอให้หม้อตัด เพื่อรองรับการใช้งานที่นานัปการขึ้น แต่ว่าก็ยังสามารถใช้งานก้าวหน้าที่สุดเพียงแค่การนึ่งของกินแค่นั้น ตอนที่หม้อหุงข้าวระบบดิจิทัล ดังที่ได้บอกไปแล้วว่าสามารถตั้งรายการอาหารเพื่อทำครัวจำพวกต่างๆได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวเหนียวนึ่ง หรือแม้กระทั้งการต้มก็ยังทำได้ แต่ หม้อหุงข้าวระบบดิจิทัลก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างบางประการเป็นใช้งานได้ยาก จำเป็นต้องเรียนคู่มืออย่างระมัดระวังก่อนใช้ หากกดเมนูไม่ถูก ข้าวที่หุงก็จะออกมาไม่สวย ในขณะหม้หุงข้าวแบบปกตินั้นไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่ใส่น้ำให้ถูก แล้วกดสวิตซ์ ก็สามารถหุงข้าวให้มีความสวยงามได้แล้ว ยิ่งไปกว่านี้ หม้อหุงข้าวแบบกดธรรมดายังแพงถูก ในขณะหม้อหุงข้าวแบบดิจิทัลจะราคาแพงสูงพอควร

การเลือกใช้งานหม้อหุงข้าว ควรจะดูจากความประพฤติของตัวเราเป็นหลัก หากว่าพวกเราอยากได้หม้อหุงข้าวซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างนานาประการนอกจากจกการหุงข้าว และใช้ทำกับข้าวได้ด้วย เหมาะกับใช้งานในห้องครัวที่มีพื้นที่จำกัดที่ไม่อาจจะวางอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องครัวอันอื่นได้ ก็ควรที่จะเลือกหม้อหุงข้าวดิจิทัล แต่ถ้าเราอยากได้หม้อหุงข้าวที่เน้นย้ำการใช้แรงงานเพื่อหุงข้าวอย่างเดียว ส่วนการทำอาหาร เราใช้เตาแก๊สแล้วก็เตาอบต่างๆเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว ก็ควรที่จะเลือกใช้หม้อหุงข้าวประเภทกดปกติจะดียิ่งกว่า

แหล่งที่มา บทความหม้อหุงข้าว: Index Living Mall

36
เบื่อไหม กับการเก็บของในตู้แบบเดิมๆตั้งวางของบนชั้นวางแบบเดิมๆที่ทั้งซ้ำไปซ้ำมา แถมในบางครั้งชั้นวางรวมทั้งตู้แบบเก่าๆยังมีขนาดใหญ่เหลือเกิน จนกระทั่งส่งผลให้หาของไม่พบในบางครั้งอีกทีอีกด้วย ถ้าท่านเป็นคนอีกคนหนึ่งที่กำลังเจอปัญหาแบบนี้ เราขอชี้แนะให้ท่านลองเปลี่ยนมาใช้ตู้ DIY กันดูบ้าง

ตู้ DIY เป็นตู้รูปแบบใหม่ที่ได้ผ่านการออกแบบให้ออกมาในแบบที่ฉีกออกไปจากชั้นวางแบบเดิมๆตู้แบบเดิมๆในตอนนี้ตู้ DIY ได้ถูกประกอบมาเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางทีวี ตู้ที่เอาไว้เก็บของแบบเตียนโล่ง ตู้ที่เอาไว้เก็บของแบบมีฝาปิด หรือแม้แต่ชั้นวางรองเท้า จุดเด่นของตู้ DIY นี้ก็คือ มีต้นแบบที่เรียบง่าย ไม่มีการเล่นเหลี่ยมเล่นมุมมาก มีการทำชั้นวาง หรือตู้ที่เอาไว้เพื่อเก็บของที่มีปริมาณพอดิบพอดีกับการเก็บของ นอกจากนั้นข้างในตู้ DIY ยังไม่มีหลืบ มีมุม กระทั่งอาจจะทำให้สิ่งของที่เก็บเอาไว้ในตู้จำเป็นต้องหายไปด้วย ด้วยลักษณะดังที่กล่าวมาแล้วนี้ ก็เลยทำให้ตู้ DIY เปลี่ยนเป็นตู้แบบใหม่ที่ช่วยเอื้ออำนวยการจัดเก็บข้าวของได้เป็นอย่างดี

เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ เชื่อว่าท่านนักอ่านหลายคนคงจะกำเนิดความสนใจขึ้นมาบ้าง แม้กระนั้นก็คงจะยังมีหลายคนที่เกิดความสงสัยว่า ความแข็งแรงของตู้ DIY นี้มีมากน้อยแค่ไหน ขอตอบว่าแม้ตู้ DIY จะได้รับการออกแบบมาให้มีดีไซน์ที่แปลกใหม่ เรียบง่าย แต่ว่าก็มีความแข็งแรงสูง สามารถรับน้ำหนักข้าวของที่วางอยู่ได้มาก ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางโทรทัศน์ที่สามารถวางได้ตั้งแต่ทีวี แอลอีดี จอบางๆไปจนกระทั่งจอตู้หนักๆก็สามารถวางได้แบบไม่มีปัญหา ส่วนตู้สำหรับใช้ในการเก็บของ ก็เป็นตู้ซึ่งสามารถเก็บของได้อย่างจุใจ ไม่ต้องกังวลเลยว่าตู้จะรับน้ำหนักไม่ไหวจนถึงชั้นข้างในตู้หัก หรือตู้เกิดการโค่นจนได้รับความเสียหาย ผู้ที่เลือกใช้ตู้ DIY ก็เลยสามารถมั่นอกมั่นใจในความแข็งแรงของตู้จำพวกนี้ได้เลย

ตู้ DIY ในขณะนี้มีการผลิตออกมาอยู่ 2 ประเภท เป็นชนิดห้อยฝาผนัง แล้วก็ประเภทตั้งพื้น พวกเราสามารถเลือกใช้ได้ตามแต่ที่ภาวะพื้นที่จะเอื้ออำนวย โดยถ้าหากเป็นห้องที่มีพื้นที่มากมาย และก็อยากได้ความสบายในการใช้งาน พวกเราก็ควรที่จะเลือกใช้ตู้ DIY จำพวกตั้งพื้น แต่หากพื้นที่ในห้องมีจำกัด แล้วก็เรามีกิจกรรมที่จำต้องใช้ตู้ DIY แค่ไม่กี่อย่าง พวกเราก็สามารถใช้ตู้ DIY ประเภทห้อยฝาผนังได้ โดยสำหรับตู้ DIY แบบห้อยฝาผนัง พวกเราต้องกระทำติดตั้งให้มีความแข็งแรง โดยการใช้สกรูยึดให้แน่น อย่าให้ขยับเขยื้อนได้ เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้ตู้หลุดตกลงมาในอนาคต และเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ควรจะหมั่นตรวจตราความแข็งแรงของตู้ด้วยทุกครั้งว่ามีสกรูขยับออกมาจากที่เดิม หรือเกิดการหักงอหรือไม่ ถ้าเกิดมี ให้เปลี่ยนแปลงสกรูเสียใหม่ เพื่อให้ตู้ DIY ติดฝาผนังยังคงความแข็งแรงอยู่เสมอ ไม่มีปัญหาตกร่วงลงมาจนได้รับความทรุดโทรม หรือก่อให้เกิดอันตรายกับใคร

สำหรับในการชำระล้างตู้ DIY ตู้จำพวกนี้นับว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ซึ่งสามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย แค่เพียงทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. เปิดฝาตู้ DIY ออก
2. กระทำย้ายของที่อยู่ในตู้ออกจนถึงตู้เตียนโล่ง ไม่มีอะไรคงเหลือ
3. ใช้ผ้าขี้ริ้ว หรือไม้ปัดขนไก่ปัดเอาฝุ่นผงและก็สิ่งสกปรกชิ้นใหญ่ๆออกจากตู้ให้หมดก่อน จนกระทั่งเหลือเพียงฝุ่นขนาดเล็กๆแล้วก็คราบสกปรกที่ไม่อาจจะปัดออกได้
4. นำผ้าขี้ริ้วชุบน้ำ บิดให้หมาด แล้วถูลงไปบนจุดที่เปรอะเปื้อนของตู้ใบนั้น หรือไม่ก็ใช้น้ำยาที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดฉีดลงไปพื้นที่ที่เลอะเทอะ แล้วนำผ้าสะอาดขัดถู ทำขั้นตอนนี้ซ้ำไปเรื่อยกระทั่งสิ่งสกปรกภายในตู้จะถูกกำจัดจนถึงหมด
5. เปิดฝาตู้ DIY ทิ้งไว้สักประเดี๋ยว เพื่อให้อากาศจากข้างนอกระบายไปสู่ตู้ ทำให้น้ำหรือน้ำยาที่หลงเหลืออยู่บนผิวตู้ถูกทำให้แห้ง
6. ทยอยเก็บข้าวของที่เคยอยู่ในตู้ให้กลับเข้าที่ ในขั้นตอนนี้ให้ทำตรวจดูเหตุว่าข้าวของใดที่เป็นของใช้จริงๆและก็ข้าวของใดที่เป็นขยะ แยกสิ่งที่เป็นขยะไว้เพื่อนำไปทิ้งต่อไป
7. เมื่อจัดของกระทั่งเข้าที่เข้าทางแล้ว ให้ปิดฝาตู้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
สำหรับการชำระล้างตู้ DIY นั้น ห้ามใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์กัดเซาะร้ายแรง ดังเช่นว่า น้ำยาล้างห้องอาบน้ำ น้ำยาที่เป็นกรดมากมาย รวมถึงน้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าดสำหรับในการทำความสะอาด เพราะจะก่อให้ผิวอุปกรณ์ได้รับความทรุดโทรม แล้วก็อาจส่งลต่อส่วนประกอบของตู้ได้ด้วย

ตู้ DIY ถือเป็นตู้ที่ให้ความสบายสำหรับเพื่อการจัดเก็บของได้มาก มีแบบที่เรียบง่าย สวยงาม เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเพื่อการนำไปติดตั้งในบ้าน อีกทั้งในบ้านแบบโมเดิร์นและก็บ้านแบบวินด์เทจ ผู้ที่ชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปลักษณ์กล้วยๆไม่สลับซับซ้อน ไม่ควรพลาดวิธีสำหรับการเลือกซื้อตู้จำพวกนี้ไปใช้งาน ดังนี้ อย่าลืมว่าตู้ DIY เป็นตู้ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อวางของตามเป้าประสงค์ เพราะฉะนั้นควรใช้ให้ถูกต้องตามเป้าประสงค์ อย่านำตู้ DIY ไปใช้งานอย่างไม่ถูกๆดังเช่น ใช้เป็นเก้าอี้สำหรับนั่ง หรือใช้เป็นที่เหยียบ
ขึ้นไปที่สูง หรือใช้เป็นที่ตากผ้า ที่วางของอันมีน้ำหนักเกินกว่าที่ชั้นจะรับน้ำหนักได้ไหว เพราะว่าถ้าหากนำตู้ DIY ไปใช้งานอย่างผิดจุดมุ่งหมาย จะทำให้ตู้ได้รับความย่ำแย่ กระทั่งไม่สามารถที่จะซ่อมเพื่อนำไปใช้อีกทีได้

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความตู้ DIY: Index Living Mall

37
อ่างล้างจานเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกๆบ้านจำเป็นจะต้องมีเนื่องมาจากมันช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับในการล้างจาน เครื่องครัว และภาชนะต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยม

อ่างล้างจานที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายในตอนนี้นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ อ่างล้างจานแบบ 1 อ่าง รวมทั้งอ่างล้างจานแบบ 2 อ่างชิดกันเป็นชิ้นเดียว ซึ่งอ่างล้างจานทั้งยัง 2 อย่างนี้ ต่างก็มีข้อดีขอเสียที่แตกต่างกันไป โดยอ่างล้างจานแบบ 1 อ่าง มีจุดเด่นคือทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย รับประทานพื้นที่น้อย แต่ว่าก็มีข้อเสียเป็นมีพื้นที่สำหรับในการล้างจานไม่มาก ในขณะอ่างล้างจานแบบ 2 อ่าง มีจุดเด่นคือสามารถใช้ประโยชน์สำหรับการล้างจานได้อย่างมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะกำเนิดปัญหาเครื่องครีวล้นออกมานอกอ่าง แต่ว่าก็มีข้อเสียเป็นต้องล้างชำระล้างมากยิ่งกว่าปกติ แล้วก็รับประทานพื้นที่สำหรับในการจัดตั้งมากยิ่งกว่าธรรมดา เพราะเหตุนี้ ผู้ที่กำลังจะซื้ออ่างล้างจานมาจัดตั้ง บางทีอาจกำเนิดความสงสัยว่าควรเลือกใช้อ่างล้างจานแบบไหนดี ข้อนี้จำเป็นต้องขอตอบว่า ควรที่จะเลือกจากพฤติกรรมการใช้แรงงานของพวกเรา แล้วก็พื้นที่ที่สามารถติดตั้งได้เป็นหลัก สามารถสรุปได้ดังนี้
1. พื้นที่สำหรับการติดตั้งแม้ห้องครัวมีพื้นที่ไม่มากจำต้องเหลือพื้นที่ไว้ใช้สำหรับจัดตั้งเครื่องเรือนและก็เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆพวกเราก็ควรที่จะเลือกใช้อ่างล้างจานจำพวก 1 อ่าง เพราะรับประทานพื้นที่จัดตั้งน้อยกว่า แต่ถ้าเกิดในครัวมีพื้นที่เยอะพอควร สามารถจัดข้าวของต่างๆได้มาก ก็ควรที่จะทำการเลือกใช้อ่างล้างจานแบบ 2 อ่าง ทั้งนี้ ต้นสายปลายเหตุเรื่องพื้นที่เป็นเพียงแต่สาเหตุรองแค่นั้นควรใคร่ครวญร่วมกับความประพฤติการใช้งานด้วย เนื่องจากว่าแม้ครัวมีพื้นที่มาก แต่ว่าพวกเรามิได้มีกิจกรรมเกี่ยวกับการล้างมากการตำหนิตั้งอ่างล้างจานแบบ 2 อ่าง ก็ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ แล้วก็เพิ่มภาระหน้าที่วิธีการทำความสะอาดโดยใช่เหตุ

2. การกระทำการใช้งาน เหตุนี้นับว่าเป็นปัจจัยหลักที่เราควรนำมาไตร่ตรองเมื่อจะเลือกซื้ออ่างล้างจานสักบาน หากว่ากิจกรรมภายในห้องครัวของเรานั้นมีมาก จำเป็นต้องล้างภาชนะแล้วก็สิ่งต่างๆอยู่บ่อยๆพวกเราก็ควรที่จะเลือกซื้ออ่างล้างประเภท2 บาน เพื่อให้การล้างทำเป็นสบายมากยิ่งขึ้น และไม่เกิดปัญหาภาชนะที่สกปรกล้นออกมานอกอ่าง แต่ว่าถ้าเกิดว่าเราไม่มีภาระหน้าที่การล้างมากมาย เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแต่ละมื้อก็ล้างภาชนะเพียง3-4 ใบต่อครั้งแค่นั้น พวกเราก็ควรที่จะทำการเลือกใช้อ่างล้างจานจำพวก 1 บาน เพราะเหตุว่าเป็นอ่างที่รองรับในสิ่งที่ต้องการของเราได้อย่างพอเพียงแล้ว ทั้งยังยังไม่นำมาซึ่งภาระหน้าที่แนวทางการทำความสะอาดเพิ่มโดยไม่จำเป็น

3. ราคา ต้นเหตุนี้เป็นต้นสายปลายเหตุประการในที่สุดที่เราสามารถประยุกต์ใช้ประกอบการไตร่ตรองซื้ออ่างล้างจานสักบานได้ โดยปกติ อ่างล้างจานจะราคาถูกหรือแพง มักขึ้นกับสิ่งของที่ใช้ และก็ประเภทของอ่างที่ผลิตออกมา แม้เป็นอ่างล้างจานจำพวก 2 อ่าง ชอบราคาแพงสูงยิ่งกว่าอ่างประเภท 1 อ่าง พวกเราสามารถเลือกซื้อดังที่งบประมาณอวยได้

แต่ว่าอย่างไรก็ดีการพินิจซื้ออ่างนั้นจะต้องคิดถึงการกระทำการใช้งานของเราก่อนเป็นขั้นแรก หากจะต้องใช้อ่างมากมาย ก็ควรกัดฟันซื้อแบบ 2 อ่างมาจะดียิ่งกว่า หรือถ้าหากงบไม่เพียงพอจริงๆเราบางครั้งก็อาจจะซื้ออ่างล้างจานแบบ 1 อ่าง มาก่อนก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่ามีพื้นที่สำหรับรองรับภาชนะสกปรกอื่นๆแล้ว

สาเหตุ 3 ข้อนี้ คือสิ่งที่พวกเราจะต้องพินิจเมื่อเลือกซื้ออ่างล้างจาน อย่างไรก็ตาม อ่างล้างจานไม่ว่าจะเป็นแบบ 1 อ่าง หรือ 2 อ่าง ในตอนนี้ได้ถูกออกแบบกระทั่งมีดีไซน์ที่มากมาย ทำให้อ่างล้างจานแบบ1 อ่าง มีพื้นที่เยอะขึ้น ในขณะเดียวกันอ่างล้างจานแบบ 2 อ่าง ก็กินพื้นที่ลดน้อยลงสามารถติดตั้งได้ในทุกสภาพห้องครัวแล้ว แต่ว่าการออกแบบอ่างล้างจานให้ปรับใช้ได้ในทุกภาวะครัวนั้น มักจะมีเรื่องของการเพิ่มหรือตัดออพชั่นบางสิ่งตามมา เช่น ในอ่างล้างจานแบบ 2 อ่าง บางคราวได้ตัดเอาส่วนที่ใช้พักถ้วยชามออกไปทำให้หากนำอ่างลักษณะนี้มาใช้งานพวกเราจำเป็นต้องนำถ้วยชามทั้งผองใส่ลงไปในอ่างเลย และก็เมื่อล้างเสร็จแล้ว เราก็จะต้องนำภาชนะที่สะอาดแล้วขึ้นบนตู้เก็บจานโดยทันที ไม่สามารถที่จะนำภาชนะไปพักก่อนที่จะนำเก็บในคราวเดียวได้ เพราะฉะนั้นแม้ผู้ใช้จะต้องเจอกับอ่างล้างจานที่มีดีไซน์แบบนี้ ขอให้ลองนึกถึงความประพฤติการล้างจานของตัวเองดูกรว่า จะสามารถนำภาชนะที่ล้างแล้วขึ้นเก็บได้ในทันทีหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ ก็ขอให้เปลี่ยนไปเลือกใช้อ่างรุ่นอื่นที่มีส่วนพักจานจะดีมากยิ่งกว่า

เว้นเสียแต่จำพวกของอ่างล้างจานที่มีทั้งยังแบบ 1 อ่าง รวมทั้ง 2 อ่างแล้ว ในอ่างล้างจานแต่ละแบบก็จะมีแนวทางติดตั้งที่แยกออกได้เป็น 2 แบบอีก เป็นต้นว่า แบบฝังเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวและก็แบบมีขาตั้ง โดยทั่วไปอ่างล้างจานแบบมีขาตั้งจะสามารถติดตั้งได้สบายกว่าเพราะไม่ต้องก่อเคาน์เตอร์ขึ้นมารับ สามารถนำไปตั้งแล้วต่อระบบน้ำทิ้ง ระบบก๊อกน้ำเพื่อใช้งานได้เลย ถ้าเกิดห้องครัวของท่านไม่ได้วางแผนเรื่องเคาน์เตอร์ครัวไว้ก่อน ขอชี้แนะให้ให้ใช้อ่างล้างจานแบบมีขาตั้ง แต่ว่าหากในครัวของท่านมีเคาน์เตอร์อยู่แล้ว ขอชี้แนะให้ใช้อ่างล้างจานแบบฝังจะดีมากกว่าเพราะเหตุว่าไม่นำไปสู่การสิ้นเปลืองพื้นที่เพิ่ม ส่วนจะเลือกเป็นแบบ 1 หรือ 2 อ่าง ก็ให้ย้อนกับไปดูแนวทางพินิจดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว

แหล่งที่มา บทความอ่างล้างจาน: Index Living Mall

38
เมื่อกล่าวถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ามามีหน้าที่ในชีวิตประจำวันของเราสูงที่สุดนั้น โต๊ะ น่าจะเป็นอย่างแรกๆที่คนอีกจำนวนไม่น้อยระลึกถึง โต๊ะ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ในตอนนี้มีการผลิตออกมาอย่างมากมาย มีหลายรูปแบบ หลายขนาดให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้งานกันทั้งขนาดใหญ่และก็ขนาดเล็ก ซึ่งโดยปกติ โต๊ะมักจะถูกใช้ประโยชน์ประโยชน์ในด้านของการตั้งวาง จัดเก็บสิ่งของต่างๆที่มีอยู่ในบ้าน รวมทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งวางข้าวของระหว่างใช้ซึ่งด้วยขนาดโต๊ะที่มีอยู่อย่างมากมายในขณะนี้ ทำให้การใช้งานผลดีทำได้ไม่เหมือนกัน ถ้าหากเป็นโต๊ะขนาดเล็ก จะสามารถใช้งานผลดีได้น้อยกว่า ส่วนโต๊ะขนาดใหญ่ จะรองรับการใช้งานแรงงานได้มากกว่า อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดของโต๊ะ ก็นำมาซึ่งการทำให้ความสบายสำหรับการใช้งานงานไม่เหมือนกันด้วย โดยโต๊ะขนาดเล็กจะไม่กินพื้นที่ ย้ายที่ได้สะดวก มีความมากมายหลากหลายสำหรับเพื่อการใช้งานมากยิ่งกว่า ในช่วงเวลาที่โต๊ะขนาดใหญ่จะกินพื้นที่มาก มีน้ำหนักมาก โยกย้ายได้ตรากตรำ ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นสำหรับในการใช้สอยน้อย ด้วยเหตุผลดังกล่าวมานี้ ทำให้ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์หลายรายต่างพากเพียรสร้างสรรค์โต๊ะที่สามารถใช้งานงานได้มากมาย มีความยืดหยุ่นทางการใช้สอย ย้ายที่สบาย ไม่กินพื้นที่ จนถึงสุดท้ายก็ได้ออกมาเป็น โต๊ะเอนกประสงค์ โต๊ะที่ประสานความยืดหยุ่นในการใช้งาน รวมทั้งความเต็มที่สำหรับในการใช้งานประโยชน์เข้าไว้ร่วมกันได้

โต๊ะเอนกประสงค์ โดยปกติมักถูกวางแบบมาให้เป็นโต๊ะที่มีขนาดกึ่งกลางถึงใหญ่ ช่วยทำให้การใช้งานทำเป็นอย่างเต็มเปี่ยม แม้กระนั้นแต่ ตัวโต๊ะก็ได้มีการออกแบบมาให้สามารถแยกองค์ประกอบได้ เมื่อต้องการเขยื้อน ผู้ครอบครองโต๊ะสามารถถอดองค์ประกอบต่างๆอาทิเช่นขาโต๊ะ พื้นโต๊ะ ออกมาจากกันได้ ในโต๊ะเอนกประสงค์บางรุ่น ยังดีไซน์มาให้ขาโต๊ะสามารถพับเข้าหากันได้ ทำให้สามารถย้ายที่ได้ง่าย ภายใต้น้ำหนักที่เบา เพราะเมื่อส่วนประกอบแยกออกจากกันและพับเข้าหากันได้ ขนาดก็จะเล็กลงน้ำหนักก็จะเบาลงตาม เมื่อถึงพื้นที่ที่อยากได้ตั้งวาง ก็สามารถกางส่วนประกอบทั้งหมดออก แล้วเอามาประกอบเข้าหากัน เปลี่ยนเป็นโต๊ะเหมือนเดิมได้แล้ว ด้วยเหตุนั้นนี้ โต๊ะเอนกประสงค์ ก็เลยเป็นโต๊ะซึ่งสามารถใช้งานได้ตามที่เจ้าของอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นโต๊ะทำงานในห้อง ใช้เป็นโต๊ะสำหรับปาร์ตี้พบปะ หรือจะใช้งานเป็นโต๊ะสำหรับนั่งทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม ที่ในสวนนอกบ้านก็สามารถทำเป็น

เนื่องจากว่าโต๊ะเอนกประสงค์ได้ถูกวางแบบมาให้สามารถใช้งานงานได้สบายเช่นนี้ คนจำนวนไม่น้อยอาจคิดวิตกกังวลขึ้นมาว่า ผู้สร้างจะไปย้ำเรื่องความสบายสบายสำหรับการใช้งาน จนถึงลืมเรื่องความแข็งแรงไปหรือเปล่า ข้อนี้ขอตอบเลยว่า แม้โต๊ะเอนกประสงค์จะถูกวางแบบให้ย้ายที่ได้ ถอดิ้นส่วนได้ แล้วก็ทำให้มีน้ำหนักค่อยก็ตาม แต่ว่าประสิทธิภาพของสิ่งของที่นำมาประกอบในส่วนต่างๆยังคงความแข็งแรงไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เริ่มจากพื้นโต๊ะ ที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่มักใช้สอยพลาสติกคุณภาพดีหรือในบางรุ่นที่ราคาแพงแพงหน่อย พื้นโต๊ะก็มักเป็นกระจกที่ทนต่อการชน สิ่งของตามที่กล่าวมานี้สามารถรับน้ำหนักสิ่งขอที่เอามาวางบนโต๊ะได้อย่างดีเยี่ยม ในโต๊ะบางรุ่นสามารถรับน้ำหนักข้าวของบนโต๊ะได้มากถึง 50 โลอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุนั้นเจ้าของก็เลยพอใจได้ว่า เมื่อนำข้าวของมากมายขึ้นตั้งบนโต๊ะ จะไม่ทำให้โต๊ะมีการยุบ หรือร้าวขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถรับแรงกระแทกได้ดี ไม่มีปัญหาหากแม้เจ้าของจะเผลอทำของหนักร่วงลงบนโต๊ะก็ตาม ในส่วนของขาโต๊ะเอนกประสงค์ ผู้ผลิตจำนวนมากได้ให้ความเอาใจใส่พอควร เพราะเหตุว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่ต้องรับน้ำหนักโต๊ะทั้งปวง หากใช้งานอุปกรณ์ที่มีคุณภาพไม่ดี ก็อาจจะก่อให้ขาโต๊ะหัก โต๊ะพังทลายลงมาทั้งที่วางของไว้ด้านบนอยู่ อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อทำขาโต๊ะโดยมากเป็นอลูมิเนียม รวมทั้งเหล็กกล้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่รับน้ำหนักสิ่งของได้อย่างดีเยี่ยม จากข้อมูลพบว่า อลูมินัมแล้วก็เหล็กกล้า สามารถรับน้ำหนักสิ่งของได้แทบร้อยกิโลกรัม ด้วยเหตุนั้นจึงจบปัญหาเรื่องขาหัก โต๊ะทรุด ส่วนการเชื่อมองค์ประกอบแต่ละชิ้น ผู้ผลิตได้เลือกใช้งานสกรูขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถรับแรงกดทับได้มากเป็นร้อยกิโล แม้กระทั่งพับโต๊ะตึงแค่ไหนสกรูก็เป็นไปไม่ได้ขาดหรือหลุดออกมาจากเบ้า ด้วยส่วนประกอบที่ว่ามานี้ เมื่อเอามาประกอบเป็นขาโต๊ะเอนกประสงค์ จึงทำให้โต๊ะสามารถรับน้ำหนักได้พรั่งพร้อม โดยที่ขาของโต๊ะยังคงรูปอยู่ได้ ไม่บิดเบี้ยวผิดรูปราวกับอย่างสิ่งของคุณภาพต่ำอื่นๆ จากคุณลักษณะทั้งพื้นโต๊ะ รวมทั้งขาโต๊ะตามที่กล่าวมา ทำให้โต๊ะเอนกประสงค์ แปลงเป็นโต๊ะซึ่งสามารถใช้งานด้อย่างปลอดภัย รับน้ำหนักสิ่งของได้มาก ทั้งยังย้ายที่ได้สะดวกเพราะเหตุว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นถอดออกมาจากกันได้ อย่างไรก็แล้วแต่ สำหรับการใช้งานงานโต๊ะเอนกประสงค์เจ้าของโต๊ะจะต้องมีความรอบคอบ ให้ใช้งานโต๊ะดังที่กล่าวมาแล้วสำหรับวางข้าวของแค่นั้น อย่านำโต๊ะเอนกประสงค์ ไปใช้งานอย่างผิดลักษณะ ดังเช่นว่านำไปค้ำจนกระทั่งข้าวของหนักๆหรือนำมาใช้เป็นที่รองยืนเพื่อตะกายขึ้นไปที่สูงเนื่องจากว่าแม้ว่าโต๊ะเอนกประสงค์จะมีความแข็งแรงมากมายแต่ว่ามันก็ถูกดีไซน์มาไว้ใช้งานเฉพาะการวางสิ่งของเท่านั้น ถ้าหากว่าเอาไปใช้งานผิดประเภท อาจจะทำให้โต๊ะได้รับความทรุดโทรม หรือมีอัตราสึกหรอมากขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดา ยิ่งถ้าหากเราเอาไปรองป่ายปีนด้วยแล้ว อาจส่งผลให้โต๊ะรับน้ำหนักไม่ไหว พื้นโต๊ะพัง ขาหัก จนทำให้คนที่ปีนป่ายอยู่ตกลงมาได้รับบาดเจ็บได้

Source: บทความโต๊ะเอนกประสงค์: Index

39
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

40
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

41
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

42
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

43
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

44
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

45
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 54