ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อควรรู้สำหรับผู้ที่ต้องการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัด Idolsmile คลีนิค  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 14, 2018, 11:08:04 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด

1.ความร่วมมือของผู้ป่วย การรักษานี้จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือจากผู้เข้ารับการรักษาเป็นตัวเลือกว่าจะทำการผ่าตัดร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องจากใช้ระยะเวลานาน หากผู้ป่วยไม่ยอมร่วมมือ จะทำให้ผลการรักษาคลาดเคลื่อนและไม่เป็นไปตามการวางแผน ไม่ว่าจะเป็นการนัดหมายของแพทย์ สุขลักษณะในการทำความสะอาดช่องปาก การเลือกใช้เครื่องมือตามคำแนะนำแพทย์ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ไปจนถึงความต่อเนื่องในการรักษาที่มีวินัยของผู้ป่วยด้วยว่าจะสามารถทำได้หรือไม่

2.ความพร้อมของร่างกายและอายุ ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีภาวะของโรคแทรกซ้อนที่อันตราย และขากรรไกรไม่เจริญเติบโตต่อไปแล้ว ดังนั้นกลุ่มอายุที่เหมาะสมคือช่วง 19-24 ปี แต่ในปัจจุบันแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้ตั้งแต่ช่วงอายุ 10-60 ปี แต่จะได้ผลดีในกลุ่มแรกมากกว่า ถึงกระนั้นไม่ว่าจะช่วงอายุไหน ผู้ป่วยก็จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ไม่เป็นอุปสรรคต่อการรักษา และเข้าใจถึงกระบวนการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ออกมามีประสิทธิภาพได้มากที่สุด

3.ความผิดปกติของขากรรไกร ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติของขากรรไกรมาก่อน อย่างเสียง “คลิก” เมื่ออ้าและหุบปาก แพทย์จำเป็นต้องรักษาปัญหาจุดนี้ก่อนจึงจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้ เพื่อช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายตามมา

4.ความเสี่ยงในกระบวนการรักษา ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะต้องทราบเสียก่อนว่าในขั้นตอนการศัลยกรรมขากรรไกรจะมีความเสี่ยงร่วมด้วยเสมอ แพทย์จึงจำเป็นต้องบอกให้ผู้ป่วยรับทราบและตกลงพร้อมที่จะรับผลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดด้วยความยินยอมเสียก่อนจึงจะลงมือทำการผ่าตัดให้ ในการรักษาจะไม่มีการรับรองผลที่ออกมาว่าสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผลที่ออกมาอาจจะทำให้ฟันเปลี่ยนตำแหน่ง หรือขากรรไกรเปลี่ยนทิศทางคืนตัวไปในตำแหน่งเดิมได้ ซึ่งแม้จะมีวิธีการรักษาที่ดีที่สุด ทว่าด้วยความแตกต่างของแต่ละคนจึงทำให้สามารถเกิดความเสี่ยงได้ ดังนั้นการรักษาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์สูง มีความแม่นยำและเชี่ยวชาญในการจัดฟันและศัลยกรรมขากรรไกรและใบหน้าเป็นอย่างดี เพื่อให้ผลของการรักษาแม้จะไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิม

5. ระยะเวลาในการรักษา ระยะเวลาในแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะของความผิดปกติรวมไปถึงการวางแผนการรักษาของทีมแพทย์ ซึ่งบางคนอาจจะใช้เวลาน้อยสุดเพียงแค่ 12 เดือน แต่ในบางคนอาจจำเป็นต้องรักษายาวนานถึง 24 เดือนเลยก็เป็นได้ นอกจากนี้ในกระบวนการจัดฟันก่อนการผ่าตัด อาจมีภาวะ “Decompensation” หรือความผิดปกติของรูปหน้าเกิดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูแย่ลงจากเดิมไปจนถึงความผิดปกติของการสบฟันอย่างรุนแรง การเตรียมการในช่วงเวลานี้อาจนานถึง 20 เดือน เพื่อให้ฟันพร้อมสำหรับการผ่าตัด

6. การวางแผนชีวิตประจำวัน เนื่องจากกระบวนการรักษาที่ยาวนาน ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องมีการวางแผนชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับการรักษาเพื่อช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในระหว่างที่เข้ารับการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดจะต้องเข้าพบแพทย์ให้ตรงตามนัดทุก ๆ ครั้ง ไม่มีการหยุดผ่อนผันระหว่างการรักษา แพทย์ที่รักษาจะต้องเป็นทีมเดียวกันตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง เพราะหากไม่ทำตามแผนที่วางไว้อาจจะส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์ที่ออกมา และกลายเป็นการเพิ่มระยะเวลาการรักษาที่นานมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ การวางแผนเหล่านี้ยังเกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรให้เลยระยะนี้ไปประมาณ 2-3 ปี เพราะการตั้งครรภ์ในระหว่างรักษาจะทำให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อแม่และเด็ก แพทย์จะทำการหยุดรักษาในทันทีที่ทราบ

7. เลือกแพทย์ที่มีความเชื่อถือได้ ผู้ที่เข้ารับการรักษาไม่ควรตัดสินใจเลือกการรักษาจากราคา แต่ควรเลือกที่ความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นหลัก เพราะด้วยขั้นตอนรักษาที่ซับซ้อนและเสี่ยงต่อการเกิดผลกระทบได้ง่าย ดังนั้นในการผ่าตัดขากรรไกรจึงจำเป็นต้องใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์ มีความแม่นยำมากพอที่จะทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการที่ขากรรไกรกลับตัวไปในทิศทางเดิมน้อยที่สุด มิเช่นนั้นอาจจะทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหม่อีกครั้งได้

8. เข้าใจถึงผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ผู้ป่วยต้องเข้าใจก่อนว่าผลลัพธ์ที่ได้ออกมา แม้จะใช้เทคนิคในการรักษาแบบเดียวกัน ทว่าผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเหมือนกันเสมอไป เพราะบางคนมีการทำงานของเนื้อเยื่อและกระดูกเชื่อมต่อกันช้ากว่า อีกทั้งระดับความผิดปกติที่แตกต่างกันและอายุก็เป็นตัวที่ทำให้ผลออกมาต่างกัน การรักษาจึงเป็นการวิเคราะห์แบบเฉพาะเจาะจงในผู้ป่วยแต่ละราย การเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าในแต่ละคนจึงมีลักษณะที่ดีขึ้นแตกต่างกัน จึงไม่ควรตั้งความหวังการผลลัพธ์ที่ได้มากจนเกินไป เพราะเป็นเพียงการศัลยกรรมกระดูกขากรรไกร ไม่ใช่การศัลยกรรมเพื่อเปลี่ยนรูปใบหน้าอย่างที่หลายคนเข้าใจ

จะเห็นได้ว่าในกระบวนการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเช่นนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล จำเป็นต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง อีกทั้งผู้ป่วยจะต้องมีระเบียบวินัยเป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นการรักษาที่มีความซับซ้อน แต่สามารถแก้ไขปัญหาความผิดปกติของฟันและขากรรไกรได้เป็นอย่างดี ก่อนเข้ารับการรักษาผู้ป่วยจึงต้องพิจารณา ศึกษาข้อมูล และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาให้ดีเสียก่อน เพื่อความสมบูรณ์ในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด




สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการจัดฟันคลิ๊กเลย>>https://www.idolsmiledental.com/จัดฟัน/