ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับบริษัทของท่าน  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 05, 2019, 09:23:59 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2956
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ ธุรกิจขนาดย่อม หลายกิจการต่างคัดเลือกวิธีที่จะสร้างศักยภาพในการทำงานและลดต้นทุนให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สามารถแข่งขันและรอดชีวิตในยุคที่การค้าขายซบเซาอย่างในตอนนี้ การเปลี่ยนมาใช้  software โปรแกรมบัญชีก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แม้กระนั้นซอฟแวร์มีจำนวนมากหลายเจ้า จะเลือกซื้ออย่างไรจึงจะคุ้มกับเงินที่จ่ายไป เราจึงอยากขอแนะนำข้อควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับบริษัทของท่าน ดังนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
กิจการของท่านอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายปลีก โรงงานผลิต หรือบริษัทให้บริการ ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีรายละเอียดการบันทึกบัญชีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้นักพัฒนาซอฟแวร์จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้เหมาะสมกับแต่ละชนิดธุรกิจ ทั้งนี้ทั้งนั้น โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทเหมือนกัน แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีรูปแบบการใช้งานเข้ารูปกับบริษัทท่าน หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมบางแบบ เช่น ธุรกิจปลูกสร้าง กิจการรับผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างเขียนดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณจะดีกว่า
2.ขนาด ร้านค้า
รายละเอียดของการทำบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ กิจการ คุณเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ ธุรกิจที่มียอดขาย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้ากิจการมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น มีความซับซ้อนทางบัญชีเพิ่มขึ้น โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับดาต้าขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นควร เลือกให้เข้ากับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ ตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรตั้งคำถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่ธุรกิจท่านต้องการ ควรเขียนความต้องการเหล่านี้ คุณสมบัติ หรือฟังก์ชั่นการใช้งานออกมาเป็นหัวข้อเสียก่อน บางกิจการอาจจะต้องการการใช้งานที่ง่ายๆ หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกโปรแกรมบัญชีสามารถรองรับความต้องการเหล่านี้ได้ และเข้ากับธุรกิจท่าน อย่าจ่ายเงินให้กับส่วนเสริมที่ไม่จำเป็น
4.การบริการ
ในเวลาที่ท่านมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัท software สามารถให้บริการให้คำปรึกษา แก้ปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าไว้วางใจหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนพวกนั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำปรึกษาท่านหรือไม่ โดยรายละเอียดเหล่านี้สามารถ research จากอินเตอร์เน็ต หรือไต่ถามธุรกิจที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
5.งบในการซื้อ
งบประมาณจะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญต่อการ เลือกซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วๆ ไปจะมีมูลค่าที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าท่านต้องการโปรแกรมบัญชีเฉพาะที่ออกแบบฟังก์ชันการใช้พิเศษ คุณคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตกลงใจซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าออกมาเป็นตัวเลข เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าท่านสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะทำให้รู้แง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในการใช้งาน อุปสรรคที่พบ การใช้งานฟังก์ชันโมดูลต่าง เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน ตัดสินใจเลือกซื้อไถ่ถามกับบริษัทซอฟแวร์ว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรไต่ถามธุรกิจอื่นๆ ที่ท่านคุ้นเคยเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่อยู่ในความสนใจ อย่างน้อย 3 ที่ ควรซักถามข้อดีข้อเสีย พบปัญหาอะไรหรือไม่ อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการบริการซับพอร์ทของบริษัทซอฟแวร์เป็นอย่างไร ยิ่งไปกว่านี้สิ่งสำคัญควรตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่ติดอันดับ มีผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นโปรแกรมที่ดี ไม่มีปัญหามาก

ที่มา : https://accountonlineforyou.wordpress.com/2015/07/03/โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี-ส/

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีออนไลน์,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี