ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 09, 2018, 09:33:29 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม คือ วรรณคดีหรือศิลปะ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นได้เพราะการคิด และก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่างๆโดยธรรมดา จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 ชนิดเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และวรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก มิได้เขียนบันทึก
 
ด้วยเหตุนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติความเป็นมา นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ขำขัน เรื่องสั้น นิยาย บทเพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ รวมทั้งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้ในการติดต่อและทำการสื่อสารได้แก่
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข สัญลักษณ์ แล้วก็ภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบเครื่องไม้เครื่องมืออย่างอื่น
 
ความงามหรือศิลป์สำหรับเพื่อการใช้ภาษาขึ้นกับ การใช้ภาษาให้ถูก ชัดเจนแล้วก็ เหมาะสมกับเวลา จังหวะ และบุคคล นอกจากนี้ ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรืองดงามได้ นอกจากนี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงและถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า นักเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบัน (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยตอนนี้นั้นหมายความว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมตอนนี้นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่ยุค รัชกาล ที่ 5 พุทธศักราช 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2553)
 
วรรณกรรมประเภทร้อยแก้วในตอนนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสั้น นิยาย นิทาน บทละคร สารคดีได้แก่ บทความ หนังสือวิชาการ งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัย อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยกรองขณะนี้เป็นวรรณกรรมที่ไม่เหมือนกับเดิมคือเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาแต่ว่าเน้นในเรื่องของการสื่อแนวความคิด สื่อข้อคิดเตือนใจแก่ผู้อ่านมากยิ่งกว่า เช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา ฯลฯ
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ
 
1. ร้อยแก้ว เป็นเนื้อความเรียงที่แสดงรายละเอียด เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส คล้องจอง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงดงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบเป็นโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมแล้วก็ศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งก็คือการเขียนหนังสือจะเป็นใจความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ ได้แก่ สาระสำคัญที่เขียนตามใบปลิว ป้ายที่ใช้โฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกจำพวก อาทิเช่น หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็นับว่าเป็นวรรณกรรมทั้งหมด จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถบ่งชี้ถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นอยู่กับ วรรณศิลป์ คือ ศิลป์สำหรับการแต่งหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าเกิดวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็บางทีอาจได้รับสรรเสริญว่าเป็น วรรณคดี อย่างไรก็ดีการที่จะระบุว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรเป็นวรรณคดีหรือเปล่านั้น ต้องพิจารณาถึงตอนที่เขียนหนังสือนั้นยาวนานพอเหมาะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าคุณค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือเปล่า เพราะอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงแต่บางช่วงเพียงแค่นั้น เพราะฉะนั้นบางทีอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นวรรณกรรมที่พิจารณารวมทั้งตกแต่งให้ประณีตบรรจง มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นค่าของการประพันธ์ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นวรรณคดีเสมอไป
 
ชนิดของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่คนอ่าน ซึ่งบางทีอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความสำราญ สนุก เบิกบานแก่นักอ่าน ก็เลยมักเป็นเรื่องที่มีเหตุและตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนวนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จะต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับมาเกิดใหม่ย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่พึ่งขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ว่าที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่แล้วก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนเพิ่งครองบัลลังก์ครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกคงจะทราบว่ามันช่างน่าเบื่อ แค่ไหนกับการต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำๆซากๆแบบนี้ แม้กระนั้นในชาติที่ห้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขามากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความสัมพันธ์ในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ขำขัน และก็ซาบซึ้งน้ำตาซึม เหตุการณ์บางสิ่งบางอย่างที่หล่นหายไป ความเข้าใจของตัวนำ การจัดการแล้วก็การมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมากำเนิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือไม่ มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" รวมทั้งประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ทั้งชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักชายไม่รู้จักคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้โชคชะตาของพวกเขามีอันต้องพลิกผัน แม้กระนั้นคราวนี้ แม้กาลเวลาจะทำให้ใบหน้าและก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่ว่าเธอยังคงจำเขาได้ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีความทรงจำของชาติปางก่อน แต่เขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และก็การต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ชั่วชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความรวยหรือการเดินคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองวัยรุ่น การแย่งชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
ได้โอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นขุนนางคนอื่นๆคงจะเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ถังฟั่นแตกต่างจากเจ้าขุนมูลนายทั่วๆ ไป แทนที่จะดีใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เงียบๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จำเป็นต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แม้กระนั้นข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะเหตุว่าผู้ที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่ขาเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่อ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูวิวัฒนาการ ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบมองความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าเกิดย้อนไปยุคพวกเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างเมือง หรือที่ที่เราไม่รู้จัก ผู้ใหญ่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เพราะว่าบางทีอาจจะเป็นของเปรอะเปื้อน เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้เรื่องแล้วก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ว่า "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำตักเตือนประเภทนี้นัก นางไม่ตั้งใจเก็บเด็กผู้ชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างทำหน้าที่ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บและก็ตัวคนเดียว นางก็เลยนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังจากเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้น มาถึงตรงนี้นักอ่านอาจจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะแต่งเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือไม่ แต่มันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตาชีวิตอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย และแบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกที เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับแต่งงาน! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย และเล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างสม่ำเสมอร้ายแบบซื่อๆจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแต่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ว่ายังช่วยให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี แล้วก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่ว่าอย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาเพียงแค่สมองช้า คิดตอบโต้ไม่ทัน แต่ว่าศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตัวเองตายไปซะก่อนด้วยเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกครั้ง ชนะแบบที่เจ้าตัวยังมึนงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุพึ่งจะยี่สิบก็สอบได้อันดับหนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง ขณะนี้ครองตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ละเอียดลออก็แค่กับเรื่องอาหารแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ ไม่พูดไม่จาพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ รากฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความเกี่ยวข้องทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งผู้บังคับบัญชาของถังฟั่่นและศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขลาด เกรงอิทธิพล เพียงแค่รักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตากรรมอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกรอบ เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha