ผู้เขียน หัวข้อ: LED TV เป็นอย่างไร มีกี่ชนิด  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 06, 2019, 09:45:26 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 531
    • ดูรายละเอียด

คนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะได้ ยินคำว่า แอลอีดี ค่ะ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นหลอดไฟ ซึ่งก็แน่นอนจ้ะเป็นความเข้าใจที่ถูกแล้ว LED ย่อมาจาก Light Emitting Diode ซึ่งเป็นบ่อเกิดแสงสว่าง เรียกว่า จิ๋ว{แต่|แต่ว่าแจ๋ว ทั้งที่หลอดเล็กแต่ให้พลังงานไฟสูงนั่นเองค่ะ หลอดแอลอีดีเป็นตัวกำเนิดแสง และก็มี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว มี 3 สีก็คือ สีแดง สีน้ำเงิน และก็สีเขียว Hybrid ตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงสว่างจากหลอดLEDส่งลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่างๆนั่นเอง ในส่วนของ LED TV ก็คือโทรทัศน์ที่แปลงจากการใช้หลอด ccfl มาเป็นหลอดไฟ แอลอีดี ซึ่งหลอด ccfl ก็คือ LCD TV นั่นเองค่ะ
ประสิทธิภาพของทีวีแอลอีดีจิ๋วแต่แจ๋ว

มาดูกันที่เรื่องของประสิทธิภาพของ LED TV กันบ้างค่ะ อย่างที่บอกจ้ะว่าโทรทัศน์จำพวกนี้เป็นทีวีที่ใช้หลอดเล็ก แต่ว่าประสิทธิภาพคับแก้วในหลายๆแง่ อย่างเช่น ความสว่าง ระดับ 8 สีสันระดับ 9 ระดับสีดำระดับ 9 อัตราการกินไฟระดับ 10 ความบางระดับ 9 ระดับราคาระดับโลก จึงถือว่าเป็นราคาที่ถูกกว่าในรุ่น LCD TV จ้ะในเรื่องของความคุ้มค่าถึงแม้ว่าเครื่องจะแพงกว่าแต่ว่าโดยรวมแล้วค่าไฟในระยะยาวถูกกว่ามากเลยทีเดียวนะค่ะ ว่ากันว่าคุณภาพของทีวีแอลอีดีอยู่ที่ระดับ 9 เต็ม 10 นั่นเองค่ะ
คุณลักษณะที่ทำให้หลอดแบบLED สามารถให้แสงไฟได้ดียิ่งไปกว่า โดยที่ใช้ไฟน้อยกว่าซึ่งก็คือแอลอีดี เป็นบ่อเกิดไฟที่มีคุณภาพ และที่สำคัญด้วยขนาดหลอดที่เล็กทำให้ LED TV มีความบางมากกว่า TV โดยธรรมดาที่ใช้หลอด ccfl Black Light แม้ราคาของตัวเครื่องทีวีแอลอีดีจะสูงยิ่งกว่าทีวี LCD แต่ว่าในเรื่องของอัตราการกินไฟถือได้ว่าถูกกว่ามากๆ โดยเหตุนี้ในระยะยาวจัดว่าคุ้มมากๆเลยทีเดียวล่ะค่ะ
ประเภทของ LED TV
1. EDGE LED เป็นทีวีแอลอีดีประเภทที่วางหลอดแอลอีดีไว้ตามขอบของทีวีจ้ะ ทั้งในส่วนของขอบบนขอบล่าง ขอบซ้ายขอบขวาของทีวี ซึ่งแสงจากขอบพวกนี้ก็จะยิงเข้ามากึ่งกลางจอทีวีซึ่งมีข้อดีตรงที่ว่ามีความบางกว่า LCD TV โดยทั่วๆไป เพราะหลอดแอลอีดีจะอยู่แค่ด้านข้างค่ะ ส่วนอีกเรื่องก็คือการประหยัดไฟอย่างแน่แท้อยู่แล้วล่ะค่ะ แต่ว่าจอประเภทนี้ก็จะมีข้อเสียอยู่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับแอลอีดีแบบแอลอีดี คือไม่สามารถทำ Local dimming หรือที่เรียกว่าเปิดปิด
2. FULL LED ประเภทที่ 2 นี้เราเรียกว่า Full LED ซึ่งจะมีการวางหลอดLEDเป็นแผงอยู่ข้างหลังของจอจ้ะ ซึ่งบางครั้งก็จะเรียกว่า Direct LED ด้วยการที่มีหลอดไฟฟ้าอยู่ทางด้านหลังเป็นแผงคอยล์ให้กำเนิดแสงสว่างจะมีข้อดีของโทรทัศน์ประเภท Full LED แบบนี้ก็คือสามารถ ทำ Local dimming หรือกระทำเปิดปิดหลอดแอลอีดีเป็นกรุ๊ปหรือเฉพาะจุดได้อย่างอิสระ ยกตัวอย่างเช่น ทางซ้ายเป็นสีดำ ทางด้านขวาเป็นสีขาวหลอดไฟ แอลอีดี แบล็คไลท์รอบๆทางซ้ายก็จะปิดเพื่อทำให้สีดำที่อยู่รอบๆทางซ้ายจอนั้นดำสนิทนั่นเองและในกรุ๊ปของแอลอีดีแบล็คไลท์ด้านขวาก็จะเปิดขึ้นเพื่อให้แสงไฟสามารถลอดออกมาเป็นสีขาวได้ค่ะ มีข้อดีก็ควรจะมีจุดอ่อนอยู่เหมือนกันค่ะ แต่เป็นเพียงจุดอ่อนเพียงแค่เล็กน้อยแค่นั้นก็คือ ความหนาของตัวเครื่องที่มีมากกว่าจำพวกแรกนั่นเอง เพราะการที่จะต้องใช้หลอดไฟฟ้าหลายตัวไว้ด้านหลังของจอภาพทำให้ทีวีทำให้มีความหนามากขึ้นกว่าโทรทัศน์ปกติจ้ะ
3. RGB LED ทีวีแอลอีดีจำพวกที่ 3 จ้ะจะใช้หลอดไฟแอลอีดีสีแดง เขียว น้ำเงินเป็นแผงอยู่ด้านหลัง นับว่ากลุ่มนี้เป็นตัวท็อปของ LED TV ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ซึ่งรูปแบบการทำงานของทีวีประเภทนี้ในเรื่องเกี่ยวกับการให้กำเนิดแสงก็จะคล้ายกับ โทรทัศน์ประเภท Full LED แต่มีข้อแตกต่างที่ดีมากยิ่งกว่าตรงที่แทนที่จะใช้หลอดแอลอีดีสีเดียว ซึ่งใน Full LED จะใช้สีขาวสำหรับเพื่อการให้กำเนิดแสงสว่าง แต่ว่าสำหรับในกลุ่มของ RGB LED นี้จะใช้หลอดแอลอีดี ที่มีแม่สีถึง 3 สีนั้นเป็นสีแดง สีเขียว สีน้ำเงินสำหรับเพื่อการให้กำเนิดแสงสว่างแทนนั่นเองซึ่งหลอดไฟทั้ง 3 สีนี้เมื่อแยกการทำงานกันอย่างอิสระจะมีผลทำให้การผลิตสีที่ดียิ่งขึ้น เพราะว่าแสงต้นขั้วออกมาเป็นแม่สีตั้งแต่แรกค่ะ ความถูกต้อง ความคมชัดของสีก็เลยมีเยอะขึ้นทำให้อรรถรสสำหรับในการดูทีวีของเรามีเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ตลอดจนความสามารสำหรับการไล่เฉดสีและมิติของภาพดีมากขึ้นตามไปด้วยจ้ะ จากหลักการดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนี้แล้ว จึงถือว่าเป็น LED TV ที่ดีเยี่ยมที่สุดก็ว่าได้ รวมทั้งด้วยคุณสมบัติที่ดีมากเหล่านี้ก็ย่อมทำให้ทุนของโทรทัศน์ชนิดนี้มีราคาที่สูงกว่าความสามารถสำหรับการทำ Local dimming หรือการเปิดปิดไปเป็นกรุ๊ปๆได้อย่างอิสระ เพื่อให้ได้ที่สีดำที่ดำสนิทและคอนทราสที่มากขึ้นก็มีเช่นเดียวกันกับทีวีชนิดที่ 2 ส่วนจุดอ่อนของกลุ่มนี้ก็จะอยู่ที่ราคาที่ค่อนข้างสูงมากยิ่งกว่าตัวอื่นๆนั่นเองล่ะจ้ะ

Tags : LED TV,ทีวีแอลอีดี,LED