ผู้เขียน หัวข้อ: แนวทางในการเลือกซื้อไม้แบดมินตันจำเป็นต้องเช็คเรื่องใดบ้าง  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กุมภาพันธ์ 14, 2019, 07:03:37 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 577
    • ดูรายละเอียด

กีฬาแบดมินตันเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่หลายๆคนนิยมกันจ้ะอ เพราะว่าเนื่องจากว่าเล่นง่ายไม่สลับซับซ้อนมีความสนุกสนาน ที่สำคัญออกแรงแล้วได้เหงื่อสุดๆเลยล่ะจ้ะ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นที่คอร์ดก็ดี การเล่นที่สวนสาธารณะก็ไม่เลวและก็ที่สำคัญไปกว่านั้นก็เป็นกีฬาที่พวกเราสามารถผูกมิตรใหม่ๆสำหรับการเล่นกีฬาได้อีกด้วย ซึ่งสำหรับเพื่อการเล่นกีฬาแบดมินตันนี้มีอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เราจะใช้เพื่อการเล่น เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นมันก็คือไม้แบดนั้นเองค่ะ ฉะนั้นวิธีการสำหรับเลือกซื้อไม้แบดมินตันสำหรับเพื่อการตีแบดไม่ใช่ว่าสักแต่ว่าเลือกซื้อไปอันไหนก็ได้ราคาไม่แพงไว้ก่อน แต่พวกเราจำเป็นต้องมีเทคนิคการเลือกไม้แบดให้ได้คุณภาพเพื่ออรรถรสสำหรับการบริหารร่างกายของเรานั่นเองค่ะ ด้วยเหตุนั้นวันนี้พวกเรามาดูกันจ้ะว่าพวกเราจะเลือกซื้อไม้แบดให้ได้ คุณภาพจะต้องดูอะไรบ้าง

วิธีการง่ายๆเลือกไม้แบดมินตันด้วยตัวคุณเอง

ลำดับแรกที่จำต้องดูเลยก็คือรูปเฟรมของไม้จ้ะ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า Flame Shape ไม้แบดที่ดีจะต้องมีรูปเฟรมไม้แบบ isometric แบบสมมาตร ตัวไม้รูปสี่เหลี่ยมบริเวณจุดกระทบลูกกว้างกว่าเฟรมไม้รูปไข่จึงจะสามารถสร้างสมดุล หอยกาบ เอ็นทั้งแนวตั้งและแนวนอนเพื่อความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการผลักลูกเมื่อตกกระทบกับหน้าไม้นั่นเองจ้ะ

ถัดมาเป็นระดับความแข็งแรงของก้านไม้ ซึ่งจะมีทั้งหมด 3 ระดับด้วยกันคือ

- การยืดหยุ่นระดับ Soft หรือ Super Flex ไม้จำพวกนี้จะยืดหยุ่นได้ดี เหมาะสำหรับที่จะเป็นไม้รับหรือวางรูป ก้านไม้มีแรงดีดลูกจากหน้าไม้}ได้เร็วและก็แรงยังช่วยเสริมให้ดีดส่งลูกไปด้านหลังคอร์ดได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเหมาะสมกับการรับลูกตบเป็นการโต้ตอบแบบฉับไว โดยเฉพาะลูกดาดนั่นเองค่ะ
- การยืดหยุ่นระดับ medium หรือ regular การยืดหยุ่นแบบนี้จะมีความแข็งในระดับปานกลางปกติ ก็เลยจะเหมาะมากกับการที่จะใช้เป็นไม้รุกและก็รับในตัวจ้ะ นอกจากนั้นยังช่วยเสริมให้การตีลูกจากหน้าไม้ได้ดีมากๆอีกด้วย รวมไปถึงการเล่นแบบวาดหน้าไม้ก็ทำได้ชำนาญทั้งรุกและรับ ซึ่งเหมาะกับการตีแบด ทุกแบบไม่ว่าจะเป็นการเล่นผู้เดียวหรือเล่นคู่ค่ะ
- การยืดหยุ่นระดับ Stiff หรือ extra stiff ประเภทนี้จะเป็นก้านที่มีความแข็งกว่าทุกแบบจ้ะ ก็เลยเหมาะสมที่จะเป็นไม้รุกช่วยทำให้การส่งพลังจากแรงข้อมือไปถึงลูกที่ตกกระทบมายังหน้าไม้ได้อย่างแรงประสิทธิภาพ สำหรับการเล่นแบบรุกก็เลยค่อนข้างจะดีมากยิ่งกว่าไม้ทั้ง 2 แบบก่อนหน้า ที่สำคัญน้ำหนักแล้วก็ทิศทาง}สำหรับเพื่อการเล่นจะสามารถควบคุมได้อย่างดี เมื่อใช้ไม้ประเภทนี้ ยกตัวอย่างเช่น เล่นลูกตบลูกหยอดหน้าตาข่าย ลูกครึ่งตบเหมาะสำหรับการเล่นในเกมรุกเป็นหลักโดยเหตุนั้นการตีแบดมินตันเพื่อการทำคะแนนกับคู่ต่อสู้และเพื่อการเอาชนะแล้วล่ะก็จำต้องเลือกไม้ชนิดนี้กันเลยล่ะค่ะ แต่ว่าก็ใช่ว่าในเกมรับจะทำได้ไม่ดีนะคะ แต่ตรงกันข้ามยังสามารถเล่นเกมรับได้ดีเยี่ยมๆอีกด้วย

จุดศูนย์ถ่วงของไม้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องเลือกให้ดีค่ะ ซึ่งช่วงนี้ก็จะวัดจากปลายที่จับ ไปจนกระทั่งหน้าไม้ คุณลักษณะของจุดศูนย์ถ่วงก็คือจะเป็นตัวบ่งบอกและก็ชี้วัดคุณสมบัติของไม้นั้นๆว่าเหมาะกับวิธีการเล่นแบบคู่หรือเล่นแบบคนเดียว เล่นเกมรุกหรือเล่นเกมรับ ซึ่งส่วนมากไม้แบดจะเขียนจุดศูนย์ถ่วงไว้ที่ก้านไม้ด้วยแล้วล่ะจ้ะ แน่ๆว่าไม้แต่ละแบบที่มีจุดศูนย์ถ่วงแตกต่างกันก็มีเหตุที่เกิดจากน้ำหนักของไม้ที่แตกต่างด้วย โดยเหตุนี้ไม้แต่ละแบบก็เลยมีแรงส่งลูกมากน้อยแตกต่างกัน ไปดูกันค่ะว่าไม้ที่มีศูนย์ถ่วงระยะต่างๆเหมาะสมกับการเล่นตีแบด แบบไหน
- ไม้หัวเบา เหมาะกับเล่นเกมรับและจะมีจุดศูนย์ถ่วงที่ระยะ 270 ถึง 280 mm
- ไม้หัวหนักก้านกลาง เป็นไม้ที่เหมาะสมกับการเล่นทั้งเกมรุกแล้วก็เกมรับ มีจุดศูนย์ถ่วงระยะ275 ถึง 285 mm
- ไม้หัวหนัก เป็นไม้แบบที่เหมาะกับการเล่นเกมรุกจะมีจุดศูนย์ถ่วงที่ระยะ 285 ถึง 295 mm
- ไม้เบา เป็นไม้ที่ใช้ตีสวิงลูกได้อย่างเร็วแล้วก็สามารถควบคุมหน้าไม้ได้คล่องแคล่วแล้วก็ง่ายดายเสียยิ่งกว่าไม้แบบอื่นๆเหมาะสมกับการเล่นหน้าตาข่าย เล่นทางวางลูกเล็งลูกได้อย่างแคล่วคล่องว่องไว เน้นเกมรับมากกว่าเกมรุกค่ะ
- ไม้หนัก เป็นไม้ที่ใช้เพื่อสำหรับการตีสวิงลูกได้รุนแรงกว่าไม้ชนิดอื่นๆ เนื่องจากว่ามีน้ำหนักที่หัวไม้มากกว่าเหมาะกับการตีแบดมินตันที่จะต้องเล่นลูกตบที่หนักหน่วง และต้องใช้น้ำหนักและทิศทางที่แน่นอน โดยเหตุนี้ถ้าหากอยากได้คุณลักษณะของไม้ที่สามารถตีวงสวิงลูกได้อย่างดีเยี่ยม และเป็นไม้รุกไปในตัวควรจะพิเคราะห์ที่ก้านไม้ต้องเป็นก้านไม้แบบแข็ง และมีจุดศูนย์ถ่วงเป็นไม้หัวหนักนั่นเองจ้ะ




Tags : ไม้แบด